เมื่อก่อนเราเป็นคนที่เปิด Facebook บ่อยมากค่ะ ตื่นมาก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็ก ก่อนนอนก็ยังเลื่อนดูอยู่
บางวันแทบไม่ได้มีอะไรต้องดูแต่ก็เปิดเข้าไปเรื่อยๆ เหมือนเป็นนิสัยที่ทำไปโดยไม่รู้ตัว
ช่วงแรกที่ลองหยุดเล่นไม่ได้คิดว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงมาก แค่รู้สึกว่าอยากลดเวลาจับโทรศัพท์ลง
เพราะบางทีนั่งเลื่อนเพลินๆ รู้ตัวอีกทีก็ผ่านไปเป็นชั่วโมงแล้ว
พอไม่ได้เข้าไปดูบ่อยๆ สิ่งแรกที่รู้สึกได้คือหัวตัวเองเงียบขึ้นมาก
เมื่อก่อนเห็นคนอื่นไปเที่ยว มีของใหม่ ทำงานก้าวหน้า หรือมีชีวิตดูดีๆ แล้วเราก็มักจะเผลอเอาตัวเองไปเปรียบเทียบโดยไม่รู้ตัว
ทั้งที่จริงๆ เราก็ไม่ได้อิจฉาใครนะ แต่พอเห็นอะไรเยอะๆ ทุกวัน มันเหมือนมีเรื่องของคนอื่นเข้ามาอยู่ในหัวตลอดเวลา
จนบางทีลืมไปเลยว่าชีวิตตัวเองกำลังเป็นยังไง
หลังจากเลิกเล่น เรามีเวลาเหลือแบบรู้สึกได้จริงๆ ตอนเช้าไม่ต้องนอนเลื่อนโทรศัพท์อยู่บนเตียงนานๆ
ตอนกินข้าวก็ได้กินแบบไม่ต้องหยิบมือถือขึ้นมาเช็กตลอดเวลา
ช่วงเย็นกลับจากเรียนก็เริ่มหันมาทำอย่างอื่นมากขึ้น บางวันออกไปเดินเล่น บางวันทำอาหารง่ายๆ
บางวันจัดห้อง ฟังเพลง หรืออ่านอะไรที่ตัวเองสนใจโดยไม่ต้องมีฟีดข่าวคอยดึงความสนใจ
อีกอย่างที่ชอบมากคือก่อนนอนสมองสงบขึ้น เมื่อก่อนเลื่อน Facebook ไปเรื่อยๆ จนดึก
แล้วพอวางโทรศัพท์ก็ยังมีเรื่องต่างๆ ที่เห็นในฟีดวนอยู่ในหัวจนบางทีนอนไม่หลับ
พอไม่ได้รับข้อมูลสารพัดเรื่องตลอดทั้งวัน รู้สึกว่าตัวเองกลับมาอยู่กับปัจจุบันมากขึ้น มีสมาธิกับสิ่งที่ทำตรงหน้ามากกว่าเดิม
เราไม่ได้ถึงขั้นลบทุกอย่างออกจากชีวิตนะ แค่เลือกไม่เข้าไปเล่นแบบเมื่อก่อน
ถ้ามีเรื่องที่จำเป็นหรืออยากติดต่อใครก็ยังใช้ช่องทางอื่นตามปกติ
ตอนแรกก็คิดว่าจะเหงา เพราะเคยชินกับการเห็นโพสต์ของคนอื่นตลอด
แต่พอผ่านไปสักพักกลับรู้สึกว่าไม่ได้ขาดอะไรเลย แถมรู้สึกเป็นส่วนตัวและสบายใจกว่าเดิมด้วย
มันทำให้รู้เหมือนกันว่าเราไม่จำเป็นต้องรู้ทุกเรื่องของทุกคนตลอดเวลา และคนอื่นก็ไม่ได้จำเป็นต้องรู้ทุกเรื่องในชีวิตของเราเหมือนกัน
ทุกวันนี้มีเวลาว่างมากขึ้นแบบที่ไม่รู้ตัวว่าก่อนหน้านี้เวลาพวกนั้นหายไปไหนหมด
พอไม่ได้เอาไปนั่งไถฟีด ก็มีเวลาให้ตัวเองเยอะขึ้นจริงๆ
ไม่ได้รู้สึกว่าชีวิตเปลี่ยนไปแบบหวือหวา แต่เป็นความรู้สึกดีขึ้นเล็กๆ ในหลายๆ เรื่องรวมกัน
จนสุดท้ายกลายเป็นว่าชอบชีวิตที่ไม่มี Facebook อยู่ในทุกช่วงเวลามากกว่าเดิมเยอะเลยค่ะ
พอเลิกเล่น Facebook ไปสักพัก รู้สึกว่าชีวิตตัวเองเงียบขึ้น แต่กลับมีความสุขขึ้นเยอะเลย
บางวันแทบไม่ได้มีอะไรต้องดูแต่ก็เปิดเข้าไปเรื่อยๆ เหมือนเป็นนิสัยที่ทำไปโดยไม่รู้ตัว
ช่วงแรกที่ลองหยุดเล่นไม่ได้คิดว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงมาก แค่รู้สึกว่าอยากลดเวลาจับโทรศัพท์ลง
เพราะบางทีนั่งเลื่อนเพลินๆ รู้ตัวอีกทีก็ผ่านไปเป็นชั่วโมงแล้ว
พอไม่ได้เข้าไปดูบ่อยๆ สิ่งแรกที่รู้สึกได้คือหัวตัวเองเงียบขึ้นมาก
เมื่อก่อนเห็นคนอื่นไปเที่ยว มีของใหม่ ทำงานก้าวหน้า หรือมีชีวิตดูดีๆ แล้วเราก็มักจะเผลอเอาตัวเองไปเปรียบเทียบโดยไม่รู้ตัว
ทั้งที่จริงๆ เราก็ไม่ได้อิจฉาใครนะ แต่พอเห็นอะไรเยอะๆ ทุกวัน มันเหมือนมีเรื่องของคนอื่นเข้ามาอยู่ในหัวตลอดเวลา
จนบางทีลืมไปเลยว่าชีวิตตัวเองกำลังเป็นยังไง
หลังจากเลิกเล่น เรามีเวลาเหลือแบบรู้สึกได้จริงๆ ตอนเช้าไม่ต้องนอนเลื่อนโทรศัพท์อยู่บนเตียงนานๆ
ตอนกินข้าวก็ได้กินแบบไม่ต้องหยิบมือถือขึ้นมาเช็กตลอดเวลา
ช่วงเย็นกลับจากเรียนก็เริ่มหันมาทำอย่างอื่นมากขึ้น บางวันออกไปเดินเล่น บางวันทำอาหารง่ายๆ
บางวันจัดห้อง ฟังเพลง หรืออ่านอะไรที่ตัวเองสนใจโดยไม่ต้องมีฟีดข่าวคอยดึงความสนใจ
อีกอย่างที่ชอบมากคือก่อนนอนสมองสงบขึ้น เมื่อก่อนเลื่อน Facebook ไปเรื่อยๆ จนดึก
แล้วพอวางโทรศัพท์ก็ยังมีเรื่องต่างๆ ที่เห็นในฟีดวนอยู่ในหัวจนบางทีนอนไม่หลับ
พอไม่ได้รับข้อมูลสารพัดเรื่องตลอดทั้งวัน รู้สึกว่าตัวเองกลับมาอยู่กับปัจจุบันมากขึ้น มีสมาธิกับสิ่งที่ทำตรงหน้ามากกว่าเดิม
เราไม่ได้ถึงขั้นลบทุกอย่างออกจากชีวิตนะ แค่เลือกไม่เข้าไปเล่นแบบเมื่อก่อน
ถ้ามีเรื่องที่จำเป็นหรืออยากติดต่อใครก็ยังใช้ช่องทางอื่นตามปกติ
ตอนแรกก็คิดว่าจะเหงา เพราะเคยชินกับการเห็นโพสต์ของคนอื่นตลอด
แต่พอผ่านไปสักพักกลับรู้สึกว่าไม่ได้ขาดอะไรเลย แถมรู้สึกเป็นส่วนตัวและสบายใจกว่าเดิมด้วย
มันทำให้รู้เหมือนกันว่าเราไม่จำเป็นต้องรู้ทุกเรื่องของทุกคนตลอดเวลา และคนอื่นก็ไม่ได้จำเป็นต้องรู้ทุกเรื่องในชีวิตของเราเหมือนกัน
ทุกวันนี้มีเวลาว่างมากขึ้นแบบที่ไม่รู้ตัวว่าก่อนหน้านี้เวลาพวกนั้นหายไปไหนหมด
พอไม่ได้เอาไปนั่งไถฟีด ก็มีเวลาให้ตัวเองเยอะขึ้นจริงๆ
ไม่ได้รู้สึกว่าชีวิตเปลี่ยนไปแบบหวือหวา แต่เป็นความรู้สึกดีขึ้นเล็กๆ ในหลายๆ เรื่องรวมกัน
จนสุดท้ายกลายเป็นว่าชอบชีวิตที่ไม่มี Facebook อยู่ในทุกช่วงเวลามากกว่าเดิมเยอะเลยค่ะ