ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นในวันจันทร์ หลังความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านกลับมาทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้ง ส่งผลให้ตลาดกังวลว่าการส่งออกน้ำมันดิบผ่านช่องแคบฮอร์มุซอาจเผชิญปัญหาเพิ่มขึ้น โดยความตึงเครียดระหว่างทั้งสองประเทศได้ปะทุขึ้นในช่วงวันหยุด หลังทรัมป์ได้ออกมาขู่ถล่มเกาะคาร์ก ซึ่งถือเป็นศูนย์การส่งออกน้ำมันหลักของอิหร่าน ขณะที่กองกำลังสหรัฐฯ ก็ได้โจมตีเครื่องยิงจรวดของอิหร่าน 2 จุดบน เกาะลารัก ส่งผลให้น้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้น 2.5% สู่ระดับ $90.66 ต่อบาร์เรล ส่วน WTI ก็ปรับสูงขึ้นเช่นกันที่ 2.6% มาอยู่ที่ระดับ $85.70
ฝั่งเอเชีย ภาคการผลิตของจีนลดลงติดกัน 2 เดือนต่อจากเดือนกรกฎาคม ซึ่งถึงแม้ว่าดัชนี PMI ภาคการผลิตเพิ่มขึ้นจาก 49.2 จุด เป็น 49.8 จุด ในเดือนกรกฎาคม ซึ่งดีกว่าที่คาดไว้ที่ 49.6 จุดเล็กน้อยก็ตาม แต่ระดับที่ต่ำกว่า 50 จุดก็ยังถือว่าอยู่ในภาวะลดลง สะท้อนถึงอุปสงค์ภายในประเทศที่อ่อนแอ และแรงกดดันจากภาคอสังหาริมทรัพย์อย่างต่อเนื่อง
STARTRADER
ราคาน้ำมันพุ่งกว่า 2% หลังสหรัฐฯ และอิหร่านกลับมาใช้ความรุนแรงอีกครั้ง
ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นในวันจันทร์ หลังความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านกลับมาทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้ง ส่งผลให้ตลาดกังวลว่าการส่งออกน้ำมันดิบผ่านช่องแคบฮอร์มุซอาจเผชิญปัญหาเพิ่มขึ้น โดยความตึงเครียดระหว่างทั้งสองประเทศได้ปะทุขึ้นในช่วงวันหยุด หลังทรัมป์ได้ออกมาขู่ถล่มเกาะคาร์ก ซึ่งถือเป็นศูนย์การส่งออกน้ำมันหลักของอิหร่าน ขณะที่กองกำลังสหรัฐฯ ก็ได้โจมตีเครื่องยิงจรวดของอิหร่าน 2 จุดบน เกาะลารัก ส่งผลให้น้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้น 2.5% สู่ระดับ $90.66 ต่อบาร์เรล ส่วน WTI ก็ปรับสูงขึ้นเช่นกันที่ 2.6% มาอยู่ที่ระดับ $85.70
ฝั่งเอเชีย ภาคการผลิตของจีนลดลงติดกัน 2 เดือนต่อจากเดือนกรกฎาคม ซึ่งถึงแม้ว่าดัชนี PMI ภาคการผลิตเพิ่มขึ้นจาก 49.2 จุด เป็น 49.8 จุด ในเดือนกรกฎาคม ซึ่งดีกว่าที่คาดไว้ที่ 49.6 จุดเล็กน้อยก็ตาม แต่ระดับที่ต่ำกว่า 50 จุดก็ยังถือว่าอยู่ในภาวะลดลง สะท้อนถึงอุปสงค์ภายในประเทศที่อ่อนแอ และแรงกดดันจากภาคอสังหาริมทรัพย์อย่างต่อเนื่อง
STARTRADER