ยกเลิกประกันแล้ว แต่ Chubb ยังหักเงิน 359 บาท? แถมบอกให้สำรองเงินไว้เพื่อรอหักอีก 1 รอบ แบบนี้ปกติหรือครับ?

สวัสดีครับ
ขออนุญาตแชร์ประสบการณ์การยกเลิกประกัน PA กับ Chubb และขอความคิดเห็นจากสมาชิกที่มีความรู้ด้านประกันภัยหรือเคยเจอกรณีลักษณะเดียวกันครับ ผมไม่ได้ตั้งกระทู้นี้เพื่อกล่าวหาบริษัท แต่ต้องการให้เรื่องนี้มีความชัดเจนว่า เมื่อกรมธรรม์ถูกยกเลิกและบริษัทออกเอกสารยืนยันการยกเลิกแล้ว บริษัทมีเหตุผลหรือสิทธิประการใดในการเรียกเก็บเบี้ยประกันต่อ และเหตุใดลูกค้าจึงต้องสำรองเงินไว้ให้บริษัทหักก่อน แล้วจึงค่อยคืนภายหลัง
ลำดับเหตุการณ์
ผมมีประกัน PA กับ Chubb
เลขกรมธรรม์: A50TH****4751**
เบี้ยประกัน: 359 บาท
ผมได้แจ้งความประสงค์ขอยกเลิกกรมธรรม์กับบริษัท
ต่อมา Chubb ได้ออก “ใบสลักหลังกรมธรรม์ประกันภัย” ลงวันที่ 20 สิงหาคม 2569 ให้ผม
ในเอกสารของบริษัทระบุว่า บริษัทได้รับแจ้งความประสงค์ขอยกเลิกกรมธรรม์ และ
“บริษัทได้ดำเนินการตามความประสงค์ของท่านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว”
และระบุอีกว่า
“ความคุ้มครองของผู้ได้รับความคุ้มครองทุกรายจะสิ้นผลบังคับตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป”
ดังนั้น จากเอกสารที่ Chubb ออกให้ ผมเข้าใจโดยสุจริตว่า กรมธรรม์ถูกยกเลิกเรียบร้อยแล้ว และความคุ้มครองสิ้นสุดตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม 2569

แต่หลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้น?
วันที่ 26 สิงหาคม 2569 เวลา 01:57 น.
บัญชีธนาคารของผมถูกหักเงิน
359 บาท
รายการแสดงเป็นการโอนเงิน และมีหมายเลขอ้างอิง 03257*** **
ผมจึงติดต่อ Chubb เพื่อสอบถามว่าเงินจำนวนนี้ถูกเรียกเก็บจากอะไร

คำตอบของ Chubb ทำให้ผมมีข้อสงสัยมากกว่าเดิม
Chubb ตอบกลับมาทางอีเมลว่า
“กรมธรรม์ A50TH****4751** ค่าเบี้ยประกัน 359 บาท สถานะยกเลิกสิ้นสุดความคุ้มครองวันที่ 01/08/2026 เนื่องจากทางบริษัทจะเรียกเก็บเบี้ยประกันอัตโนมัติอีก 1 รอบบิล”
และที่ผมสงสัยมากที่สุดคือ บริษัทแจ้งว่า
“แนะนำคุณลูกค้า สำรองค่าเบี้ยประกันภัยในบัตร/บัญชี เพื่อรอการทำรายการเรียกเก็บเบี้ยประกันภัยตามรอบบัญชี ช่วงหลังวันที่ 20 อีกครั้ง หลังจากเรียกเก็บเรียบร้อยจะมีการทำรายการคืนเบี้ยประกันทั้งหมดให้ท่านค่ะ”
ตรงนี้ผมไม่เข้าใจจริง ๆ ครับ
ถ้าบริษัทดำเนินการยกเลิกกรมธรรม์แล้ว
ถ้าความคุ้มครองสิ้นสุดแล้ว
แล้วเหตุใดจึงยังมีการเรียกเก็บเงินจากลูกค้าอีก?
และเหตุใดลูกค้าจึงต้อง สำรองเงินไว้ในบัญชีหรือบัตร เพื่อให้บริษัทเรียกเก็บเงินอีกครั้ง แล้วบริษัทจึงค่อยคืนเงินภายหลัง?

และยังมีเรื่องวันที่สิ้นสุดความคุ้มครองที่ไม่ตรงกัน
ประเด็นนี้ยิ่งทำให้ผมต้องการคำชี้แจงจากบริษัทอย่างชัดเจน
เอกสาร “ใบสลักหลังกรมธรรม์” ของ Chubb
ออกวันที่ 20 สิงหาคม 2569
และระบุว่า
ความคุ้มครองสิ้นผลตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม 2569

แต่ในอีเมลตอบกลับล่าสุดของ Chubb กลับระบุว่า
“สถานะยกเลิกสิ้นสุดความคุ้มครองวันที่ 01/08/2026”
จึงมีคำถามง่าย ๆ ว่า
ตกลงกรมธรรม์นี้สิ้นสุดความคุ้มครองวันที่ 1 สิงหาคม หรือ 20 สิงหาคม 2569 กันแน่ครับ?
เพราะเป็นเอกสารและคำตอบจากบริษัทเดียวกัน แต่ระบุคนละวัน

ผมจึงส่งอีเมลกลับไปอีกครั้ง
ผมได้แจ้ง Chubb อย่างชัดเจนว่า
ผมไม่ประสงค์และไม่ยินยอมให้มีการเรียกเก็บเงินเพิ่มเติม
ผมจะ ไม่สำรองเงินในบัญชีหรือบัตร เพื่อรองรับการหักเงิน
ขอให้บริษัทคืนเงิน 359 บาทที่ถูกหักไป
ขอให้บริษัทหยุดการเรียกเก็บเงินเพิ่มเติม
ขอให้ยืนยันว่าจะไม่มีการหักเงินอีก
ขอให้ชี้แจงวันที่สิ้นสุดความคุ้มครองที่ถูกต้อง
และขอสงวนสิทธิ์ในการร้องเรียนต่อ คปภ. หากยังไม่สามารถชี้แจงเรื่องดังกล่าวได้อย่างชัดเจน
แต่จนถึงขณะนี้ ผ่านไป 3 วันแล้ว ผมยังไม่ได้รับการตอบกลับหรือการยืนยันใด ๆ จากบริษัท

คำถามที่ผมอยากถามผู้รู้ใน Pantip
ผมอยากได้ความคิดเห็นจากผู้ที่มีความรู้เรื่องประกันภัยครับว่า
1.
ถ้าบริษัทออกเอกสารยืนยันการยกเลิกกรมธรรม์แล้ว
บริษัทสามารถเรียกเก็บเบี้ยประกันจากลูกค้าต่อได้อีกหรือไม่?
2.
หากเป็นระบบที่บริษัทต้องเรียกเก็บอัตโนมัติอีก 1 รอบบิลจริง
เหตุใดบริษัทจึงไม่หยุดคำสั่งเรียกเก็บเมื่อมีการยกเลิกกรมธรรม์แล้ว แต่กลับให้ลูกค้าสำรองเงินเพื่อให้บริษัทหัก แล้วค่อยคืนภายหลัง?
3.
การที่บริษัทหักเงิน 359 บาทหลังจากวันที่ระบุในเอกสารว่ายกเลิกกรมธรรม์แล้ว ถือเป็นขั้นตอนปกติของระบบหรือไม่?
4.
เอกสารของบริษัทระบุวันสิ้นสุดความคุ้มครอง 20 สิงหาคม 2569 แต่เจ้าหน้าที่ตอบอีเมลว่า 1 สิงหาคม 2569
กรณีนี้ควรยึดเอกสารฉบับใด และบริษัทควรออกเอกสารแก้ไขหรือชี้แจงหรือไม่?
5.
ถ้าบริษัทจะเรียกเก็บเงินอีก 1 รอบ แล้วคืนภายหลัง
ลูกค้ามีสิทธิที่จะปฏิเสธการสำรองเงินและไม่ยินยอมให้มีการเรียกเก็บเพิ่มเติมหรือไม่?

สิ่งที่ผมต้องการจากบริษัทไม่ได้ซับซ้อนเลยครับ
ผมต้องการเพียง
1. ชี้แจงให้ชัดเจนว่ามีเหตุผลหรือฐานอะไรในการเรียกเก็บเงินหลังการยกเลิก
2. คืนเงิน 359 บาทที่ถูกหักไป
3. ยืนยันว่าจะไม่มีการเรียกเก็บเงินจากบัญชี/บัตรของผมอีก
4. ชี้แจงวันที่สิ้นสุดความคุ้มครองที่ถูกต้อง — 1 ส.ค. หรือ 20 ส.ค.
และที่สำคัญ
ผมไม่ยินยอมให้บริษัทหักเงินเพิ่มเติมเพื่อไปคืนให้ภายหลัง และจะไม่สำรองเงินไว้ในบัญชีเพื่อรองรับการหักเงินตามที่บริษัทแนะนำ
หากเรื่องนี้เป็น ขั้นตอนปกติของบริษัทและเป็นไปตามเงื่อนไขกรมธรรม์ ผมก็ยินดีรับฟังครับ แต่ผมคิดว่าลูกค้ามีสิทธิที่จะได้รับคำอธิบายที่ชัดเจนว่า ทำไมจึงต้องถูกหักเงินหลังจากยกเลิกแล้ว และทำไมจึงต้องให้ลูกค้าสำรองเงินเพื่อรอการหักอีกครั้ง
หากบริษัทเข้ามาชี้แจง ผมยินดีรับฟังและจะอัปเดตข้อมูลตามข้อเท็จจริงในกระทู้นี้ครับ
ขอขอบคุณสมาชิกทุกท่านที่ช่วยให้ข้อมูลครับ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่