JJNY : รักชนกร้องป.ป.ช.ฟัน TH-AI Passport│ภคมนลั่นโกงสอบ ต้องสาวตัวการ│เชื่อมั่น 14จว.ใต้ลดวูบ│อังกฤษยกระดับกดดันรัสเซีย

รักชนก ร้อง ป.ป.ช. ฟัน TH-AI Passport แฉส่อฮั้ว 1.6 พันล้าน ลั่นวันฟ้าสีทอง ต้องมีคนติดคุก
https://www.matichon.co.th/politics/news_5870899
.

.
‘รักชนก-ธีระชาติ’ ยื่น ป.ป.ช. สอบโครงการ TH-AI Passport ชี้พิรุธล็อกสเปก-ส่อฮั้วประมูล หวังวันฟ้าสีทองได้เห็นคนทำผิดติดคุก
.
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 1 กันยายน ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน พร้อมด้วย นายธีระชาติ ก่อตระกูล ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ยื่นสำนวนพร้อมพยานหลักฐานเข้าต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ไต่สวนและดำเนินคดีกับโครงการ TH-AI Passport ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)

โดย น.ส.รักชนก กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนเคยบอกว่าหากมีการเปิดใช้งานโครงการดังกล่าวและมีผู้เข้าใช้งานคนแรกเมื่อไหร่ จะดำเนินการยื่นร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. ทันที ซึ่งวันนี้ได้ทำหนังสือร้องเรียนและรวบรวมพยานหลักฐานที่หาได้ทั้งหมดมาส่งมอบให้กับ ป.ป.ช. สำหรับบุคคลที่ตนร้องเรียนในครั้งนี้ ประกอบด้วย นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี, นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, นายธีรวุฒิ ธงภักดิ์ ประธานคณะกรรมการร่างขอบเขตของงาน (TOR) รวมถึงกรรมการบริหารบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง
.
น.ส.รักชนก กล่าวอีกว่า สำหรับนายไชยชนก เป็นข้อกล่าวหาในความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากเมื่อปรากฏข้อพิรุธและความผิดปกติของโครงการแล้ว กลับไม่ได้พยายามหยุดยั้งหรือหาทางยกเลิกโครงการ ขณะที่ข้าราชการรายอื่นเป็นผู้รับนโยบายมาผลักดันและมีส่วนเกี่ยวข้องกับการยกร่าง TOR โดยหนึ่งในข้อพิรุธสำคัญคือ การกำหนดสเปกใน TOR ด้านการประชาสัมพันธ์ที่ระบุว่าต้องประชาสัมพันธ์บนจอบิลบอร์ดไม่น้อยกว่า 400 จุดทั่วประเทศ จอในร้านสะดวกซื้อไม่น้อยกว่า 6,000 จอ ในสาขาไม่น้อยกว่า 1,500 แห่ง และจอในห้างสรรพสินค้าไม่น้อยกว่า 200 จุด ซึ่งมีผู้ประกอบการเพียงไม่กี่รายที่สามารถตอบโจทย์เงื่อนไขดังกล่าวได้
.
น.ส.รักชนก กล่าวด้วยว่า ข้อน่าสังเกตอีกประการคือ ความเชื่อมโยงระหว่างบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งกับบริษัทที่ครอบครองสื่อจอประชาสัมพันธ์ทั่วประเทศ ซึ่งพบว่ามีผู้รับผลประโยชน์สุดท้าย (UBO) กลุ่มเดียวกัน และมีที่ตั้งจดทะเบียนอยู่ในสถานที่เดียวกัน โดยพรรคประชาชนได้ทักท้วงประเด็นนี้มาอย่างต่อเนื่อง แต่กระทรวงดิจิทัลฯ กลับไม่ได้ดำเนินการใดๆ ตามข้อทักท้วง
.
น.ส.รักชนก กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังมีการเปลี่ยนรูปแบบการจ่ายเงินของโครงการโดยสัญญาในช่วงแรกกำหนดให้เป็นการเหมาจ่าย ซึ่งต่อให้มีผู้ลงทะเบียนใช้งานเพียงคนเดียว เอกชนคู่สัญญาก็จะได้รับเงินเต็มจำนวนประมาณ 1,600 ล้านบาท ก่อนที่จะมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบมาเป็นการจ่ายตามการใช้งานจริง (Pay per use) ในภายหลัง
.
จุดหมายปลายทางของเรา เราย้ำอีกครั้งว่าเราอยากที่จะยกเลิกโครงการนี้ กลับไปเริ่มต้นใหม่เลย ถ้าท่านคิดว่ามันดีจริง มันคุ้มค่า ท่านกลับไปเริ่มต้นใหม่ในแบบที่มันถูกต้อง กลับไปเขียน TOR ให้ทุกคนสามารถเข้าแข่งขันได้” น.ส.รักชนก กล่าว
.
น.ส.รักชนก กล่าวต่อว่า จากข้อมูลล่าสุดที่ได้รับเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 มีผู้ลงทะเบียนประมาณ 1.3 ล้านคน และมีผู้ใช้งานจริงประมาณ 1 แสนคน เมื่อคิดจากค่าใช้จ่ายต่อหัวตามที่กระทรวงระบุไว้ หากยังใช้สัญญาแบบเหมาจ่ายเดิม รัฐจะต้องจ่ายเงินสูงถึง 1,600 ล้านบาท ทั้งที่มูลค่าการใช้งานจริงอยู่ที่เพียงไม่กี่ล้านบาท จึงน่าตั้งข้อสังเกตว่า โครงการดังกล่าวเป็นการหากินกับเงินนอกงบประมาณ หรือเป็นการปั้นโครงการขึ้นมาเพื่อผันเงินไปยังบริษัทที่สนับสนุนระบอบสีน้ำเงินหรือไม่ ซึ่งหากพรรคประชาชนไม่นำเรื่องนี้มาตีแผ่ให้สาธารณะจับตา เอกชนก็อาจได้รับส่วนต่างประมาณ 1,500 ล้านบาทจากรูปแบบสัญญาเดิมไปแล้ว
.
เมื่อถามว่า การยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. ครั้งนี้จะสามารถหยุดโครงการได้หรือไม่ น.ส.รักชนก กล่าวว่า มาถึงวันนี้คงไม่สามารถหยุดโครงการได้แล้ว แต่คาดหวังว่าจะต้องมีผู้รับผิดชอบและถูกลงโทษ
.
ปลายทางสุดท้ายแล้ว ถ้าคดีสิ้นสุด ดิฉันก็อยากเห็นคนติดคุก ในเมื่อกล้าที่จะผลักดันออกมา ท้าทายสายตาประชาชน ท้าทายการจับตาของสื่อ ท้าทายกฎหมายมากๆ ถึงปลายทางสุดท้าย ถ้าฟ้าสีทองมันผ่องอำไพขึ้นมาสักวันหนึ่ง ดิฉันก็อยากเห็นคนกระทำผิดต้องติดคุก ต้องรับโทษ” น.ส.รักชนก กล่าว
.
เมื่อถามถึง กรณีที่เลขาธิการ ป.ป.ช. ออกมาระบุว่าเรื่องนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ เนื่องจากก่อนหน้านี้ นพ.วรงค์ เดชวิกรม เคยมายื่นเรื่องร้องเรียนไปแล้ว แต่รัฐยังสามารถดำเนินโครงการต่อได้ น.ส.รักชนก ให้ความเห็นว่า หาก ป.ป.ช. เข้ามาดำเนินการหรือให้ความเห็นเร็วกว่านี้อาจช่วยหยุดโครงการนี้ได้ เหมือนโครงการดิจิทัลวอลเลต หรือเรื่องงบกลางปี 2568 ที่มีผู้ยื่น ป.ป.ช. จนสามารถหยุดยั้งงบประมาณได้ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ป.ป.ช. ทำงานช้าไปหรือตั้งใจไม่ปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา เนื่องจากมีผลประโยชน์ขัดกันหรือมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดสนิทสนมกับใครในระบอบสีน้ำเงินเป็นพิเศษหรือไม่ เพราะ ป.ป.ช. มักถูกข้อครหาเรื่องสัดส่วนที่ได้รับแต่งตั้งจาก สว. เข้ามาจนอาจทำให้กระดูกสันหลังถูกถอดออกไป ไม่สามารถทำงานอย่างตรงไปตรงมาได้
.
น.ส.รักชนก กล่าวอีกว่า สำหรับการยื่นเรื่องในวันนี้ได้นำข้อมูลจากการตรวจสอบในชั้นคณะกรรมาธิการ (กมธ.) มาร่วมยื่นด้วย โดยนำข้อมูลและรายละเอียด TOR และคำตอบในชั้น กมธ. รวมถึงรายงานการประชุมของ กมธ.ติดตามงบประมาณฯ ทั้ง 3 ครั้งที่มีการถอดรายละเอียดแบบบรรทัดต่อบรรทัด ทำเป็นข้อสังเกตส่งให้หน่วยงานตรวจสอบ ทั้ง ป.ป.ช. สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตำรวจสอบสวนกลาง ป.ป.ท. และ ปปง. และในวันนี้มายื่นในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรด้วย
.
น.ส.รักชนก กล่าวด้วยว่า ส่วนการขอข้อมูลจากกระทรวงดีอีนั้น ปลัดกระทรวงฯ เคยกล่าวออกสื่อสาธารณะหลายครั้งว่าให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี แต่ขอแย้งว่าไม่เป็นความจริง ปลัดกระทรวงฯ มาชี้แจงเพียง 1 ครั้ง และเอกสารที่ส่งมา 9 ฉบับ จากหลายสิบฉบับที่ขอไป ครึ่งหนึ่งเป็นเอกสารสาธารณะที่ดูได้ในระบบอยู่แล้ว แต่เอกสารสำคัญ 3 ส่วนที่ยังรออยู่และยังไม่ได้รับประกอบด้วย ข้อเสนอเชิงเทคนิคของทั้ง 3 บริษัท เพื่อนำมายืนยันว่ามีการสมยอมฮั้วประมูลหรือไม่ ซึ่งมีข้อสังเกตว่าใน TOR ระบุให้ใช้จอระดับ Top 5 ของประเทศ ซึ่งไม่มีบริษัทใดใส่รายละเอียดว่าจะใช้จอของบริษัทใด แต่กลับได้รับการให้คะแนนและผ่านการพิจารณา ถือเป็นเรื่องแปลกประหลาด รวมถึงสัญญาฉบับล่าสุดที่ปลัดกระทรวงฯ อ้างว่าสามารถหาอ่านได้ในเว็บไซต์ เมื่อเข้าไปดูแล้วไม่พบตัวเต็ม รวมถึงหนังสือแนบท้ายสัญญาและภาคผนวกก็ไม่ได้แนบมาด้วย
.
น.ส.รักชนก กล่าวอีกว่า ขอให้ปลัดกระทรวงฯ ฟ้องร้องหากมองว่าเป็นการกล่าวหา เพราะมีหลักฐานว่าพูดไม่ตรงกับความจริง ซึ่งส่งผลให้การทำงานของ กมธ.ติดขัด ทำให้ล่าสุด กมธ.ได้ออกหนังสือใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.คำสั่งเรียก เอกสาร 2-3 ฉบับดังกล่าวแล้ว โดยกำหนดให้ส่งเอกสารภายในวันที่ 8 กันยายนนี้ และ กมธ.ติดตามงบฯ จะมีการประชุมพิจารณาเรื่อง TH-AI Passport อีกครั้งในวันที่ 10 กันยายน เพื่อพิสูจน์ว่าปลัดกระทรวงฯ และนายไชยชนกจะให้ความร่วมมือจริงตามที่เคยกล่าวไว้ต่อสื่อมวลชนหรือไม่ และนอกจากวันนี้จะยื่นหนังสือถึง ป.ป.ช. แล้ว ยังเตรียมไปยื่นเรื่องต่อตำรวจสอบสวนกลางด้วย
.
เมื่อถามว่า หลังเปิดให้ใช้งานวันแรกเมื่อวันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา น.ส.รักชนก ได้ลองใช้งานหรือไม่ เพราะนายไชยชนกบอกว่าเป็นของดี ที่ดีกว่าของฟรีแน่นอน น.ส.รักชนก กล่าวว่า เรื่องนี้ถ้าตนพูดไปอาจไม่มีน้ำหนัก เดี๋ยวจะหาว่าออกมาโจมตี แต่คิดว่าประชาชน คนที่ได้ทดลองใช้งาน หรือผู้เชี่ยวชาญทางด้าน AI ที่เชี่ยวชาญกว่าตน ก็ออกมารีวิวแล้วว่าห่วยกว่าของฟรี เพราะเป็นเวอร์ชันที่ตกรุ่นและเอามาให้ใช้ ดังนั้นเรื่องนี้ให้ประชาชนช่วยกันออกมารีวิวเยอะๆ จะดีที่สุด
.
เมื่อถามว่า คาดหวังกับการสอบสวนของ ป.ป.ช. อย่างไร เพราะที่ผ่านมาหลังจากมีการมายื่นเรื่องก็ใช้ระยะเวลานาน น.ส.รักชนก กล่าวว่า บอกตรงๆ ตนไม่ได้คาดหวังกับ ป.ป.ช. มองว่ามีคนในระบอบสีน้ำเงินชี้นิ้วสั่งการให้ทำนั่นทำนี่ แต่ทำไมเราต้องมายื่น เราต้องเอามีดมากรีดที่แผล และเอาเท้าขยี้ให้เห็นไปเลยว่าโครงการนี้มีความชัดเจนว่าส่อผิดปกติและส่อทุจริตคอร์รัปชัน ป.ป.ช. จะเป่าคดีอีกหรือไม่ หรือจะทำเนียนๆ เหมือนคดีของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมอีกหรือไม่
.
น.ส.รักชนก กล่าวอีกว่า ตนคิดว่าทำไปเหมือนพิธีกรรมที่ต้องทำ แต่จะคาดหวังหรือไม่ ประชาชนในประเทศนี้รู้กันหมดว่าใครจะสามารถควบคุม ป.ป.ช. ได้ แต่สิ่งที่ตนเองต้องทำคือต้องพยายามตีแผ่ความผิดปกติและการทำงานอย่างไม่ตรงไปตรงมาให้ประชาชนรับรู้ รับทราบ
.
เมื่อถามถึง กรณีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจโครงการ TH-AI Passport น.ส.รักชนก กล่าวว่า เปิดมาหมดขนาดนี้แล้วจะเหลือของไว้สำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ ตนพูดไว้เลยว่าถึงแม้เราจะเปิดออกมาต่อเนื่องหลายเดือนที่ผ่านมาและเปิดมาหลายข้อและจะมีเปิดอีกแต่ของยังเหลืออีกเป็นกระบุง ไปอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ ต้องลองคิดดูว่าไส้เน่าขนาดไหนถึงเหลือของให้เราเล่นได้อีกเป็นเดือนๆ และยังไม่หมด และยังเหลือของไปอภิปรายไม่ไว้วางใจได้อีก
.
ต่อข้อถามว่า กรณีที่กระทรวงดีอีจะมีเฟส 2 หากโครงการประสบความสำเร็จ น.ส.รักชนก กล่าวว่า ตนคิดว่าเราก็ทำทุกสิ่งอย่างที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือพรรคประชาชนทำทั้งหมดแล้วเท่าที่จะทำได้ ในอำนาจที่เอื้อ
.
หากถามว่าถ้าหากเขาจะดึงดันและผลักดันเฟสสองออกมาต้องบอกว่าหน้าด้านมากๆ เพราะในวันนี้คนลงทะเบียนมีอยู่ไม่ถึงครึ่งและแอคทีฟยูเซอร์ไม่ถึง 10% ด้วยซ้ำ ถ้าท่านยังบอกว่าประสบความสำเร็จและยังจะผลักดันตนคิดว่ามันไม่ใช่เพื่อประชาชนแล้ว และถ้าหากว่ามันมีเฟสสองออกมาและผลักดันจนสำเร็จจริงๆ ตนคิดว่าชัดเจนแล้วว่าเขาไม่ได้ยึดบนฐานคิดว่าประชาชนจะได้ประโยชน์อะไร แต่เขาแค่อยากจะใช้เงินให้ได้มากที่สุดเท่านั้น หากเฟสสองออกมาก็จะเป็นการยืนยันข้อสังเกตที่เราได้พูดมาตลอด” น.ส.รักชนก กล่าว
.
เมื่อถามว่า ในการประชุม กมธ. วันที่ 10 กันยายน จะมีการใช้อำนาจเรียกใครบ้างนั้น น.ส.รักชนก กล่าวว่า ใช้อำนาจเรียกไม่ได้ เพราะเมื่อบอกว่าจะใช้อำนาจเรียกรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี นายไชยชนกทีไร องค์ประชุมจะไม่ครบทุกที เป็นเรื่องที่ยากลำบากในการทำงาน กมธ. ซึ่งเราเข้าใจได้เพราะว่า สส. พรรคภูมิใจไทยเขาคงจะไม่ยินดีที่จะมีมติให้เรียกเลขาธิการพรรคมา เราเลยใช้ไม้แข็ง แต่เป็นเหมือนนวมขึ้นมานิดนึงคือใช้อำนาจเรียกเอกสาร ซึ่งได้ออกไปแล้ว
.
ถามย้ำว่า นายไชยชนกบอกว่าที่ไม่มา เพราะว่าอยากให้เรียกผู้มีอำนาจโดยตรงได้ไปชี้แจงเองนั้น น.ส.รักชนก กล่าวว่า ตนคิดว่าผู้มีอำนาจโดยตรงมากที่สุดคือตัวของนายไชยชนก บางทีต้องแสดงความกล้าหาญทางการเมืองในการที่จะออกมาพูดชี้แจงหรือออกมาตอบคำถามที่เป็นการสื่อสารแบบสองทาง ไม่ใช่สื่อสารแบบทางเดียวคือเป็นการพูดพ่นไมค์ใส่สื่อแล้วให้มันจบไป
.
ดิฉันคิดว่าในเมื่อโครงการมันเดินมาจนถึงวันนี้แล้ว นายไชยชนกควรแสดงความกล้าหาญสักครั้งในการมาชี้แจงด้วยตัวเอง มันอาจจะเรียกความเชื่อมั่นขึ้นมาให้กับนายไชยชนกได้ แต่ถ้าไม่มาส่งรัฐมนตรีช่วยมาก็ได้ ถ้าไม่กล้ามาตอบคำถามด้วยตัวเอง” น.ส.รักชนก กล่าว

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่