พูดถึง
ตราด หลายคนน่าจะนึกถึงเกาะช้าง ทะเลสวย ๆ ซีฟู้ดสด ๆ ก่อนเลยใช่ไหมคะ
แต่รู้ไหมว่า จริง ๆ แล้วตราดมีวัตถุดิบและอาหารพื้นถิ่นน่าสนใจเยอะมากกก บางอย่างชื่อคุ้นหู แต่บางอย่างเราเพิ่งรู้เหมือนกันว่า
เอามาทำอาหารได้ด้วยเหรอ!
อย่าง
“ใบโกงกาง”
ใช่ค่ะ...ใบโกงกางที่เราเห็นกันตามป่าชายเลนนั่นแหละ เอามาทำเป็น
“โกงกางกรอบ” ได้จริง ๆ
แล้วพอได้ฟังเรื่องราวเบื้องหลัง ก็ยิ่งรู้สึกว่าอาหารตราดไม่ได้มีดีแค่ความอร่อย แต่แต่ละจานมีทั้งเรื่องของทะเล ฤดูกาล คนในพื้นที่ และวิถีชีวิตซ่อนอยู่เต็มไปหมด

มีประโยคหนึ่งจาก
คุณแม่ศรีรัตน์ ศรีภิญโญ ปราชญ์อาหารตราด และเจ้าของร้านบ้านตาเกลือ เกาะช้าง ที่เราชอบมาก
“ทะเลให้อะไร เราก็กินอย่างนั้น สวนมีอะไร เราก็เอามาปรุงอย่างนั้น”
ฟังดูธรรมดามาก แต่พอคิดดี ๆ นี่คือวิถี Sustainable แบบคนสมัยก่อนเลยนะ
บ้านอยู่ติดทะเล...มื้อเย็นก็ขึ้นอยู่กับว่าวันนี้หาอะไรได้
คุณแม่ศรีรัตน์เล่าว่า ตอนเด็ก ๆ เติบโตมาในบ้านไม้ริมน้ำที่ตราด เช้าผู้ใหญ่ก็ออกเรือไปหาปลา ปู หอย ส่วนเย็นก็เก็บผัก สมุนไพร หรือผลไม้ที่มีตามฤดูกาลรอบบ้าน วันนี้ทะเลให้อะไร ก็กินอย่างนั้น
สวนมีอะไร ก็หยิบมาทำกับข้าว
ฟังแล้วเป็นชีวิตที่เรียบง่าย แต่จริง ๆ มีองค์ความรู้ซ่อนอยู่เยอะมาก เพราะต้องรู้ว่า
ฤดูไหนมีอะไร อะไรกินกับอะไร วัตถุดิบแบบไหนควรเอามาทำเมนูไหน ด้วยความที่คุณแม่เป็นพี่สาวคนโต ก็เลยได้เข้าครัวช่วยทำอาหารและดูแลน้อง ๆ ตั้งแต่เด็ก จากสิ่งที่ทำในครอบครัวทุกวัน ค่อย ๆ กลายมาเป็น “รสมือแม่” ที่ส่งต่อมาถึงรุ่นลูก
และถ้าใครคิดว่าอาหารตราดมีแต่ซีฟู้ด...ขอบอกว่าไม่ใช่เลยค่ะ 😆
มีทั้ง
ต้มส้มระกำปลากระบอก แกงคั่วหอยถ่าน ไก่ต้มกระวาน รวมถึงวัตถุดิบอย่างระกำ กระวาน กะปิ และใบโกงกางที่ถูกหยิบมาใช้ในอาหาร
แต่เมนูที่สะดุดตาเราสุดก็คือ...
“โกงกางกรอบสอดไส้สับปะรดสีทอง” ใบโกงกางกินได้จริงดิ? 😳
ได้ค่ะ 555
เมนูนี้เอา
ใบโกงกาง ซึ่งเป็นพืชที่ผูกพันกับระบบนิเวศชายฝั่งของตราด มาปรับให้กลายเป็นเมนูร่วมสมัย กินง่ายขึ้น และทำให้วัตถุดิบท้องถิ่นที่หลายคนอาจเดินผ่านเฉย ๆ กลายเป็นสิ่งที่น่าสนใจขึ้นมาทันที
นี่แหละที่เราว่าน่าสนใจ
เพราะการรักษาอาหารท้องถิ่น ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการเก็บทุกอย่างไว้เหมือนเดิม 100% แต่คือการเก็บ
“ตัวตนและเรื่องราว” เอาไว้ แล้วหาวิธีเล่าใหม่ให้คนรุ่นใหม่อยากรู้จักมัน
รสเดิม แต่เล่าให้คนรุ่นใหม่อยากกิน

มาถึงรุ่นของ
คุณโรส อุนนิ กรรมการผู้จัดการ อาน่า รีสอร์ท แอนด์ วิลล่า เกาะช้าง และร้านบ้านตาเกลือ โจทย์จึงไม่ใช่แค่ “ทำอาหารของแม่ต่อ” แต่คือทำยังไงให้อาหารตราดไปต่อได้ในยุคนี้
เลยเกิดเป็นแนวคิด
“บ้านตาเกลือ Gastronomic Experience”
พูดง่าย ๆ คือ ไม่ได้อยากให้เรามานั่งกินแล้วจบ แต่ระหว่างกิน เราจะค่อย ๆ รู้จักตราดผ่านอาหารแต่ละจาน
ทั้งทะเล ป่าโกงกาง ชาวประมง เกษตรกร วัตถุดิบตามฤดูกาล ไปจนถึงสูตรและเทคนิคที่ส่งต่อกันมาในครอบครัว
มีประโยคหนึ่งของคุณโรสที่เราชอบเหมือนกัน
“ผู้บริโภควันนี้ไม่ได้มองหาเพียงความอร่อย แต่อยากรู้ด้วยว่าอาหารมาจากไหน ใครเป็นคนทำ และมีเรื่องราวอะไรอยู่เบื้องหลัง”
จริงนะ
เดี๋ยวนี้เวลาเราไปเที่ยว บางทีร้านที่จำได้ที่สุดอาจไม่ใช่ร้านที่หรูที่สุด แต่อาจเป็นร้านที่กินแล้วรู้สึกว่า
“เออ...นี่แหละ เรามาถึงที่นี่แล้ว”
แล้วเรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับ Sustainability?
ตอนแรกเราเองก็รู้สึกว่า “อาหารท้องถิ่น” กับ “ความยั่งยืน” ดูเป็นคนละเรื่องกัน
แต่พอฟังเรื่องนี้แล้ว จริง ๆ มันใกล้กันมาก
การกินวัตถุดิบตามฤดูกาล การซื้ออาหารทะเลจากประมงพื้นบ้าน การใช้ผลไม้ พืชผัก และสมุนไพรจากคนในพื้นที่ ไปจนถึงการพยายามใช้วัตถุดิบแต่ละส่วนให้คุ้มค่าและลดเศษอาหาร
ทั้งหมดเริ่มจากเรื่องธรรมดามาก ๆ อย่าง
“วันนี้เราจะกินอะไร”
แต่เงินจากอาหารหนึ่งจานสามารถเดินทางต่อไปถึงชาวประมง เกษตรกร ผู้ผลิตวัตถุดิบ ร้านอาหาร และคนในชุมชนได้

ข้อมูลสำมะโนการเกษตร พ.ศ. 2566 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ระบุว่า ตราดมีผู้ถือครองทำการเกษตร 31,398 ราย และเกือบทั้งหมดเป็นการทำเกษตรในรูปแบบครัวเรือน
ยิ่งทำให้เห็นว่า สำหรับจังหวัดแบบตราด เรื่องอาหาร ทรัพยากร และการทำมาหากินของคนในพื้นที่จริง ๆ แล้วเชื่อมกันอยู่ตลอด
สุดท้าย...อาหารหนึ่งจานอาจเล่าเรื่องได้มากกว่าที่คิด
เรื่องนี้เป็นหนึ่งในมุมที่
เคทีซี อยากชวนมองเรื่องความยั่งยืนผ่านสิ่งใกล้ตัว เราอาจไม่ต้องเริ่มจากเรื่องใหญ่ ๆ หรือเรื่องไกลตัวเลย
แค่เริ่มจากการรู้ว่า
ของที่อยู่ในจานเรามาจากไหน ใครเป็นคนปลูก ใครเป็นคนหา และกว่าจะมาเป็นอาหารหนึ่งจานต้องผ่านใครบ้าง
บางทีแค่เราเลือกกินของท้องถิ่น หรือเปิดใจลองเมนูที่ไม่เคยรู้จัก ก็อาจเป็นอีกทางหนึ่งที่ช่วยให้รสชาติและเรื่องราวของพื้นที่นั้นยังถูกส่งต่อไปได้
และใครกำลังจะไป
เกาะช้าง ช่วงนี้ ขอแอบทิ้งโปรไว้ตรงนี้นิดนึง 😆
สมาชิกบัตรเครดิตเคทีซีและบัตรกดเงินสด KTC PROUD รับส่วนลด
10% สำหรับค่าอาหารและดินเนอร์เรือมาดที่
ร้านบ้านตาเกลือ เกาะช้าง จังหวัดตราด ตั้งแต่วันที่
1 สิงหาคม – 31 ตุลาคม 2569 และสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซียังสามารถใช้คะแนน KTC FOREVER แลกรับเครดิตเงินคืนเพิ่มเติมได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด
แล้วคนตราดหรือคนที่เคยไปตราด มีเมนูไหนที่คิดว่า “ไปถึงตราดแล้วต้องกิน” อีกบ้าง?
มาแชร์กันหน่อยค่ะ 👇
เผื่อรอบหน้าเราจะได้ตามไปกินบ้าง
ขอเสียงคนตราดหน่อยเร็ววว ใครเคยกิน “โกงกางกรอบ” บ้าง?
แต่รู้ไหมว่า จริง ๆ แล้วตราดมีวัตถุดิบและอาหารพื้นถิ่นน่าสนใจเยอะมากกก บางอย่างชื่อคุ้นหู แต่บางอย่างเราเพิ่งรู้เหมือนกันว่า เอามาทำอาหารได้ด้วยเหรอ!
อย่าง “ใบโกงกาง”
ใช่ค่ะ...ใบโกงกางที่เราเห็นกันตามป่าชายเลนนั่นแหละ เอามาทำเป็น “โกงกางกรอบ” ได้จริง ๆ
แล้วพอได้ฟังเรื่องราวเบื้องหลัง ก็ยิ่งรู้สึกว่าอาหารตราดไม่ได้มีดีแค่ความอร่อย แต่แต่ละจานมีทั้งเรื่องของทะเล ฤดูกาล คนในพื้นที่ และวิถีชีวิตซ่อนอยู่เต็มไปหมด
มีประโยคหนึ่งจาก คุณแม่ศรีรัตน์ ศรีภิญโญ ปราชญ์อาหารตราด และเจ้าของร้านบ้านตาเกลือ เกาะช้าง ที่เราชอบมาก
“ทะเลให้อะไร เราก็กินอย่างนั้น สวนมีอะไร เราก็เอามาปรุงอย่างนั้น”
ฟังดูธรรมดามาก แต่พอคิดดี ๆ นี่คือวิถี Sustainable แบบคนสมัยก่อนเลยนะ
บ้านอยู่ติดทะเล...มื้อเย็นก็ขึ้นอยู่กับว่าวันนี้หาอะไรได้
คุณแม่ศรีรัตน์เล่าว่า ตอนเด็ก ๆ เติบโตมาในบ้านไม้ริมน้ำที่ตราด เช้าผู้ใหญ่ก็ออกเรือไปหาปลา ปู หอย ส่วนเย็นก็เก็บผัก สมุนไพร หรือผลไม้ที่มีตามฤดูกาลรอบบ้าน วันนี้ทะเลให้อะไร ก็กินอย่างนั้น
สวนมีอะไร ก็หยิบมาทำกับข้าว
ฟังแล้วเป็นชีวิตที่เรียบง่าย แต่จริง ๆ มีองค์ความรู้ซ่อนอยู่เยอะมาก เพราะต้องรู้ว่า ฤดูไหนมีอะไร อะไรกินกับอะไร วัตถุดิบแบบไหนควรเอามาทำเมนูไหน ด้วยความที่คุณแม่เป็นพี่สาวคนโต ก็เลยได้เข้าครัวช่วยทำอาหารและดูแลน้อง ๆ ตั้งแต่เด็ก จากสิ่งที่ทำในครอบครัวทุกวัน ค่อย ๆ กลายมาเป็น “รสมือแม่” ที่ส่งต่อมาถึงรุ่นลูก
และถ้าใครคิดว่าอาหารตราดมีแต่ซีฟู้ด...ขอบอกว่าไม่ใช่เลยค่ะ 😆
มีทั้ง ต้มส้มระกำปลากระบอก แกงคั่วหอยถ่าน ไก่ต้มกระวาน รวมถึงวัตถุดิบอย่างระกำ กระวาน กะปิ และใบโกงกางที่ถูกหยิบมาใช้ในอาหาร
แต่เมนูที่สะดุดตาเราสุดก็คือ...
“โกงกางกรอบสอดไส้สับปะรดสีทอง” ใบโกงกางกินได้จริงดิ? 😳
ได้ค่ะ 555
เมนูนี้เอา ใบโกงกาง ซึ่งเป็นพืชที่ผูกพันกับระบบนิเวศชายฝั่งของตราด มาปรับให้กลายเป็นเมนูร่วมสมัย กินง่ายขึ้น และทำให้วัตถุดิบท้องถิ่นที่หลายคนอาจเดินผ่านเฉย ๆ กลายเป็นสิ่งที่น่าสนใจขึ้นมาทันที
นี่แหละที่เราว่าน่าสนใจ
เพราะการรักษาอาหารท้องถิ่น ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการเก็บทุกอย่างไว้เหมือนเดิม 100% แต่คือการเก็บ “ตัวตนและเรื่องราว” เอาไว้ แล้วหาวิธีเล่าใหม่ให้คนรุ่นใหม่อยากรู้จักมัน
รสเดิม แต่เล่าให้คนรุ่นใหม่อยากกิน
มาถึงรุ่นของ คุณโรส อุนนิ กรรมการผู้จัดการ อาน่า รีสอร์ท แอนด์ วิลล่า เกาะช้าง และร้านบ้านตาเกลือ โจทย์จึงไม่ใช่แค่ “ทำอาหารของแม่ต่อ” แต่คือทำยังไงให้อาหารตราดไปต่อได้ในยุคนี้
เลยเกิดเป็นแนวคิด “บ้านตาเกลือ Gastronomic Experience”
พูดง่าย ๆ คือ ไม่ได้อยากให้เรามานั่งกินแล้วจบ แต่ระหว่างกิน เราจะค่อย ๆ รู้จักตราดผ่านอาหารแต่ละจาน
ทั้งทะเล ป่าโกงกาง ชาวประมง เกษตรกร วัตถุดิบตามฤดูกาล ไปจนถึงสูตรและเทคนิคที่ส่งต่อกันมาในครอบครัว
มีประโยคหนึ่งของคุณโรสที่เราชอบเหมือนกัน
“ผู้บริโภควันนี้ไม่ได้มองหาเพียงความอร่อย แต่อยากรู้ด้วยว่าอาหารมาจากไหน ใครเป็นคนทำ และมีเรื่องราวอะไรอยู่เบื้องหลัง”
จริงนะ
เดี๋ยวนี้เวลาเราไปเที่ยว บางทีร้านที่จำได้ที่สุดอาจไม่ใช่ร้านที่หรูที่สุด แต่อาจเป็นร้านที่กินแล้วรู้สึกว่า “เออ...นี่แหละ เรามาถึงที่นี่แล้ว”
แล้วเรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับ Sustainability?
ตอนแรกเราเองก็รู้สึกว่า “อาหารท้องถิ่น” กับ “ความยั่งยืน” ดูเป็นคนละเรื่องกัน
แต่พอฟังเรื่องนี้แล้ว จริง ๆ มันใกล้กันมาก
การกินวัตถุดิบตามฤดูกาล การซื้ออาหารทะเลจากประมงพื้นบ้าน การใช้ผลไม้ พืชผัก และสมุนไพรจากคนในพื้นที่ ไปจนถึงการพยายามใช้วัตถุดิบแต่ละส่วนให้คุ้มค่าและลดเศษอาหาร
ทั้งหมดเริ่มจากเรื่องธรรมดามาก ๆ อย่าง “วันนี้เราจะกินอะไร”
แต่เงินจากอาหารหนึ่งจานสามารถเดินทางต่อไปถึงชาวประมง เกษตรกร ผู้ผลิตวัตถุดิบ ร้านอาหาร และคนในชุมชนได้
ข้อมูลสำมะโนการเกษตร พ.ศ. 2566 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ระบุว่า ตราดมีผู้ถือครองทำการเกษตร 31,398 ราย และเกือบทั้งหมดเป็นการทำเกษตรในรูปแบบครัวเรือน
ยิ่งทำให้เห็นว่า สำหรับจังหวัดแบบตราด เรื่องอาหาร ทรัพยากร และการทำมาหากินของคนในพื้นที่จริง ๆ แล้วเชื่อมกันอยู่ตลอด
สุดท้าย...อาหารหนึ่งจานอาจเล่าเรื่องได้มากกว่าที่คิด
เรื่องนี้เป็นหนึ่งในมุมที่ เคทีซี อยากชวนมองเรื่องความยั่งยืนผ่านสิ่งใกล้ตัว เราอาจไม่ต้องเริ่มจากเรื่องใหญ่ ๆ หรือเรื่องไกลตัวเลย
แค่เริ่มจากการรู้ว่า ของที่อยู่ในจานเรามาจากไหน ใครเป็นคนปลูก ใครเป็นคนหา และกว่าจะมาเป็นอาหารหนึ่งจานต้องผ่านใครบ้าง
บางทีแค่เราเลือกกินของท้องถิ่น หรือเปิดใจลองเมนูที่ไม่เคยรู้จัก ก็อาจเป็นอีกทางหนึ่งที่ช่วยให้รสชาติและเรื่องราวของพื้นที่นั้นยังถูกส่งต่อไปได้
และใครกำลังจะไป เกาะช้าง ช่วงนี้ ขอแอบทิ้งโปรไว้ตรงนี้นิดนึง 😆
สมาชิกบัตรเครดิตเคทีซีและบัตรกดเงินสด KTC PROUD รับส่วนลด 10% สำหรับค่าอาหารและดินเนอร์เรือมาดที่ ร้านบ้านตาเกลือ เกาะช้าง จังหวัดตราด ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม – 31 ตุลาคม 2569 และสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซียังสามารถใช้คะแนน KTC FOREVER แลกรับเครดิตเงินคืนเพิ่มเติมได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด
แล้วคนตราดหรือคนที่เคยไปตราด มีเมนูไหนที่คิดว่า “ไปถึงตราดแล้วต้องกิน” อีกบ้าง?
มาแชร์กันหน่อยค่ะ 👇
เผื่อรอบหน้าเราจะได้ตามไปกินบ้าง