ช่วงที่อกหักใหม่ๆ เราแทบไม่อยากทำอะไรเลยค่ะ จากคนที่เคยตื่นมาแล้วมีเรื่องให้คิดเต็มไปหมด
กลายเป็นตื่นมาแล้วนอนมองเพดานอยู่นานมาก เพราะไม่รู้ว่าจะลุกขึ้นมาใช้ชีวิตไปทำไม
โทรศัพท์ที่เคยเป็นของใช้ธรรมดา กลายเป็นสิ่งที่เราไม่อยากจับ เพราะกลัวเห็นอะไรบางอย่างแล้วใจตก
หรือเผลอเข้าไปดูอะไรที่รู้อยู่แล้วว่าดูแล้วต้องเจ็บ
ช่วงนั้นเราใช้ชีวิตแบบผ่านๆ ไปวันหนึ่งให้ได้ กินข้าวก็ไม่ได้รู้สึกอร่อย นอนก็ไม่ค่อยหลับ
ออกไปข้างนอกก็รู้สึกว่าทุกอย่างยังมีเขาปะปนอยู่ในความทรงจำเต็มไปหมด
มีอยู่หลายวันที่คิดถึงจนอยากย้อนกลับไปหา ทั้งที่ลึกๆ ก็รู้ว่าความสัมพันธ์นั้นมันจบไปแล้ว และการกลับไปไม่ได้ทำให้เรื่องเดิมหายเจ็บ
สุดท้ายเราเลยเริ่มจากเรื่องเล็กมากๆ ก่อน ตื่นให้ตรงเวลา อาบน้ำ แต่งตัวออกจากห้อง
ดื่มกาแฟที่ชอบ แล้วพยายามพาตัวเองออกไปเจอแสงแดดบ้าง
เราเริ่มเก็บห้องใหม่ เปลี่ยนผ้าปูที่นอน จัดโต๊ะทำงาน ทิ้งของบางอย่างที่ไม่จำเป็น
และค่อยๆ เอารูปหรือของที่ทำให้ใจสะเทือนออกจากสายตา ไม่ได้ทิ้งเพราะเกลียด แต่ทิ้งเพราะอยากให้ตัวเองได้พัก
หลังเลิกงานก็พยายามไม่รีบกลับไปนอนจมอยู่กับความคิดเหมือนเมื่อก่อน บางวันเดินห้างคนเดียว
บางวันนั่งร้านกาแฟ อ่านหนังสือบ้าง ดูหนังบ้าง หรือแค่ใส่หูฟังแล้วเดินเรื่อยๆ ก็มีความสุขแบบแปลกๆ
สิ่งที่ช่วยเราได้มากที่สุดกลับไม่ใช่การหาใครใหม่ แต่เป็นการกลับมารู้จักตัวเองอีกครั้งว่า
ก่อนจะมีเขาเข้ามา เราเคยชอบอะไร เคยฝันอะไร และเคยเป็นคนแบบไหน
จากคนที่เคยเช็กโทรศัพท์ทุกไม่กี่นาที กลายเป็นคนที่วางโทรศัพท์ไว้ไกลตัวแล้วทำอาหารกินเองได้หนึ่งมื้อโดยไม่คิดถึงเรื่องเดิมตลอดเวลา
วันที่รู้ตัวว่าผ่านไปหลายชั่วโมงแล้วเราไม่ได้คิดถึงเขาเลย มันเป็นความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก
เหมือนคนที่เคยจมน้ำแล้วจู่ๆ ก็ได้โผล่ขึ้นมาหายใจเองอีกครั้ง
เราไม่ได้หายเจ็บในวันเดียว และไม่ได้ตื่นขึ้นมาแล้วลืมทุกอย่างเหมือนในหนัง
บางวันก็ยังมีแวบหนึ่งที่คิดถึง แต่ความคิดถึงมันไม่ได้มีอำนาจเหนือเราเหมือนเมื่อก่อนแล้ว
ตอนนี้เราเริ่มแต่งตัวให้ตัวเองชอบ เริ่มถ่ายรูปตัวเองอีกครั้ง เริ่มวางแผนเที่ยว เริ่มเก็บเงิน
และเริ่มมีความสุขกับเรื่องเล็กๆ โดยไม่ต้องรอให้ใครมาทำให้
พอมองย้อนกลับไปถึงตัวเองในวันแรกที่ร้องไห้ เราอยากบอกผู้หญิงคนนั้นมากๆ ว่าไม่เป็นไรเลยที่จะเสียใจ
แต่อย่าลืมว่าชีวิตของเรายังมีอีกหลายอย่างที่รอให้กลับไปใช้
วันนี้เราอาจไม่ได้กลับไปเป็นคนเดิมก่อนอกหัก และจริงๆ ก็ไม่จำเป็นต้องกลับไปเป็นคนนั้นด้วย
เพราะเวอร์ชันที่กำลังค่อยๆ ลุกขึ้นมาใหม่นี้ รู้จักตัวเองมากกว่าเดิมและรักตัวเองเป็นมากกว่า
จากคนที่เคยคิดว่าตัวเองคงไม่กลับมาเป็นคนเดิม วันนี้เริ่มกลับมารักชีวิตตัวเองได้แล้ว
กลายเป็นตื่นมาแล้วนอนมองเพดานอยู่นานมาก เพราะไม่รู้ว่าจะลุกขึ้นมาใช้ชีวิตไปทำไม
โทรศัพท์ที่เคยเป็นของใช้ธรรมดา กลายเป็นสิ่งที่เราไม่อยากจับ เพราะกลัวเห็นอะไรบางอย่างแล้วใจตก
หรือเผลอเข้าไปดูอะไรที่รู้อยู่แล้วว่าดูแล้วต้องเจ็บ
ช่วงนั้นเราใช้ชีวิตแบบผ่านๆ ไปวันหนึ่งให้ได้ กินข้าวก็ไม่ได้รู้สึกอร่อย นอนก็ไม่ค่อยหลับ
ออกไปข้างนอกก็รู้สึกว่าทุกอย่างยังมีเขาปะปนอยู่ในความทรงจำเต็มไปหมด
มีอยู่หลายวันที่คิดถึงจนอยากย้อนกลับไปหา ทั้งที่ลึกๆ ก็รู้ว่าความสัมพันธ์นั้นมันจบไปแล้ว และการกลับไปไม่ได้ทำให้เรื่องเดิมหายเจ็บ
สุดท้ายเราเลยเริ่มจากเรื่องเล็กมากๆ ก่อน ตื่นให้ตรงเวลา อาบน้ำ แต่งตัวออกจากห้อง
ดื่มกาแฟที่ชอบ แล้วพยายามพาตัวเองออกไปเจอแสงแดดบ้าง
เราเริ่มเก็บห้องใหม่ เปลี่ยนผ้าปูที่นอน จัดโต๊ะทำงาน ทิ้งของบางอย่างที่ไม่จำเป็น
และค่อยๆ เอารูปหรือของที่ทำให้ใจสะเทือนออกจากสายตา ไม่ได้ทิ้งเพราะเกลียด แต่ทิ้งเพราะอยากให้ตัวเองได้พัก
หลังเลิกงานก็พยายามไม่รีบกลับไปนอนจมอยู่กับความคิดเหมือนเมื่อก่อน บางวันเดินห้างคนเดียว
บางวันนั่งร้านกาแฟ อ่านหนังสือบ้าง ดูหนังบ้าง หรือแค่ใส่หูฟังแล้วเดินเรื่อยๆ ก็มีความสุขแบบแปลกๆ
สิ่งที่ช่วยเราได้มากที่สุดกลับไม่ใช่การหาใครใหม่ แต่เป็นการกลับมารู้จักตัวเองอีกครั้งว่า
ก่อนจะมีเขาเข้ามา เราเคยชอบอะไร เคยฝันอะไร และเคยเป็นคนแบบไหน
จากคนที่เคยเช็กโทรศัพท์ทุกไม่กี่นาที กลายเป็นคนที่วางโทรศัพท์ไว้ไกลตัวแล้วทำอาหารกินเองได้หนึ่งมื้อโดยไม่คิดถึงเรื่องเดิมตลอดเวลา
วันที่รู้ตัวว่าผ่านไปหลายชั่วโมงแล้วเราไม่ได้คิดถึงเขาเลย มันเป็นความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก
เหมือนคนที่เคยจมน้ำแล้วจู่ๆ ก็ได้โผล่ขึ้นมาหายใจเองอีกครั้ง
เราไม่ได้หายเจ็บในวันเดียว และไม่ได้ตื่นขึ้นมาแล้วลืมทุกอย่างเหมือนในหนัง
บางวันก็ยังมีแวบหนึ่งที่คิดถึง แต่ความคิดถึงมันไม่ได้มีอำนาจเหนือเราเหมือนเมื่อก่อนแล้ว
ตอนนี้เราเริ่มแต่งตัวให้ตัวเองชอบ เริ่มถ่ายรูปตัวเองอีกครั้ง เริ่มวางแผนเที่ยว เริ่มเก็บเงิน
และเริ่มมีความสุขกับเรื่องเล็กๆ โดยไม่ต้องรอให้ใครมาทำให้
พอมองย้อนกลับไปถึงตัวเองในวันแรกที่ร้องไห้ เราอยากบอกผู้หญิงคนนั้นมากๆ ว่าไม่เป็นไรเลยที่จะเสียใจ
แต่อย่าลืมว่าชีวิตของเรายังมีอีกหลายอย่างที่รอให้กลับไปใช้
วันนี้เราอาจไม่ได้กลับไปเป็นคนเดิมก่อนอกหัก และจริงๆ ก็ไม่จำเป็นต้องกลับไปเป็นคนนั้นด้วย
เพราะเวอร์ชันที่กำลังค่อยๆ ลุกขึ้นมาใหม่นี้ รู้จักตัวเองมากกว่าเดิมและรักตัวเองเป็นมากกว่า