แค่มาระบายไม่ต้องอ่านก็ได้

บางทีมันอาจจะเป็นกระทู้แรกและสุดท้าย

ปีนี้หนูอายุ 25 ค่ะ มีหนี้ กยศ. 120,000 บาท ยอดล่าสุด 70,000 บาท

หนูเป็นโรคซึมเศร้าขั้นรุนแรงเคยเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลตอนอายุ 18 (เพิ่งเรียนจบ ปวช.แล้วไม่ได้เรียนต่อ) ช่วงอายุ 19 ถูกบังคับให้แต่งงานคลุมถุงชนพอครอบครัวฝั่งผู้ชายรู้ว่าป่วยซึมเศร้าก็บังคับให้หยุดยาเอง(ถึงขั้นโทรไปด่าคุณหมอ) พวกเขาเริ่มกระบวนการ  PUA บังคับให้มีลูกและพยายามตัดปีกทุกอย่าง จนอายุ 21 หนูตัดสินใจ ฆตต. ครั้งแรกด้วยการกระโดดสะพานข้ามแม่น้ำ แต่ว่าทำไม่สำเร็จค่ะ

หลังจากนั้นก็หย่าขาดกันและกลับมาอยู่ที่บ้านดูแลปู่กับย่า จากที่เคยบังคับให้หนูแต่งงานตอนนี้ไม่มีใครกล้ายุ่งกับหนูเพราะกลัวว่าจะ ฆตต.อีก แต่ว่าก็ไม่ยอมให้หนูรักษาโรคซึมเศร้าเพราะพวกเขาไม่เข้าใจค่ะ ต่อให้จะพูดหรืออธิบายยังไงพวกเขาก็ไม่เข้าใจค่ะ

ตอนนี้โรคซึมเศร้าอาการหนักขึ้นเรื่อย ๆ และมีอาการของโรคกลัวสังคมระยะแรกด้วยค่ะ หนูไม่กล้าก้าวออกจากที่ตรงนี้ มันรู้สึกไม่ปลอดภัยและแพนิคมาก ๆ นอกจากใจจะสั่นแล้วก็มือสั่นด้วย

พ่อกับแม่มีครอบครัวใหม่แล้วค่ะ แยกทางกันตั้งแต่ตอนหนู 9 ขวบ พวกเขามีความสุขกับครอบครัวใหม่มาก ๆ แม่มีลูกใหม่และพ่อก็มีหลานชาย(ลูกชายของพี่สาวที่เป็นลูกติดแม่เลี้ยง) หนูก็แค่ข้อผิดพลาดหนึ่งในชีวิตพวกเขาเท่านั้น หนูเคยไปอยู่กับทั้งสองฝ่ายนะคะ เคยขอความช่วยเหลือ

พ่อทางชีวภาพของหนูบอกหนูว่า“โตจนป่านนี้แล้วก็ยังโง่ทำไมไม่ไปผูกคอตาย”

แม่ทางชีวภาพบอกหนูว่า“ถ้าหนูไม่ฟังแม่ หนูจะต้องเสียใจที่ทำกับแม่แบบนี้ จะกลับก็กลับไปซะ”

พ่อที่เชื่อคำพูดของลูกเลี้ยงมากกว่าลูกตัวเองเพียงเพราะว่าไม่ได้เลี้ยงดูหนูแต่เลี้ยงลูกคนอื่นมา กับแม่ที่บอกให้หนูเชื่อฟังแต่ขโมยเงินสดหลักหมื่นในกระปุกออมสินที่หนูตั้งใจเก็บไว้ใช้หนี้ กยศ. เพื่อใช้จ่ายในครอบครัวทั้ง ๆ ที่ก่อนที่หนูจะมาอยู่ด้วย พวกเขาก็อยู่กันได้ดี หนูกินข้าวด้วยวันละมื้อด้วยซ้ำ(เพราะที่ทำงานหนูเลี้ยงข้าว 2 มื้อ)

หนูเป็นคน EQ ต่ำค่ะ ยิ่งป่วยทางจิตแบบนี้ยิ่งหนักเข้าไปใหญ่ ปกติจ่าย กยศ.เป็นรายปี ไม่มีปัญหาอะไรแต่พอปรับโครงสร้างหนี้เป็นรายเดือนตามที่ กยศ.บังคับมา มันหมุนเงินไม่ทันค่ะ

หนูเคยทำงานเป็นเด็กเสริฟร้านโต๊ะจีน/เด็กเสริฟร้านหมูกระทะ/กรรมกรในไซต์ก่อสร้างขนอิฐ/เด็กเสริฟร้านอาหาร/แม่บ้านร้านอาหาร/ฟรีแลนซ์ใน Fastwork

ย้ายงานตามสถานที่อยู่อาศัยค่ะ ตอนนี้อยู่ชนบทกับปู่ย่า เงินเก็บเหลือเงินสด 1,800 ค้างจ่าย กยศ. 5 เดือนแล้ว(ค้างชำระได้ 6 เดือน)

ตลอด 5 เดือน หนูพยายามหางานออนไลน์ที่สามารถทำที่บ้านได้ตลอดแต่มันก็ยังหาไม่ได้ บางครั้งก็เจอมิจฉาชีพ

จริง ๆ แล้วไอ้เงินสดก้อนนี้หนูตั้งใจเก็บไว้รักษาตัวเองค่ะ ตั้งใจไว้ว่าจะเก็บไว้นอนโรงพยาบาลเพื่อทำการประเมิน ECT แต่ว่า ไม่รู้ว่าจะมีโอกาศนั้นไหม เพราะการจบหนี้ กยศ.ทางเลือกสุดท้ายมันมีอยู่ทางเดียว ไม่ใช่ว่าหนูไม่คิดจะทำเรื่องผ่อนผันหนี้นะคะ แต่มันก็ต้องชำระยอดที่ค้างไว้ก่อนอยู่ดี

เหลือเวลาอีก 20 กว่าวันนี้ หนูท่องในใจตัวเองเสมอว่า ไม่เป็นไรหรอกมันไม่ใช่ครั้งแรกที่เจอเรื่องแบบนี้ มันยังคงไม่เป็นไร

แค่หาเงิน 6,000 บาท ภายใน 25 วัน แค่นี้เอง เรื่องง่าย ๆ สำหรับใครหลายคน แต่ คนกลัวสังคมอย่างหนูทำไม่ได้ค่ะ แม้ว่าจะขยัน ซื่อสัตย์ อดทนกับงาน สุดท้ายแล้วนายจ้างที่ไหนจะอยากจ้างคนป่วยจิตแบบหนู

หนูไม่เคยเอาเรื่องส่วนตัวกับเรื่องงานมาปนกันเลยค่ะ งานคืองาน เป็นคนที่ขยันและอดทนกับงานมาก แต่ใคร ๆ ก็พูดแบบนี้ได้ทั้งนั้น5555

กยศ.เคยหักเงินออกจากบัญชีกรุงไทยโดยที่ไม่ได้แจ้งล่วงหน้าค่ะ เลยไม่ค่อยได้ใช้เงินโอน แต่ก็มีเงินในบัญชีธนาคารออมสินอยู่ 100 บาท โน๊ตบุ๊คพังเหลือแค่โทรศัพท์เครื่องเดียวในมือ ปกติก็ทำงานเอกสาร ทำฟรีแลนซ์ ลองหางานเขียนบ้างแต่ตอนนี้สมองมันไม่ไหวเลยหยุด ล่าสุดลองหางานแอดมินตอบแชทก็เจอมิจฉาชีพค่ะ หาแอปลงขายภาพถ่ายก็ต้องรอ จะวาดภาพขายก็ไม่ได้ฝีมือไม่ถึง

ชีวิตสู้กลับไม่หายเลย อุตส่าห์ดิ้นรนมาจนถึงวันนี้แล้วแท้ ๆ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่