ชาวบ้านอุทัยธานี รอคอยยื่นอุทธรณ์ “บัตรคนจน” วันสุดท้ายด้วยความหวัง ยันเดือดร้อนจริง
.

.
ชาวบ้าน จ.อุทัยธานี มารอคิวที่ธนาคารกรุงไทย เพื่อยื่นอุทธรณ์ “บัตรคนจน” วันสุดท้ายด้วยความหวัง หลังไม่ผ่านเกณฑ์ ยืนยันเดือดร้อนจริง ต้องดิ้นรนหาเช้ากินค่ำ
.
ที่จังหวัดอุทัยธานี วันนี้ (31 ส.ค.) ถือเป็นวันสุดท้ายของการเปิดให้ยื่นขอทบทวนสิทธิเพื่อพิจารณาคุณสมบัติใหม่สำหรับผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบล่าสุด หากผู้ที่ประสงค์ต้องการยื่นอุทธรณ์ไม่ดำเนินการกด "ทบทวนสิทธิ" ผ่านช่องทางออนไลน์หรือติดต่อธนาคารรัฐภายในวันนี้ จะถือว่าสละสิทธิ์ในการขอพิจารณาซ้ำทันที
.
บรรยากาศในพื้นที่อำเภอหนองฉาง จังหวัดอุทัยธานี ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางการบริการของหลายอำเภอ เป็นไปอย่างคึกคักอย่างยิ่ง เนื่องจากมีสถาบันการเงินของรัฐตั้งอยู่ถึง 3 แห่ง ประกอบด้วย ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ที่คอยอำนวยความสะดวกในการรับเรื่องทบทวนสิทธิ์ให้แก่ประชาชนที่ไม่ผ่านเกณฑ์
.
โดยเฉพาะที่ธนาคารกรุงไทย สาขาอำเภอหนองฉาง บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคักมีประชาชนเดินทางมารอคอยตั้งแต่เช้าตรู่ก่อนที่ประตูธนาคารจะเปิดทำการเพื่อเตรียมยื่นเรื่องอุทธรณ์เป็นวันสุดท้าย ทางธนาคารต้องจัดเตรียมใบลงชื่อจองคิวไว้ล่วงหน้าเพื่อป้องกันความวุ่นวาย และคาดว่าตลอดทั้งวันจะมีประชาชนทยอยเดินทางมาทำเรื่องอย่างต่อเนื่อง
.
ท่ามกลางการอของชาวบ้านที่มารอคอยอย่างใจจดใจจ่อ ปรากฏภาพของนางอำนวย วัย 65 ปี ชาวอำเภอสว่างอารมณ์ ผู้มีฐานะยากจนและไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตนเอง นั่งรอคอยอย่างมีความหวังเพื่อยื่นเรื่องขอทบทวนสิทธิ์ของตนเอง นางอำนวยเล่าว่า ตนเองเคยได้รับสิทธิ์บัตรคนจนในรอบก่อนๆ แต่รอบนี้ระบบกลับแจ้งว่าไม่ผ่านเกณฑ์ ขณะที่สามีเพิ่งลงทะเบียนผ่านในปีนี้และเดินทางมาเพื่อยืนยันตัวตนพร้อมกัน
.
นางอำนวย เผยถึงความยากลำบากและจุดประสงค์ที่ต้องดิ้นรนมาแต่เช้าว่า มาอยากจะยื่นอุทธรณ์ค่ะ มาถามเขาว่ายื่นอุทธรณ์แล้วจะได้ไหมบัตรนี้ ก็อยากจะขอให้ได้สิทธิ์ บัตรนี้จะช่วยซื้อพวกของใช้ในครัวเรือนได้กินได้ใช้ ทุกวันนี้ครอบครัวก็แย่มาก อาศัยอยู่ด้วยกันแค่สองคน ไร่นาก็ไม่มีเลย บ้านที่ซุกหัวนอนทุกวันนี้ก็อาศัยอยู่บนที่หลวง
.
เมื่อถามถึงความหวังและการช่วยเหลือจากภาครัฐ นางอำนวยระบุว่า อยากจะให้เขาช่วยให้ได้ เฝ้ารอว่าเมื่อไหร่จะถึงวันที่ 1 ของเดือน จะได้ไปกดของมาใช้มากินประทังชีวิต ทุกวันนี้มีหลานอยู่คนหนึ่งที่เลี้ยงดูมาตั้งแต่เล็กหลังพ่อเขาตายและแม่ทิ้งไป พอเขาโตออกไปทำงานข้างนอกก็ไม่ได้ส่งเงินทองกลับมาเลย เราก็ต้องดิ้นรนหากินของเราให้รอดไปวันๆ ก่อน
.
สำหรับภาพรวมของการยื่นอุทธรณ์สิทธิ์ในวันสุดท้าย ประชาชนจำนวนมากสะท้อนความรู้สึกไปในทิศทางเดียวกันว่ารู้สึกท้อแท้และหมดหวังเมื่อพบว่าตนเองไม่ผ่านเกณฑ์ หลายคนไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งพาใครหรือไปต่ออย่างไร สุดท้ายจึงจำต้องเดินทางมารวมตัวกันที่ธนาคารเพื่อเป็นที่พึ่งสุดท้ายในการรักษาเยียวยาปากท้องของครอบครัว ขณะที่หลายคนท้อท้อหมดหวังไม่ขอมายื่นอุทธรณ์ต่อก็มีเป็นจำนวนไม่น้อย
.
.
สมชาติ พร้อมแจงดีเอสไอ ปมนอมินีถือครองอสังหาฯ ภูเก็ต ยันยังไม่ได้รับหนังสือเชิญ ไม่ติดเอกสิทธิ์ สส.
https://www.matichon.co.th/politics/news_5869412
.
สส.สมชาติ พร้อมเข้าชี้แจงคดีนอมินีถือครองทรัพย์สินในจังหวัดภูเก็ตแทนคนต่างชาติในฐานะพยานกับดีเอสไอ แต่ยังไม่ได้รับหนังสือเชิญให้ข้อมูล ไม่ติดปัญหาเรื่องเอกสิทธิ์คุ้มครอง สส. ไม่ติดปัญหาการประชุมสภา พร้อมให้ความร่วมมือเต็มที่
.
เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม จากกรณีที่คณะพนักงานสืบสวน กองคดีความมั่นคง กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับนาย
สมชาติ เตชถาวรเจริญ สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน ซึ่งปรากฏพยานหลักฐานในชั้นการสืบสวนพบว่า นาย
สมชาติ เตชถาวรเจริญ ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับการเป็นกรรมการและถือหุ้นในบริษัทเอกชนที่ถือครองอสังหาริมทรัพย์และห้องชุดใน จ.ภูเก็ต ร่วมกับชาวต่างชาติ ซึ่งปัจจุบันกองคดีความมั่นคงอยู่ระหว่างสืบสวนเรื่องดังกล่าวว่า มีกลุ่มบุคคลใดกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน โดยเฉพาะกรณีการเป็นนอมินีหรือไม่ จึงได้มีการออกหมายเรียกนายสมชาติให้เข้ามาชี้แจงข้อเท็จจริงและให้ข้อมูลอันเป็นประโยชน์ในฐานะพยานกับคณะพนักงานสืบสวน กองคดีความมั่นคง ในวันจันทร์ที่ 31 สิงหาคม 2569
.
ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานจากภายในกองคดีความมั่นคงว่า ภายหลังจากที่พบข้อมูลว่า นาย
สมชาติ เตชถาวรเจริญ มีรายชื่อเป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นในบริษัทเอกชนซึ่งเกี่ยวข้องกับการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ จึงมีความจำเป็นต้องเชิญนายสมชาติมาสอบถามข้อมูลในฐานะพยาน เพื่อเป็นการแสวงหาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน
.
อย่างไรก็ตาม นาย
สมชาติได้แสดงเจตจำนงว่ามีความประสงค์จะเข้าให้ข้อมูลกับดีเอสไอ จึงต้องเปิดพื้นที่ให้ความเป็นธรรมกับนาย
สมชาติในการชี้แจงการประกอบธุรกิจดังกล่าวว่า มีรูปแบบการประกอบธุรกิจให้เช่าอสังหาริมทรัพย์อย่างไรบ้าง ประกอบธุรกิจลักษณะนี้มานานเท่าไร และมีการใช้เงินทุนจากแหล่งใดบ้าง เป็นต้น ทั้งนี้ ปัจจุบันยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีแก่บุคคลใดแต่อย่างใด
.
ขณะที่นาย
สมชาติ เตชถาวรเจริญ สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน เปิดเผยทางโทรศัพท์ว่า ตนมีความบริสุทธิ์ใจที่จะเดินทางเข้าให้ข้อมูลอันเป็นประโยชน์กับเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ แต่เนื่องจากจนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับหนังสือหรือหมายเรียกเชิญไปให้ข้อมูลในฐานะพยาน จึงยังคงรอเอกสารอย่างเป็นทางการจากเจ้าหน้าที่ดีเอสไออยู่ เพราะตนยังไม่ได้รับเอกสารสักฉบับจากดีเอสไอ
.
หากมีเอกสารเชิญมา ตนก็พร้อมที่จะไปพบพนักงานสืบสวน ไม่ได้ติดปัญหาเรื่องเอกสิทธิ์คุ้มครอง สส. หรือติดสมัยประชุมสภาใด ๆ ที่ทำให้เป็นอุปสรรค ส่วนรายละเอียดเชิงลึกภายในคดีที่มีการกล่าวหาพาดพิงว่าตนไปเป็นกรรมการหรือถือหุ้นในบริษัทเอกชนที่เกี่ยวกับการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ ตนขอสงวนการเปิดเผยรายละเอียดไว้ก่อน เพราะเกรงว่าอาจกระทบกับรูปคดี แต่ยืนยันว่าพร้อมเข้าสู่กระบวนการชี้แจงข้อเท็จจริงอยู่แล้ว
.
นาย
สมชาติกล่าวว่า ตนยังขอยืนยันตามคำชี้แจงที่ได้โพสต์ไว้ในเพจ Facebook ก่อนหน้านี้ว่า ในการดำเนินธุรกิจของตน “ไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวตารางมิลลิเมตรเดียวของแผ่นดินไทยที่ตกไปอยู่ในมือของคนต่างด้าว” หรือจะถูกชาวต่างชาติใด ๆ ฉกฉวยไปจากมือของคนไทย และตนจะไม่มีวันดำเนินการใด ๆ ให้เกิดผลเช่นนั้นเป็นอันขาด
.
ส่วนความกังวลจากการถูกออกหมายเรียกมาให้การชี้แจงในฐานะพยานในครั้งนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้มีกรณีของเพื่อนร่วมพรรคอย่าง นาย
ภาวุธ พงศ์วิทยาภานุ หรือ สส.ป้อม พรรคประชาชน ที่ถูกหมายเรียกผู้ต้องหาในคดี Forex นาย
สมชาติกล่าวว่า ตนมองว่าตอนนี้เป็นเรื่องของเกมการเมืองไปแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม พร้อมเข้าให้ความร่วมมือกับดีเอสไออย่างเต็มที่ในการให้ข้อมูลและชี้แจงข้อเท็จจริง
.
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สื่อมวลชนหลายสำนักยังคงปักหลักติดตามความเคลื่อนไหวของนาย
สมชาติที่ศูนย์ราชการฯ อาคารซี (C) ชั้น 2 โถงรับรองดีเอสไอ ว่านายสมชาติจะเดินทางเข้าให้ข้อมูลในฐานะพยานกับดีเอสไอหรือไม่ หลังจากทางดีเอสไอยืนยันว่าได้ออกหนังสือเชิญนาย
สมชาติให้เข้าชี้แจงข้อมูลในวันที่ 31 สิงหาคม 2569 แต่นาย
สมชาติยืนยันว่า ตนเองยังไม่ได้รับหนังสือเชิญให้ข้อมูลแต่อย่างใด
.
.
นรเศรษฐ์ ห่วงเซ็นเช็คเปล่าเงินกู้ จี้เลิกคิดแบบผู้รับเหมา ต้องใช้เงินสร้างอุตสาหกรรมใหม่ ไม่ใช่แค่นำเข้า
https://www.matichon.co.th/politics/news_5869641
.
“
นรเศรษฐ์” ห่วงเซ็นเช็คเปล่าเงินกู้ ซื้อเทคโนโลยีต่างชาติเพื่อเปลี่ยนผ่านพลังงาน แต่ทิ้งหนี้ให้ลูกหลาน จี้รบ.ใช้เงินสร้างอุตสาหกรรมใหม่ ไม่ใช่แค่นำเข้า
.
เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา โดยมี พล.อ.
เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุม พิจารณาพระราชกำหนด(พ.ร.ก.)ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569 วงเงิน 4 แสนล้านบาท ที่สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาเสร็จแล้ว
.
เวลา 11.25 น. นาย
นรเศรษฐ์ ปรัชญากร ส.ว. อภิปรายว่า ตนกังวลว่าการตั้งชื่อว่าเป็นการเปลี่ยนผ่านโดยที่ยังไม่รู้ว่ากำลังจะพาการเปลี่ยนผ่านไปไหนกันแน่ ตนไม่ได้คัดค้านการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ตนเชื่อว่าประเทศไทยเรามีความจำเป็นที่จะต้องลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิล และต้องเพิ่มพลังงานสะอาดให้มากขึ้น รวมถึงจำเป็นต้องปรับตัวให้ทันกับเศรษฐกิจโลก แต่คำถามที่ตนต้องถามคือเงิน 4 แสนล้านบาทที่เรากำลังจะกู้ ประเทศไทยกำลังจะได้อะไรกลับมา เราจะได้แค่แผงโซลาร์เซลล์ แบตเตอรี่ เครื่องจักรที่นำเข้าจากต่างประเทศ หรือเราจะใช้โอกาสนี้ในการยกระดับอุตสาหกรรมใหม่ ขีดความสามารถใหม่ๆ ของประเทศเราได้ เพราะ 2 อย่างนี้แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
.
นาย
นรเศรษฐ์ กล่าวว่า รัฐบาลกำลังขอเงินกู้แต่ยังไม่สามารถตอบได้ชัดเจนว่าจะเอาไปทำอะไร เป็นสิ่งที่ตนกังวลใจมากที่สุด คือความไม่ชัดเจนของโครงการ รัฐบาลพูดถึงการเปลี่ยนผ่านพลังงาน แต่เมื่อถามลงไปชัดๆ ว่าจะทำโครงการอะไร ที่ไหน ทำเมื่อไหร่ ใช้เงินเท่าไหร่ลดการปล่อยคาร์บอนได้เท่าไหร่ สร้างงานให้คนไทยได้กี่ตำแหน่ง ไม่มีเป้าหมายเชิงปริมาณที่ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ ซึ่งการขอเงินกู้โดยที่ไม่มีโครงการที่ชัดเจนและไม่มีตัวชี้วัดที่ชัดเจน เท่ากับการขอให้สภาฯ เซ็นเช็คเปล่า ต้องจำว่านี่ไม่ใช่เงินของรัฐบาล เป็นเงินในอนาคตของประชาชนดังนั้นก่อนที่รัฐบาลจะขอให้สภาฯ อนุมัติเงินก้อนใหญ่ เราต้องดูให้ชัดว่าเราจะเอาเงินก้อนนี้ไปทำอะไร ซึ่งการเปลี่ยนผ่านพลังงานต้องไม่ใช่แค่การซื้ออุปกรณ์และเทคโนโลยีเข้ามาติดตั้ง ต้องเอามายกระดับให้ประเทศมียุทธศาสตร์อุตสาหกรรมใหม่ให้ได้ เพราะเงินที่ใช้ไม่ใช่น้อยๆ
.
นาย
นรเศรษฐ์ กล่าวต่อว่า ประเทศที่มองเห็นโอกาส จะคิดว่าจะสร้างอุตสาหกรรมอะไรจากการลดคาร์บอนได้บ้าง แต่สิ่งที่ตนเห็นจากพ.ร.ก.ฉบับนี้ คือเรายังไม่เห็นภาพชัดเจนว่าเงินกู้ก้อนนี้จะเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมของประเทศเราอย่างไร ถ้าไม่มีสิ่งเหล่านี้ชัดเจนการเปลี่ยนผ่านพลังงานที่รัฐบาลพูดถึง ก็เป็นการเปลี่ยนแค่การนำเข้าน้ำมันเป็นการเข้าอุปกรณ์เทคโนโลยีพลังงานสะอาดเท่านั้น ประเทศไทยก็ยังเป็นแค่ผู้ซื้อเหมือนเดิม โดยประเด็นที่ตนอยากให้รัฐบาลตอบให้ชัด คือการที่จะลงทุนเรื่องพลังงานสะอาดด้วยจำนวนเงินมหาศาล แต่เราไม่มีเงื่อนไขเรื่องการถ่ายทอดเทคโนโลยี ไม่มีแผนพัฒนาผู้ประกอบการไทย ไม่มีการสร้างโลคอลซัพพลายเชน ไม่มีการสร้างบุคลากรและทักษะของคนไทย สุดท้ายเงินก้อนนี้จะไหลไปอยู่ที่ไหน
.
“
การนำเงินไปซื้อแผงโซลาร์เซลล์หรือเทคโนโลยีจากต่างประเทศ แล้วเอากลับมาติดตั้งในประเทศไทย สิ่งที่เหลืออยู่จะเห็นแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาหน่วยงานราชการเยอะแยะ แต่สิ่งที่จะไม่เห็นเลยคือ ความสามารถในการผลิตและเทคโนโลยีของคนไทย การลงทุนครั้งใหญ่โดยใช้เงิน 2 แสนล้านบาท ควรจะใช้เป็นโอกาสในการสร้างอุตสาหกรรมใหม่ ไม่ใช่แค่สร้างตลาดให้สินค้าของประเทศอื่น เราไม่ควรใช้เงินกู้สร้างกำไรให้กับอุตสาหกรรมของประเทศอื่น ถ้าจะกู้ต้องตอบให้ได้ว่า หนี้นี้สร้างอะไรให้กับลูกหลานของเรา” นาย
นรเศรษฐ์ กล่าว
JJNY : ชาวบ้านอุทัยธานีรอยื่นอุทธรณ์“บัตรคนจน”│สมชาติพร้อมแจงดีเอสไอ│นรเศรษฐ์ห่วงเซ็นเช็คเปล่าเงินกู้│ทนายอั๋นฟ้องรุทธพล
.
ชาวบ้าน จ.อุทัยธานี มารอคิวที่ธนาคารกรุงไทย เพื่อยื่นอุทธรณ์ “บัตรคนจน” วันสุดท้ายด้วยความหวัง หลังไม่ผ่านเกณฑ์ ยืนยันเดือดร้อนจริง ต้องดิ้นรนหาเช้ากินค่ำ
.
ที่จังหวัดอุทัยธานี วันนี้ (31 ส.ค.) ถือเป็นวันสุดท้ายของการเปิดให้ยื่นขอทบทวนสิทธิเพื่อพิจารณาคุณสมบัติใหม่สำหรับผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบล่าสุด หากผู้ที่ประสงค์ต้องการยื่นอุทธรณ์ไม่ดำเนินการกด "ทบทวนสิทธิ" ผ่านช่องทางออนไลน์หรือติดต่อธนาคารรัฐภายในวันนี้ จะถือว่าสละสิทธิ์ในการขอพิจารณาซ้ำทันที
.
บรรยากาศในพื้นที่อำเภอหนองฉาง จังหวัดอุทัยธานี ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางการบริการของหลายอำเภอ เป็นไปอย่างคึกคักอย่างยิ่ง เนื่องจากมีสถาบันการเงินของรัฐตั้งอยู่ถึง 3 แห่ง ประกอบด้วย ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ที่คอยอำนวยความสะดวกในการรับเรื่องทบทวนสิทธิ์ให้แก่ประชาชนที่ไม่ผ่านเกณฑ์
.
โดยเฉพาะที่ธนาคารกรุงไทย สาขาอำเภอหนองฉาง บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคักมีประชาชนเดินทางมารอคอยตั้งแต่เช้าตรู่ก่อนที่ประตูธนาคารจะเปิดทำการเพื่อเตรียมยื่นเรื่องอุทธรณ์เป็นวันสุดท้าย ทางธนาคารต้องจัดเตรียมใบลงชื่อจองคิวไว้ล่วงหน้าเพื่อป้องกันความวุ่นวาย และคาดว่าตลอดทั้งวันจะมีประชาชนทยอยเดินทางมาทำเรื่องอย่างต่อเนื่อง
.
ท่ามกลางการอของชาวบ้านที่มารอคอยอย่างใจจดใจจ่อ ปรากฏภาพของนางอำนวย วัย 65 ปี ชาวอำเภอสว่างอารมณ์ ผู้มีฐานะยากจนและไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตนเอง นั่งรอคอยอย่างมีความหวังเพื่อยื่นเรื่องขอทบทวนสิทธิ์ของตนเอง นางอำนวยเล่าว่า ตนเองเคยได้รับสิทธิ์บัตรคนจนในรอบก่อนๆ แต่รอบนี้ระบบกลับแจ้งว่าไม่ผ่านเกณฑ์ ขณะที่สามีเพิ่งลงทะเบียนผ่านในปีนี้และเดินทางมาเพื่อยืนยันตัวตนพร้อมกัน
.
นางอำนวย เผยถึงความยากลำบากและจุดประสงค์ที่ต้องดิ้นรนมาแต่เช้าว่า มาอยากจะยื่นอุทธรณ์ค่ะ มาถามเขาว่ายื่นอุทธรณ์แล้วจะได้ไหมบัตรนี้ ก็อยากจะขอให้ได้สิทธิ์ บัตรนี้จะช่วยซื้อพวกของใช้ในครัวเรือนได้กินได้ใช้ ทุกวันนี้ครอบครัวก็แย่มาก อาศัยอยู่ด้วยกันแค่สองคน ไร่นาก็ไม่มีเลย บ้านที่ซุกหัวนอนทุกวันนี้ก็อาศัยอยู่บนที่หลวง
.
เมื่อถามถึงความหวังและการช่วยเหลือจากภาครัฐ นางอำนวยระบุว่า อยากจะให้เขาช่วยให้ได้ เฝ้ารอว่าเมื่อไหร่จะถึงวันที่ 1 ของเดือน จะได้ไปกดของมาใช้มากินประทังชีวิต ทุกวันนี้มีหลานอยู่คนหนึ่งที่เลี้ยงดูมาตั้งแต่เล็กหลังพ่อเขาตายและแม่ทิ้งไป พอเขาโตออกไปทำงานข้างนอกก็ไม่ได้ส่งเงินทองกลับมาเลย เราก็ต้องดิ้นรนหากินของเราให้รอดไปวันๆ ก่อน
.
สำหรับภาพรวมของการยื่นอุทธรณ์สิทธิ์ในวันสุดท้าย ประชาชนจำนวนมากสะท้อนความรู้สึกไปในทิศทางเดียวกันว่ารู้สึกท้อแท้และหมดหวังเมื่อพบว่าตนเองไม่ผ่านเกณฑ์ หลายคนไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งพาใครหรือไปต่ออย่างไร สุดท้ายจึงจำต้องเดินทางมารวมตัวกันที่ธนาคารเพื่อเป็นที่พึ่งสุดท้ายในการรักษาเยียวยาปากท้องของครอบครัว ขณะที่หลายคนท้อท้อหมดหวังไม่ขอมายื่นอุทธรณ์ต่อก็มีเป็นจำนวนไม่น้อย
.
สมชาติ พร้อมแจงดีเอสไอ ปมนอมินีถือครองอสังหาฯ ภูเก็ต ยันยังไม่ได้รับหนังสือเชิญ ไม่ติดเอกสิทธิ์ สส.
https://www.matichon.co.th/politics/news_5869412
.
สส.สมชาติ พร้อมเข้าชี้แจงคดีนอมินีถือครองทรัพย์สินในจังหวัดภูเก็ตแทนคนต่างชาติในฐานะพยานกับดีเอสไอ แต่ยังไม่ได้รับหนังสือเชิญให้ข้อมูล ไม่ติดปัญหาเรื่องเอกสิทธิ์คุ้มครอง สส. ไม่ติดปัญหาการประชุมสภา พร้อมให้ความร่วมมือเต็มที่
.
เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม จากกรณีที่คณะพนักงานสืบสวน กองคดีความมั่นคง กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับนายสมชาติ เตชถาวรเจริญ สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน ซึ่งปรากฏพยานหลักฐานในชั้นการสืบสวนพบว่า นายสมชาติ เตชถาวรเจริญ ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับการเป็นกรรมการและถือหุ้นในบริษัทเอกชนที่ถือครองอสังหาริมทรัพย์และห้องชุดใน จ.ภูเก็ต ร่วมกับชาวต่างชาติ ซึ่งปัจจุบันกองคดีความมั่นคงอยู่ระหว่างสืบสวนเรื่องดังกล่าวว่า มีกลุ่มบุคคลใดกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน โดยเฉพาะกรณีการเป็นนอมินีหรือไม่ จึงได้มีการออกหมายเรียกนายสมชาติให้เข้ามาชี้แจงข้อเท็จจริงและให้ข้อมูลอันเป็นประโยชน์ในฐานะพยานกับคณะพนักงานสืบสวน กองคดีความมั่นคง ในวันจันทร์ที่ 31 สิงหาคม 2569
.
ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานจากภายในกองคดีความมั่นคงว่า ภายหลังจากที่พบข้อมูลว่า นายสมชาติ เตชถาวรเจริญ มีรายชื่อเป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นในบริษัทเอกชนซึ่งเกี่ยวข้องกับการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ จึงมีความจำเป็นต้องเชิญนายสมชาติมาสอบถามข้อมูลในฐานะพยาน เพื่อเป็นการแสวงหาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน
.
อย่างไรก็ตาม นายสมชาติได้แสดงเจตจำนงว่ามีความประสงค์จะเข้าให้ข้อมูลกับดีเอสไอ จึงต้องเปิดพื้นที่ให้ความเป็นธรรมกับนายสมชาติในการชี้แจงการประกอบธุรกิจดังกล่าวว่า มีรูปแบบการประกอบธุรกิจให้เช่าอสังหาริมทรัพย์อย่างไรบ้าง ประกอบธุรกิจลักษณะนี้มานานเท่าไร และมีการใช้เงินทุนจากแหล่งใดบ้าง เป็นต้น ทั้งนี้ ปัจจุบันยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีแก่บุคคลใดแต่อย่างใด
.
ขณะที่นายสมชาติ เตชถาวรเจริญ สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน เปิดเผยทางโทรศัพท์ว่า ตนมีความบริสุทธิ์ใจที่จะเดินทางเข้าให้ข้อมูลอันเป็นประโยชน์กับเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ แต่เนื่องจากจนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับหนังสือหรือหมายเรียกเชิญไปให้ข้อมูลในฐานะพยาน จึงยังคงรอเอกสารอย่างเป็นทางการจากเจ้าหน้าที่ดีเอสไออยู่ เพราะตนยังไม่ได้รับเอกสารสักฉบับจากดีเอสไอ
.
หากมีเอกสารเชิญมา ตนก็พร้อมที่จะไปพบพนักงานสืบสวน ไม่ได้ติดปัญหาเรื่องเอกสิทธิ์คุ้มครอง สส. หรือติดสมัยประชุมสภาใด ๆ ที่ทำให้เป็นอุปสรรค ส่วนรายละเอียดเชิงลึกภายในคดีที่มีการกล่าวหาพาดพิงว่าตนไปเป็นกรรมการหรือถือหุ้นในบริษัทเอกชนที่เกี่ยวกับการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ ตนขอสงวนการเปิดเผยรายละเอียดไว้ก่อน เพราะเกรงว่าอาจกระทบกับรูปคดี แต่ยืนยันว่าพร้อมเข้าสู่กระบวนการชี้แจงข้อเท็จจริงอยู่แล้ว
.
นายสมชาติกล่าวว่า ตนยังขอยืนยันตามคำชี้แจงที่ได้โพสต์ไว้ในเพจ Facebook ก่อนหน้านี้ว่า ในการดำเนินธุรกิจของตน “ไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวตารางมิลลิเมตรเดียวของแผ่นดินไทยที่ตกไปอยู่ในมือของคนต่างด้าว” หรือจะถูกชาวต่างชาติใด ๆ ฉกฉวยไปจากมือของคนไทย และตนจะไม่มีวันดำเนินการใด ๆ ให้เกิดผลเช่นนั้นเป็นอันขาด
.
ส่วนความกังวลจากการถูกออกหมายเรียกมาให้การชี้แจงในฐานะพยานในครั้งนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้มีกรณีของเพื่อนร่วมพรรคอย่าง นายภาวุธ พงศ์วิทยาภานุ หรือ สส.ป้อม พรรคประชาชน ที่ถูกหมายเรียกผู้ต้องหาในคดี Forex นายสมชาติกล่าวว่า ตนมองว่าตอนนี้เป็นเรื่องของเกมการเมืองไปแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม พร้อมเข้าให้ความร่วมมือกับดีเอสไออย่างเต็มที่ในการให้ข้อมูลและชี้แจงข้อเท็จจริง
.
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สื่อมวลชนหลายสำนักยังคงปักหลักติดตามความเคลื่อนไหวของนายสมชาติที่ศูนย์ราชการฯ อาคารซี (C) ชั้น 2 โถงรับรองดีเอสไอ ว่านายสมชาติจะเดินทางเข้าให้ข้อมูลในฐานะพยานกับดีเอสไอหรือไม่ หลังจากทางดีเอสไอยืนยันว่าได้ออกหนังสือเชิญนายสมชาติให้เข้าชี้แจงข้อมูลในวันที่ 31 สิงหาคม 2569 แต่นายสมชาติยืนยันว่า ตนเองยังไม่ได้รับหนังสือเชิญให้ข้อมูลแต่อย่างใด
.
.
นรเศรษฐ์ ห่วงเซ็นเช็คเปล่าเงินกู้ จี้เลิกคิดแบบผู้รับเหมา ต้องใช้เงินสร้างอุตสาหกรรมใหม่ ไม่ใช่แค่นำเข้า
https://www.matichon.co.th/politics/news_5869641
.
“นรเศรษฐ์” ห่วงเซ็นเช็คเปล่าเงินกู้ ซื้อเทคโนโลยีต่างชาติเพื่อเปลี่ยนผ่านพลังงาน แต่ทิ้งหนี้ให้ลูกหลาน จี้รบ.ใช้เงินสร้างอุตสาหกรรมใหม่ ไม่ใช่แค่นำเข้า
.
เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา โดยมี พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุม พิจารณาพระราชกำหนด(พ.ร.ก.)ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569 วงเงิน 4 แสนล้านบาท ที่สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาเสร็จแล้ว
.
เวลา 11.25 น. นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ส.ว. อภิปรายว่า ตนกังวลว่าการตั้งชื่อว่าเป็นการเปลี่ยนผ่านโดยที่ยังไม่รู้ว่ากำลังจะพาการเปลี่ยนผ่านไปไหนกันแน่ ตนไม่ได้คัดค้านการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ตนเชื่อว่าประเทศไทยเรามีความจำเป็นที่จะต้องลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิล และต้องเพิ่มพลังงานสะอาดให้มากขึ้น รวมถึงจำเป็นต้องปรับตัวให้ทันกับเศรษฐกิจโลก แต่คำถามที่ตนต้องถามคือเงิน 4 แสนล้านบาทที่เรากำลังจะกู้ ประเทศไทยกำลังจะได้อะไรกลับมา เราจะได้แค่แผงโซลาร์เซลล์ แบตเตอรี่ เครื่องจักรที่นำเข้าจากต่างประเทศ หรือเราจะใช้โอกาสนี้ในการยกระดับอุตสาหกรรมใหม่ ขีดความสามารถใหม่ๆ ของประเทศเราได้ เพราะ 2 อย่างนี้แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
.
นายนรเศรษฐ์ กล่าวว่า รัฐบาลกำลังขอเงินกู้แต่ยังไม่สามารถตอบได้ชัดเจนว่าจะเอาไปทำอะไร เป็นสิ่งที่ตนกังวลใจมากที่สุด คือความไม่ชัดเจนของโครงการ รัฐบาลพูดถึงการเปลี่ยนผ่านพลังงาน แต่เมื่อถามลงไปชัดๆ ว่าจะทำโครงการอะไร ที่ไหน ทำเมื่อไหร่ ใช้เงินเท่าไหร่ลดการปล่อยคาร์บอนได้เท่าไหร่ สร้างงานให้คนไทยได้กี่ตำแหน่ง ไม่มีเป้าหมายเชิงปริมาณที่ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ ซึ่งการขอเงินกู้โดยที่ไม่มีโครงการที่ชัดเจนและไม่มีตัวชี้วัดที่ชัดเจน เท่ากับการขอให้สภาฯ เซ็นเช็คเปล่า ต้องจำว่านี่ไม่ใช่เงินของรัฐบาล เป็นเงินในอนาคตของประชาชนดังนั้นก่อนที่รัฐบาลจะขอให้สภาฯ อนุมัติเงินก้อนใหญ่ เราต้องดูให้ชัดว่าเราจะเอาเงินก้อนนี้ไปทำอะไร ซึ่งการเปลี่ยนผ่านพลังงานต้องไม่ใช่แค่การซื้ออุปกรณ์และเทคโนโลยีเข้ามาติดตั้ง ต้องเอามายกระดับให้ประเทศมียุทธศาสตร์อุตสาหกรรมใหม่ให้ได้ เพราะเงินที่ใช้ไม่ใช่น้อยๆ
.
นายนรเศรษฐ์ กล่าวต่อว่า ประเทศที่มองเห็นโอกาส จะคิดว่าจะสร้างอุตสาหกรรมอะไรจากการลดคาร์บอนได้บ้าง แต่สิ่งที่ตนเห็นจากพ.ร.ก.ฉบับนี้ คือเรายังไม่เห็นภาพชัดเจนว่าเงินกู้ก้อนนี้จะเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมของประเทศเราอย่างไร ถ้าไม่มีสิ่งเหล่านี้ชัดเจนการเปลี่ยนผ่านพลังงานที่รัฐบาลพูดถึง ก็เป็นการเปลี่ยนแค่การนำเข้าน้ำมันเป็นการเข้าอุปกรณ์เทคโนโลยีพลังงานสะอาดเท่านั้น ประเทศไทยก็ยังเป็นแค่ผู้ซื้อเหมือนเดิม โดยประเด็นที่ตนอยากให้รัฐบาลตอบให้ชัด คือการที่จะลงทุนเรื่องพลังงานสะอาดด้วยจำนวนเงินมหาศาล แต่เราไม่มีเงื่อนไขเรื่องการถ่ายทอดเทคโนโลยี ไม่มีแผนพัฒนาผู้ประกอบการไทย ไม่มีการสร้างโลคอลซัพพลายเชน ไม่มีการสร้างบุคลากรและทักษะของคนไทย สุดท้ายเงินก้อนนี้จะไหลไปอยู่ที่ไหน
.
“การนำเงินไปซื้อแผงโซลาร์เซลล์หรือเทคโนโลยีจากต่างประเทศ แล้วเอากลับมาติดตั้งในประเทศไทย สิ่งที่เหลืออยู่จะเห็นแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาหน่วยงานราชการเยอะแยะ แต่สิ่งที่จะไม่เห็นเลยคือ ความสามารถในการผลิตและเทคโนโลยีของคนไทย การลงทุนครั้งใหญ่โดยใช้เงิน 2 แสนล้านบาท ควรจะใช้เป็นโอกาสในการสร้างอุตสาหกรรมใหม่ ไม่ใช่แค่สร้างตลาดให้สินค้าของประเทศอื่น เราไม่ควรใช้เงินกู้สร้างกำไรให้กับอุตสาหกรรมของประเทศอื่น ถ้าจะกู้ต้องตอบให้ได้ว่า หนี้นี้สร้างอะไรให้กับลูกหลานของเรา” นายนรเศรษฐ์ กล่าว