อย่างที่หลายๆ คนน่าจะทราบกันถึงการที่วงดนตรีอย่าง "COCKTAIL" ได้ประกาศยุบวงอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2567 พร้อมด้วยคอนเสิร์ต Ever Live และตามมาด้วยคอนเสิร์ตทั่วไทยอีก 77 จังหวัด ซึ่งประเด็นหลักก็คือ หลังจากแถลงการในวันนั้น ก็คือใช้ชีวิตมาเรื่อยๆ จนถึงช่วงปลายปีที่ไม่รู้คิดอะไร นึกอยากเล่น ometv (แพลตฟอร์มที่ส่วนใหญ่ก็มักคุยเล่นกับแปลกหน้าไปเรื่อย) ก็กดสุ่มเล่นไปอยู่สักพัก ก็ไปหยุดเจอกับคนๆ นึง ระหว่างนั้นก็คุยเล่นไป และก็ขอ Contact กันไว้ก่อนแยกย้าย ซึ่งหลังจากนั้นก็ไม่ได้คุยต่อ จนวันนึงก็ไม่รู้นึกอะไร ก็ทักไป "Happy NewYear" ถึงเขา ด้วยความที่เฟรนด์ลี่เข้ากับคนง่าย จนความรู้สึกที่มีต่อกันก็มากขึ้นๆ เรื่อย ซึ่งอย่างที่กล่าวไว้ข้างต้น ว่าทางวง Cocktail ณ ตอนนั้นก็กำลังจะมีคอนเสิร์ตอำลา ซึ่งพอถึงวันกดบัตร จังหวัดที่เราเลือกจะไปดัน Sold Out แม้จะมีรอบการซื้อเพิ่มเข้ามา ก็ยังไม่ทันอีก เลยตัดสินใจไปซื้อจังหวัดรองลงมา ซึ่งเขาเองก็อยู่จังหวัดนั้นพอดี เราก็เลยชวนเขาไปดูด้วยกัน อย่างน้อยก็จะไปหากันทีเดียว เพราะราคาบัตรตอนนั้นก็ยังไม่ได้ถูกอัพเท่าไหร่ เพราะคนต่างพุ่งเป้าไปที่เมืองหลักกัน เรื่องของเรื่องก็คือเวลา ณ ตอนนั้นช่วงที่วงเริ่มปล่อย Ticket ก็นับว่าห่างจากรอบการแสดงที่เราซื้อไว้นานอยู่พอควร จนมันเกิดเป็นความสัมพันธ์ที่ว่า แรกๆ มันก็คือไปได้ดี แต่นานวันเข้า เราก็เริ่ม Fade ตัวเองอยู่นิดนึง เพราะเรื่องของกิจวัตรที่มันจำเจ ทำแต่อะไรเดิมๆ วนไป จนความพยายามที่มีแรกๆ ก็ค่อยๆ ที่จะลดน้อยลง แต่ก็ไม่ได้รู้สึกดีหรือรักเขาน้อยลง แต่ด้วยปัญหาระยะทาง มันก็คงเป็นเรื่องที่อาจจะดูปกติ
ซึ่งพอเวลาเดินไป เราก็ได้ออกมาเจอกันที่คอนเสิร์ต แต่ใครจะไปคิดอะเนอะ ว่าช่วงเวลาดีๆ ที่เรามีร่วมกัน ได้ยืนดูวงที่เราชอบด้วยกันเล่นคอนเสิร์ตให้ฟังเป็นครั้งสุดท้าย ณ วันนั้น มันจะได้กลายเป็นครั้งสุดท้ายของเราทั้งคู่จริงๆ เพราะในจังหวะที่ทุกอย่างเงียบลง ผู้คนมากมายต่างแยกย้าย ดั่งค่ำที่ว่า "งานเลี้ยงต้องมีวันเลิกรา" ซึ่งรวมถึงเราทั้งคู่ด้วย ผมเองก็ต้องกลับไปต่างจังหวัดในหลังจากนี้ ทั้งที่ในใจก็คิดว่าไหนๆ ก็ออกมาเจอกัน น่าจะได้อยู่ด้วยกันให้นานกว่านี้ ราวกับช่วงเวลาที่ผ่านมามันได้จำกัดเราเอาไว้แค่ชั่วคราว ภาพสุดท้าย ณ วันนั้นที่จำได้ก็คงจะมีเพียงแค่วิดีโอเล็กๆ ที่ถ่ายด้วยกันหลังจบ จนสุดท้ายชีวิตก็กลับเข้า Loop เดิม ที่เคยเป็นมาอย่างที่ได้เขียนไปในก่อนหน้านี้ จน ณ วันนี้เราก็ได้แยกกันไปตามทางของตัวเอง ด้วยเหตุผลที่ "ความรักบางครั้งมันก็ฝืนต่อไม่ไหว แค่เราอย่างเดียวมันก็คงไม่พอ ไม่ว่าจะในเรื่องของเวลา หรือแม้แต่การก้าวข้ามอุปสรรค ความอึดอัด/กดดัน ก็ล้วนแต่สำคัญหมดไม่ต่างกัน แต่น่าเสียดายที่เราทั้งคู่เองดันแพ้ให้กับมัน คล้ายว่าการเจอกันครั้งนี้เป็นดั่งครั้งแรกและครั้งสุดท้ายในเวลาเดียวกันซะอย่างงั้น...
ที่กล่าวไปทั้งหมด จริงๆ ตัวผมเอง ก็คือเข้าใจทุกอย่างดีหมดแล้วนะ ไม่ได้หวังอยากหาคำตอบหรือหนทางกลับไปแต่อย่างใด เพียงแต่ความรู้สึกคนเรา บางครั้งมันก็ยังคงค้างคา และเป็นตัวคอยย้ำให้อยากกลับไปอยู่เสมอ แต่อาจเพราะปัจจุบันนั้นเป็นตัวคอยขวางกั้นให้ทำเรื่องแบบนั้นไม่ได้อีกแล้ว ที่สุดท้ายแล้วก็มีแต่จะต้องยอมรับถึงมัน
ปล. ท้ายที่สุดประสบการณ์ในชีวิตครั้งนี้อย่างน้อยมันก็ทำให้เราได้เข้าใจอะไรหลายๆ อย่าง
• ได้ออกไปเผชิญโลกภายนอกด้วยตัวเอง
• ได้ลองออกไปใช้ชีวิต/เดินทางคนเดียว
• ได้ออกไปมีเวลาให้กับคนที่อยากพบ
แต่ก็น่าเสียดายที่ความทรงจำดีๆ ต่อการที่ได้ออกมาส่งและอำลาถึงวงดนตรีอย่าง "COCKTAIL" ในครั้งสุดท้ายนี้ มันกับแฝงอยู่ในหัวใจไปด้วยความรู้สึกที่หม่นๆ ติดในความรู้สึกที่ยังค้างคา และความทรงจำที่มีต่อคนๆ นึงให้ได้มาติดอยู่ในใจแบบไม่จางไปไหน รวมถึงการที่ได้ออกมาส่งพี่ๆ ให้ได้ออกเดินไปตามเส้นทางของตัวเองต่อจากนี้ มันจะยังคงเป็นความทรงจำที่ดี บทเพลงในช่วงเวลานั้นก็จะยังคงก้องกังวาลในหัว และยังคงมีอีกหลายบทเพลงจากวงดนตรีวงนี้ ที่เกิดขึ้นมาเพื่อให้เราได้เลือกเก็บหรือใส่ใครบางคนเอาไว้ข้างใน เมื่อทุกๆ ครั้งที่เปิดฟัง...
และแม้ว่าบางที ใครบางคนจะหายไปตามกาลเวลาก็ตาม but always remember
"People has gone, But memories still remain."
#COCKTAI7EVERTOUR #47 #58
COCKTAIL 77 EVERTOUR คอนเสิร์ตอำลาครั้งนึงในชีวิตกับความรู้สึกที่ไม่อาจจางหาย...
ซึ่งพอเวลาเดินไป เราก็ได้ออกมาเจอกันที่คอนเสิร์ต แต่ใครจะไปคิดอะเนอะ ว่าช่วงเวลาดีๆ ที่เรามีร่วมกัน ได้ยืนดูวงที่เราชอบด้วยกันเล่นคอนเสิร์ตให้ฟังเป็นครั้งสุดท้าย ณ วันนั้น มันจะได้กลายเป็นครั้งสุดท้ายของเราทั้งคู่จริงๆ เพราะในจังหวะที่ทุกอย่างเงียบลง ผู้คนมากมายต่างแยกย้าย ดั่งค่ำที่ว่า "งานเลี้ยงต้องมีวันเลิกรา" ซึ่งรวมถึงเราทั้งคู่ด้วย ผมเองก็ต้องกลับไปต่างจังหวัดในหลังจากนี้ ทั้งที่ในใจก็คิดว่าไหนๆ ก็ออกมาเจอกัน น่าจะได้อยู่ด้วยกันให้นานกว่านี้ ราวกับช่วงเวลาที่ผ่านมามันได้จำกัดเราเอาไว้แค่ชั่วคราว ภาพสุดท้าย ณ วันนั้นที่จำได้ก็คงจะมีเพียงแค่วิดีโอเล็กๆ ที่ถ่ายด้วยกันหลังจบ จนสุดท้ายชีวิตก็กลับเข้า Loop เดิม ที่เคยเป็นมาอย่างที่ได้เขียนไปในก่อนหน้านี้ จน ณ วันนี้เราก็ได้แยกกันไปตามทางของตัวเอง ด้วยเหตุผลที่ "ความรักบางครั้งมันก็ฝืนต่อไม่ไหว แค่เราอย่างเดียวมันก็คงไม่พอ ไม่ว่าจะในเรื่องของเวลา หรือแม้แต่การก้าวข้ามอุปสรรค ความอึดอัด/กดดัน ก็ล้วนแต่สำคัญหมดไม่ต่างกัน แต่น่าเสียดายที่เราทั้งคู่เองดันแพ้ให้กับมัน คล้ายว่าการเจอกันครั้งนี้เป็นดั่งครั้งแรกและครั้งสุดท้ายในเวลาเดียวกันซะอย่างงั้น...
ที่กล่าวไปทั้งหมด จริงๆ ตัวผมเอง ก็คือเข้าใจทุกอย่างดีหมดแล้วนะ ไม่ได้หวังอยากหาคำตอบหรือหนทางกลับไปแต่อย่างใด เพียงแต่ความรู้สึกคนเรา บางครั้งมันก็ยังคงค้างคา และเป็นตัวคอยย้ำให้อยากกลับไปอยู่เสมอ แต่อาจเพราะปัจจุบันนั้นเป็นตัวคอยขวางกั้นให้ทำเรื่องแบบนั้นไม่ได้อีกแล้ว ที่สุดท้ายแล้วก็มีแต่จะต้องยอมรับถึงมัน
ปล. ท้ายที่สุดประสบการณ์ในชีวิตครั้งนี้อย่างน้อยมันก็ทำให้เราได้เข้าใจอะไรหลายๆ อย่าง
• ได้ออกไปเผชิญโลกภายนอกด้วยตัวเอง
• ได้ลองออกไปใช้ชีวิต/เดินทางคนเดียว
• ได้ออกไปมีเวลาให้กับคนที่อยากพบ
แต่ก็น่าเสียดายที่ความทรงจำดีๆ ต่อการที่ได้ออกมาส่งและอำลาถึงวงดนตรีอย่าง "COCKTAIL" ในครั้งสุดท้ายนี้ มันกับแฝงอยู่ในหัวใจไปด้วยความรู้สึกที่หม่นๆ ติดในความรู้สึกที่ยังค้างคา และความทรงจำที่มีต่อคนๆ นึงให้ได้มาติดอยู่ในใจแบบไม่จางไปไหน รวมถึงการที่ได้ออกมาส่งพี่ๆ ให้ได้ออกเดินไปตามเส้นทางของตัวเองต่อจากนี้ มันจะยังคงเป็นความทรงจำที่ดี บทเพลงในช่วงเวลานั้นก็จะยังคงก้องกังวาลในหัว และยังคงมีอีกหลายบทเพลงจากวงดนตรีวงนี้ ที่เกิดขึ้นมาเพื่อให้เราได้เลือกเก็บหรือใส่ใครบางคนเอาไว้ข้างใน เมื่อทุกๆ ครั้งที่เปิดฟัง...
และแม้ว่าบางที ใครบางคนจะหายไปตามกาลเวลาก็ตาม but always remember
"People has gone, But memories still remain."
#COCKTAI7EVERTOUR #47 #58