เดินป่าล่านำ้ตกกับหนุ่มน้อยวัยเกษียณ พีหน่อยเลลอซู เปรโต๊ะลอซู สิงหา 69

สวัสดีครับ หน้าฝนแล้ว เราก็ต้องไปเที่ยวนำตกกันสิ เมื่อปีที่แล้วไปเจอนำตกใหม่สวยมากใน tik tok เลยตั้งใจว่าฝนนี้เจอกัน เนื่องจากเป็นนำตกเปิดใหม่ เพิ่งเปิดให้เที่ยวปีที่แล้วเองเลยหาทัวร์ไปยาก ยังไม่มีคนจัด กว่าจะได้ก็เกือบท้อ ก็จองไว้ปลายเดือนสิงหา ฝนกำลังชุกนำต้องเยอะต้องสวยมากๆแน่  อ้อชื่อน้องคือ พืหน่อยเลลอซู หรือนำตกแม่เหว่ย อยู่ท่าสองยาง ตาก


         ก่อนมาทริปนี้ก็ไปซ้อมขาที่เปรโต๊ะมาก่อน๑ทริป ช่วงหยุดวันแม่ โชคดีมาก ก่อนไปฝนตกไม่หยุดมา๓วัน วันไปถึงฝนซาแล้ว บางช่วงก็หยุดตกเป็นชั่วโมง เดินกันสนุก ลุยโคลนกันมันไปเลย




          สายรัดส้นรองเท้าขาดตั้งแต่หล่มโคลนที่๒ ก็ต้องไปต่อมันอย่างนั้นแหละ เหมือนใส่แตะลุยโคลน จนมาพบว่าถ้าเจอหล่มโคลน ถอดรองเท้าเดินสบายกว่ากันเยอะ นำตกก็สวยจริงๆนำเต็มพุ่งแรง สวยคุ้มค่าความเหนื่อย วันก่อนกลับฝนตกยาว ขากลับจากลุยโคลนก็มีเพิ่มลุยทางนำไหลอีก กำไรชีวิต  หลังจากนั้นมาอีกอาทิตย์ เปรโต๊ะปิด นำป่าถล่ม นับว่าโชคดีจริงๆ

            วันเดินทางไปพีหน่อยเล ไปรอรถที่โลตัสรังสิต เย็นวันศุกร์ เพิ่งรู้ว่าคนฮิตเดินป่ากัน มีคนมารอขึ้นรถตู้แบกเป้คนละใบ น่าจะ 50 กว่าคนได้ ต่างทัวร์ ต่างจุดหมาย แต่รักความลำบากเหมือนๆกัน  ฝนก็ตกไม่หยุดตั้งแต่บ่าย ตกตลอดทางยันเริ่มเดิน  ไปถึงร้านกาแฟปลายทาง จริงๆมีร้านแม่เล็กเป็นร้านใหญ่สุดมีพร้อมทุกอย่าง เป็นจุดเริ่มของทุกทัวร์ แต่วันนี้คนมากันเยอะมากนับได้เกือบสิบคันรถตู้ ไกด์เลยย้ายมาร้านเล็กๆห่างไปหน่อย ก็ดีไม่ต้องแย่งกับคนอื่น มีแค่ทัวร์เรา๒คันรถตู้ ก็งง ไหนว่าเพิ่งเปิดคนยังไม่รู้จัก ทำไมคนเยอะแบบนี้ ไกด์เองก็งง ปกติมีแค่ไม่กี่คัน
            แต่งตัวกินข้าวแล้วก็แบกเป้ขึ้นรถกระบะชาวบ้านไปอีกหลายกิโล ทางน่ากลัวมากทั้งชันทั้งเละฝนก็ตกตลอด แต่สนุกกันมากกรี๊ดกันตลอดทางจนมาจุดปล่อยตัวเดินเท้า ช่วงแรกก็เป็นนาข้าวเป็นข้าวดอยของคนแถวนั้น สักพักก็เข้าป่าขึ้นลงสลับกันไป ป่าค่อนข้างรก ทางเดินแคบ ที่สำคัญที่สุดคือ ทางเป็นดินเหนียวมีโคลนเละๆ เดินลื่นมากกกกก เกือบตลอดทาง ต้องเกร็งขากลัวลื่นกลัวล้ม เดินเมื่อยมากๆ และผมเพิ่งถอยรองเท้าใหม่มา เอาแบบยางเจาะรูเยอะๆให้ระบายนำดีๆเพราะลุยนำตลอด แต่ลืมนึกถึงพื้นรองเท้าว่าต้องดอกลึกๆ นี่เลยเดินไปสไลด์ไป ล้มไปหลายที กว่าจะถึงแคมป์

เริ่มออกเดินทาง ยังดี๊ด๊ากันอยู่
เริ่มเดินเท้าแล้ว สบายๆ
กลัวจะเดินง่ายไป ต้องปีนรั้วกันบ้าง
นี่แค่เริ่มต้น ชิลๆ
นั่งพักเหนื่อยระหว่างทาง


                     เดินกันมา ๒ ชั่วโมงกว่าๆก็ถึงแคมป์ มี surprice ด้วย ก่อนมาไกด์บอกไม่มีส้วม ต้องเข้าป่ากันเอง แต่วันนี้มีแล้วเพิ่งทำเสร็จไม่กี่วัน ธรรมชาติมาก เท่สุดๆ รอดตายแล้วเรา ที่ตั้งแคมป์อยู่ข้างลำธาร อาบนำซักผ้าได้
นี่แหละห้องนำ้ที่แสนสบาย วิวดีสุดๆ
ที่อาบนำ้ ซักผ้า ล้างจาน


           กางเตนท์ เก็บของ พักกินข้าวสักแป๊บก็เดินไปนำตกกัน ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะดูรีวิวก่อนมามีแต่รูปนำตกสวยๆ แต่ของจริง ทางเดินไปนี่โหดกว่าทางมาแคมป์หลายเท่า ชันกว่า ลื่นกว่า ขึ้น ลง ไปเรื่อยๆ  เดินไปก็คิดไป ขาไปยังขนาดนี้ ขากลับแย่แน่ๆ ก็กัดฟันเดินอีกชั่วโมงนิดๆกับระยะกิโลกว่าๆ ก็มาถึง  สุดยอด ที่เหนื่อยๆมานี่ลืมไปหมด นำแรงมากลมก็แรงพัดละอองนำเข้าหน้าเม็ดใหญ่ยังกะเม็ดฝน แสบหน้าไปหมด กล้องเปียกฉำ่





               ผมไปถึงชุดแรกๆ คนยังไม่เยอะ ก็มีคนเข้าแถวรอถ่ายรูปไม่กี่คน  จนสักพักคนค่อยๆตามมาเรื่อยๆ ผมก็หลบมานั่งเสพวิวห่างๆ ชื่นใจ สะใจจริงๆ คิดไม่ผิดที่ยอมลำบากขนาดนี้    
              นั่งพักสักพักถ่ายรูปกันพอแล้ว คนเริ่มเยอะก็เดินกลับกัน สวนกับอีกหลายกลุ่มเลย น่าจะเกินร้อย แล้วก็มานั่งเล่นพักเหน่อยแช่นำกันตรงบนหัวนำตก แล้วก็เดินลงแคมป์ อาบนำในลำธาร กินข้าว เม้ามอยกัน  จากคนไม่รู้จักกัน ลุยป่ามาด้วยกันวันเดียว สนิทกันเลย คุยกันเฮฮา ผมก็แก่สุด น้องๆมันก็เรียกป๋า เอาก็ดีกว่าลุงอะนะ พอสองทุ่มผมก็เข้านอน ฟังเสียงฝน เสียงนำลำธารทั้งคืน หลับๆตื่นๆ
พักแช่นำ้หัวนำ้ตก
เดินเยอะก็ต้องกินเยอะ กินไปเม้ากันไป ไม่มี Internet ก็คุยกันเอง


                  เช้ามาก็ได้ลองใช้งานห้องส้วมใหม่กลางป่า work มากๆ แต่ไม่มีกลอนประตู ต้องเอาร่มมากางไว้หน้าประตู จะได้รู้ว่ามีคนอยู่นะ จนฟ้าสางก็เก็บเตนท์ เก็บของกินข้าวเช้า ออกเดิน ฝนก็ไม่หยุดสักที
บรรยากาศยามเช้า
เข้าป่าแต่ก็ต้องสวย ถักเปียกัน แต่งหน้าสวยเช้งทุกคน
ถ่ายรูปส่งท้ายก่อนออกเดิน
ไม่เหนื่อยก็ไม่ได้เห็นวิวแบบนี้


                 ขากลับไม่ใส่เสื้อกันฝนแล้ว มันกันฝนได้จริง แต่เหงื่อมันก็ออกจนเปียกโชกพอกัน อบอ้าวด้วย เดินลุยฝนมันไป เปียกก็ดี เย็นสบายดี มีคนใส่เสื้อฝนกันไม่กี่คนเอง  ขากลับส่วนใหญ่เป็นทางเดินลงแบบลื่นสุดๆ ไม้pole ผมก็พัง จาก ๓ ท่อนมันหดเหลือ๒ ท่อน สั้นจู๋เลย คำ้ก็ลำบาก รองเท้าก็ลื่น เดินไปไม่ถึงครึ่งทางรองเท้าขาดอีก เอาไงดี ก็ถอดรองเท้าเดินมันเลย แต่ไกด์เขารู้เลยวิ่งสวนกลับมาถอดรองเท้าบู๊ตของเขาให้ แล้วเขาใส่อีแตะเดิน ขอบคุณมากๆ ถ้าไม่ได้รองเท้าคู่นี่คงไม่ถึงหรือถึงก็ต้องเสียเวลาอีกเป็นชั่วโมง
               ก่อนถึงทางออกไกด์พาแวะไปเล่นนำตกเล็กๆข้างทาง สวย นำแรง สนุกมาก ถ่ายรูปกันอีกพักใหญ่ ก็เดินกลับมาร้านกาแฟเจ้าเดิมอาบนำเปลี่ยนชุดกินข้าว แล้วก็กลับ ห้องนำที่นี่มีแค่๒ห้อง นำก็ไหลอ่อน ก็รีบอาบล้างตัว คนอื่นจะได้อาบกัน  ก็นั่งคุยกับน้องๆ มีน้องคนนึงทำช่องท่องเที่ยว ก็บอกไปว่า ช่วยรีวิวทางเดินไปนำตกด้วยนะ ว่ามันโหดขนาดไหน ไม่งั้นทุกคนจะคิดแต่ว่ามันสวยแต่ไม่รู้ว่าก่อนจะเจอสวรรค์ต้องผ่านนรกให้ได้ก่อน ทุกคนก็เห็นตรงกันว่า ไม่รู้มาก่อนจริงๆว่ามันจะโหดขนาดนี้ แล้วก็เดินทางกลับกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ ถึงรังสิต ๔ ทุ่ม

รองเท้ายืมเพื่อน(ไกด์)


  สรุป    ๑ นำตกพีหน่อยเล สวยมาก ยิ่งใหญ่มาก สายเดินป่าเที่ยวนำตกต้องมาให้เห็นกับตา
           ๒ การเดินทางเหนื่อยหน่อย แต่สบายกว่าทางไปเปรโต๊ะที่อุ้มผาง ทางนั้น 1300 โค้ง ทรมานมาก
           ๓ ทางเดินยาก แต่ยังไม่สุด โหดกว่าเปรโต๊ะ แต่ยังไม่เท่าสันหนอกวัว  ยังมีแรงเหลือ สำคัญรองเท้าต้องดี ดอกลึก กันลื่น ไม่งั้นทรมานมาก
          ๔ ทากเยอะ ผมเจอ ๔ ตัวจับออกทัน แต่มีตัวที่๕ ไม่เจอตัวแต่กัดที่ต้นขา เลือดไหลจนเปียกกางเกง ตอนแรกนึกว่าเลอะโคลน กลับถึงบ้านถึงรู้ว่า                   เลือดเราเอง  เจอกันทุกคน
         ๕ ทางเดินลื่นมาก จัดเป้ให้เบาที่สุด หรือจ้างลูกหาบได้ ไม่งั้นเป้จะเหวี่ยงจนพาล้มได้ pole ก็ช่วยได้เยอะ ช่วยพยุงตัวกันล้มได้มาก

          ปีนี้ก็หมดฤดูกาลเที่ยวป่าแล้วครับ ปีหน้าเจอกันใหม่ มีแผนแล้วแต่จะไปได้หรือเปล่าค่อยว่ากัน ถ้าได้ไปจะมาเล่าให้ฟังใหม่ครับ  ขอบคุณทุกคนที่มาอ่าน มาเม้นครับ

      ปล ผมไปกับทัวร์ โลกของคนเดินทาง เป็นบริษัทเล็กๆ เจ้าของชื่อคุณตั้ม มาเป็นไกด์เองเลย ดูแลดีมาก อาหารอร่อยเยอะกินไม่หมด ถ่ายรูปให้เต็มที่  
             อยากได้ท่าไหนบอก บริหารเวลาดีมาก สนใจหาในเนทได้เลยครับ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่