The Dog Stars
เรื่องย่อ
“The Dog Stars” ภาพยนตร์ระทึกขวัญสุดยิ่งใหญ่ของริดลีย์ สก็อตต์ ดำเนินเรื่องในโลกที่การเอาชีวิตรอดเป็นสัญชาตญาณ แต่ความเป็นมนุษย์นั้นเป็นทางเลือก สก็อตต์เล่าเรื่องราวของฮิก นักบินหนุ่มที่ร่วมกับแบงลีย์ นักเอาชีวิตรอดจากกองทัพ สร้างบ้านที่แสนสงบแต่โดดเดี่ยวในโลกหลังวันสิ้นโลกอันโหดร้าย จนกระทั่งสัญญาณวิทยุลึกลับกระตุ้นให้ฮิกออกผจญภัยในดินแดนที่ไม่รู้จักเพื่อค้นหาความหวังและความเป็นมนุษย์ที่เขายังเชื่อว่ามีอยู่ ภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างจากนวนิยายขายดีของปีเตอร์ เฮลเลอร์ นำแสดงโดยนักแสดงมากฝีมือ อาทิ เจคอบ เอลอร์ดี, จอช โบรลิน, มาร์กาเร็ต ควอลลีย์, กาย เพียร์ซ, เบเนดิกต์ หว่อง และแอลลิสัน แจนนีย์ เขียนบทโดยมาร์ค แอล. สมิธ และอำนวยการสร้างโดยริดลีย์ สก็อตต์, ไมเคิล พรัสส์, มาร์ค แอล. สมิธ และคลิฟฟ์ โรเบิร์ตส์
บอกเลยว่า เรื่องนี้ เป็นหนังที่คนค่อนข้างพูดถึง และรอเยอะมาก แต่เราก็ไม่ใช่หนึ่งในนั้น คิดว่าเป็นหนังต่อสู้กันธรรมดา แต่พออ่านเรื่องย่อ นี่มันหนังแนวยุคโลกล่มสลายที่เราชอบ บวกกับอาทิตย์นี้ ไม่มีหนังที่อยากดู ก็เลยตัดสินใจดูเรื่องนี้
แต่ก็เผื่อใจไว้แล้ว ว่าหนังอาจจะไม่ค่อยสนุก เพราะรีวิว มีทั้งคนชอบและไม่ชอบเยอะ
ความรู้สึกหลังดูจบ
หนังเรื่องนี้ ต้องการคนที่จูนกับมันติด และคนที่มันทำงานด้วยอย่างชัดเจน และเราคือหนึ่งในนั้น ถ้าเราเข้าถึงมูดของหนัง เราจะเพลินกับมัน และไม่น่าเบื่อเลย เราอยู่ฝั่งที่ชอบหนังเรื่องนี้
ถึงแม้ว่ามันจะเป็นหนังระทึกขวัญ ที่มีฉากตื่นเต้นๆ ลุ้น น้อยมากๆ เป็นหนังที่โคตรจะธรรมดา ไม่มีอะไรหวือหวา แต่นำเสนอออกมาได้น่าสนใจ ด้วยภาพ ดนตรีประกอบ และการนำเสนอ เลยทำให้หนังเรื่องนี้ ที่ไม่มีอะไรให้ตื่นเต้นมากนัก ถ้าเทียบกับหนังแนวนี้เรื่องอื่นๆ ถ้าไม่ใช่ปู่ และเป็นผู้กำกับที่มือไม่ถึง อาจจะทำให้หนังน่าเบื่อ และไม่น่าสนใจไปเลย
เราว่าปู่ริดลีย์ สก็อตต์ คงตั้งใจมาเวย์นี้ แกอายุจะ90แล้ว น่าจะผ่านอะไรมาเยอะ เลยอยากนำเสนอสัจธรรมของชีวิตมากกว่า ถ้าไปโฟกัสที่ความระทึกขวัญมากไป มูดตรงนั้น ก็จะมากลบความเรียบง่าย ความเงียบ ที่ให้คนดูและตัวละครได้อยู่กับตัวเอง และสิ่งที่หนังพยายามสอดแทรกตรงนี้ไป
บางทีเราอาจจะเบื่อหนังแนวPost-ApocalypticและDystopia ที่สูตรสำเร็จแบบเดิมๆ นำเสนอแบบเดิมๆ ที่เห็นจนชินตา จนไม่รู้สึกว่าตื่นเต้นแล้ว การที่ได้เห็นการนำเสนอหนังแนวนี้ ในมุมมองใหม่ๆแบบนี้ ที่พาเราออกนอกกรอบแบบเดิมๆ
งานภาพ สวยมาก ถ่ายภาพโคตรสวย ถ่ายออกมาได้แบบมีชั้นเชิง และศิลปะ โคตรสวยแบบว้าวเลย ดนตรีประกอบ ความเงียบ ความเหงา ทำให้เราจดจ่ออยู่กับหนัง และใช้เวลาไปกับตัวละคร ได้อย่างไม่น่าเชื่อ
เป็นหนังที่ไม่มีการเกริ่นนำหรือเล่าอะไรมาก แต่พาเรามองสำรวจโลกที่ล่มสลายไปกับตัวละคร ให้เรามองมันไปพร้อมกับตัวละคร โดยที่ไม่มีบทนำหรือบรรยายอะไร เราชอบตรงนี้มาก ข้อมูลครบ แต่มาในรูปแบบการค่อยๆเล่าผ่านตัวละคร และสิ่งที่เขากำลังเผชิญหน้าอยู่ ถือว่ามีชั้นเชิงในการนำเสนอพอสมควร ทำให้หนังที่ ถ้าเล่าไม่ดี มันจะเนือยมาก
ได้ออกมาชวนติดตาม และน่าสนใจ
นักแสดงทุกคนเอาอยู่ เล่นดีมาก
ปล. เจคอป หล่อมากกกกก
ข้อด้อยและส่วนที่ไม่ชอบ
หนังมีความไปไม่สุดสักอารมณ์ ทั้งดราม่า และอื่นๆ
มันอยู่กลางๆไปหน่อย และบทมีความให้เรารู้สึกย้อนแย้งพอสมควรกับช่วงแรกและท้าย
ไม่ชอบช่วงGrand Junction เพราะรู้สึกว่ามันหลุดตรีมเยอะไป และไม่เข้ากับหนัง ถึงแม้จะมีอะไรให้ตื่นเต้น แต่ก็รู้สึกแปลกๆกับพาร์ทนี้พอสมควร
ฉากจบ...
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ไม่อยากให้จบแบบHappy Ending อยากให้หาที่ลงที่เหมาะ แล้วตัดจบไปเลย จบแบบนี้มันขัดกับหนังที่ดูมาทั้งเรื่องไปหน่อย คนละอารมณ์กันเลย
สำหรับคะแนนความชอบ เราให้ 7.6/10 คะแนน
ถือว่าชอบ ถึงแม้ว่าหน้าหนังกับตัวหนัง ที่เราคาดหวังมันจะไม่ตรงกับที่คิดไว้ แต่ก็เป็นหนังอีกเรื่อง ที่ทำงานกับเราได้ดีมากๆ
ใครที่ไปดูมาแล้ว คิดเห็นอย่างไร มาแชร์กัน!!!
https://www.facebook.com/MouthMoyMovie
The Dog Stars (7.6/10) | หนังแนวยุคโลกล่มสลาย ที่เล่าในมุมที่แตกต่าง และหาคนที่จูนติดกับมัน (สปอยล์)
เรื่องย่อ
“The Dog Stars” ภาพยนตร์ระทึกขวัญสุดยิ่งใหญ่ของริดลีย์ สก็อตต์ ดำเนินเรื่องในโลกที่การเอาชีวิตรอดเป็นสัญชาตญาณ แต่ความเป็นมนุษย์นั้นเป็นทางเลือก สก็อตต์เล่าเรื่องราวของฮิก นักบินหนุ่มที่ร่วมกับแบงลีย์ นักเอาชีวิตรอดจากกองทัพ สร้างบ้านที่แสนสงบแต่โดดเดี่ยวในโลกหลังวันสิ้นโลกอันโหดร้าย จนกระทั่งสัญญาณวิทยุลึกลับกระตุ้นให้ฮิกออกผจญภัยในดินแดนที่ไม่รู้จักเพื่อค้นหาความหวังและความเป็นมนุษย์ที่เขายังเชื่อว่ามีอยู่ ภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างจากนวนิยายขายดีของปีเตอร์ เฮลเลอร์ นำแสดงโดยนักแสดงมากฝีมือ อาทิ เจคอบ เอลอร์ดี, จอช โบรลิน, มาร์กาเร็ต ควอลลีย์, กาย เพียร์ซ, เบเนดิกต์ หว่อง และแอลลิสัน แจนนีย์ เขียนบทโดยมาร์ค แอล. สมิธ และอำนวยการสร้างโดยริดลีย์ สก็อตต์, ไมเคิล พรัสส์, มาร์ค แอล. สมิธ และคลิฟฟ์ โรเบิร์ตส์
บอกเลยว่า เรื่องนี้ เป็นหนังที่คนค่อนข้างพูดถึง และรอเยอะมาก แต่เราก็ไม่ใช่หนึ่งในนั้น คิดว่าเป็นหนังต่อสู้กันธรรมดา แต่พออ่านเรื่องย่อ นี่มันหนังแนวยุคโลกล่มสลายที่เราชอบ บวกกับอาทิตย์นี้ ไม่มีหนังที่อยากดู ก็เลยตัดสินใจดูเรื่องนี้
แต่ก็เผื่อใจไว้แล้ว ว่าหนังอาจจะไม่ค่อยสนุก เพราะรีวิว มีทั้งคนชอบและไม่ชอบเยอะ
ความรู้สึกหลังดูจบ
หนังเรื่องนี้ ต้องการคนที่จูนกับมันติด และคนที่มันทำงานด้วยอย่างชัดเจน และเราคือหนึ่งในนั้น ถ้าเราเข้าถึงมูดของหนัง เราจะเพลินกับมัน และไม่น่าเบื่อเลย เราอยู่ฝั่งที่ชอบหนังเรื่องนี้
ถึงแม้ว่ามันจะเป็นหนังระทึกขวัญ ที่มีฉากตื่นเต้นๆ ลุ้น น้อยมากๆ เป็นหนังที่โคตรจะธรรมดา ไม่มีอะไรหวือหวา แต่นำเสนอออกมาได้น่าสนใจ ด้วยภาพ ดนตรีประกอบ และการนำเสนอ เลยทำให้หนังเรื่องนี้ ที่ไม่มีอะไรให้ตื่นเต้นมากนัก ถ้าเทียบกับหนังแนวนี้เรื่องอื่นๆ ถ้าไม่ใช่ปู่ และเป็นผู้กำกับที่มือไม่ถึง อาจจะทำให้หนังน่าเบื่อ และไม่น่าสนใจไปเลย
เราว่าปู่ริดลีย์ สก็อตต์ คงตั้งใจมาเวย์นี้ แกอายุจะ90แล้ว น่าจะผ่านอะไรมาเยอะ เลยอยากนำเสนอสัจธรรมของชีวิตมากกว่า ถ้าไปโฟกัสที่ความระทึกขวัญมากไป มูดตรงนั้น ก็จะมากลบความเรียบง่าย ความเงียบ ที่ให้คนดูและตัวละครได้อยู่กับตัวเอง และสิ่งที่หนังพยายามสอดแทรกตรงนี้ไป
บางทีเราอาจจะเบื่อหนังแนวPost-ApocalypticและDystopia ที่สูตรสำเร็จแบบเดิมๆ นำเสนอแบบเดิมๆ ที่เห็นจนชินตา จนไม่รู้สึกว่าตื่นเต้นแล้ว การที่ได้เห็นการนำเสนอหนังแนวนี้ ในมุมมองใหม่ๆแบบนี้ ที่พาเราออกนอกกรอบแบบเดิมๆ
งานภาพ สวยมาก ถ่ายภาพโคตรสวย ถ่ายออกมาได้แบบมีชั้นเชิง และศิลปะ โคตรสวยแบบว้าวเลย ดนตรีประกอบ ความเงียบ ความเหงา ทำให้เราจดจ่ออยู่กับหนัง และใช้เวลาไปกับตัวละคร ได้อย่างไม่น่าเชื่อ
เป็นหนังที่ไม่มีการเกริ่นนำหรือเล่าอะไรมาก แต่พาเรามองสำรวจโลกที่ล่มสลายไปกับตัวละคร ให้เรามองมันไปพร้อมกับตัวละคร โดยที่ไม่มีบทนำหรือบรรยายอะไร เราชอบตรงนี้มาก ข้อมูลครบ แต่มาในรูปแบบการค่อยๆเล่าผ่านตัวละคร และสิ่งที่เขากำลังเผชิญหน้าอยู่ ถือว่ามีชั้นเชิงในการนำเสนอพอสมควร ทำให้หนังที่ ถ้าเล่าไม่ดี มันจะเนือยมาก
ได้ออกมาชวนติดตาม และน่าสนใจ
นักแสดงทุกคนเอาอยู่ เล่นดีมาก
ปล. เจคอป หล่อมากกกกก
ข้อด้อยและส่วนที่ไม่ชอบ
หนังมีความไปไม่สุดสักอารมณ์ ทั้งดราม่า และอื่นๆ
มันอยู่กลางๆไปหน่อย และบทมีความให้เรารู้สึกย้อนแย้งพอสมควรกับช่วงแรกและท้าย
ไม่ชอบช่วงGrand Junction เพราะรู้สึกว่ามันหลุดตรีมเยอะไป และไม่เข้ากับหนัง ถึงแม้จะมีอะไรให้ตื่นเต้น แต่ก็รู้สึกแปลกๆกับพาร์ทนี้พอสมควร
ฉากจบ... [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
สำหรับคะแนนความชอบ เราให้ 7.6/10 คะแนน
ถือว่าชอบ ถึงแม้ว่าหน้าหนังกับตัวหนัง ที่เราคาดหวังมันจะไม่ตรงกับที่คิดไว้ แต่ก็เป็นหนังอีกเรื่อง ที่ทำงานกับเราได้ดีมากๆ
ใครที่ไปดูมาแล้ว คิดเห็นอย่างไร มาแชร์กัน!!!
https://www.facebook.com/MouthMoyMovie