จ้างแม่บ้านเดือนละหมื่น บ้านคุณเพิ่งเปลี่ยนสถานะเป็น “สถานประกอบการ” ที่มีนายจ้างชื่อคุณ

หลัง ครม. ไฟเขียวหลักการ พระราชกฤษฎีกา ดึงลูกจ้าง 3 กลุ่มเข้าประกันสังคม ม.33 ได้แก่ ลูกจ้างภาคเกษตร ลูกจ้างหาบเร่แผงลอย และลูกจ้างของนายจ้างบุคคลธรรมดา ทั้งแม่บ้าน คนสวน คนขับรถ

จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ระบุชัดว่าให้เวลาปรับตัว 180 วันนับจากประกาศในราชกิจจานุเบกษา ขยายจากร่างเดิมที่ให้แค่ 60 วัน เหตุผลไม่ได้อยู่ฝั่งนายจ้างอย่างเดียว เพราะประกันสังคมเองก็ต้องสร้างระบบรับเงินสมทบจากนายจ้างที่ไม่มีเลขนิติบุคคลเป็นครั้งแรก

เลย 180 วันแล้วไม่ขึ้นทะเบียน ใครรับผิด คำตอบคือนายจ้าง ไม่ใช่แม่บ้าน เพราะกฎหมายวางหน้าที่ขึ้นทะเบียน หักเงิน และนำส่ง ไว้ที่นายจ้างล้วนๆ ถ้าเบี้ยว เจอเงินเพิ่ม 2% ต่อเดือนของยอดค้าง บวกโทษอาญาจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 20,000 บาท

ฝั่งลูกจ้างได้สิทธิชุดเดียวกับพนักงานออฟฟิศ ทั้งเจ็บป่วย มะเร็ง คลอดบุตร ทุพพลภาพ เสียชีวิต ชราภาพ ยันว่างงาน ครอบคลุมทั้งคนไทยและต่างชาติที่มีใบอนุญาตทำงาน โดยมติ ครม. วันที่ 25 สิงหาคม 2569 ประเมินว่าถึงปี 2573 จะมีคนเข้าระบบเพิ่มกว่า 1.05 ล้านคน

180 วันนี้จึงไม่ได้วัดว่านายจ้างพร้อมแค่ไหน แต่วัดว่ารู้ตัวหรือยังว่าตัวเองคือนายจ้าง เพราะคนจ้างแม่บ้านส่วนใหญ่ไม่เคยคิดว่าบ้านตัวเองต้องมีแฟ้มเงินสมทบ และเงินเพิ่มรายเดือนไม่เคยรอให้ใครรู้ตัวก่อน

ข้อมูล: Thai PBS, กรมประชาสัมพันธ์, มติชนออนไลน์

ที่มา Siam Times
Siam Times


ครม.ไฟเขียวขยาย ม.33 'แม่บ้าน-คนสวน-คนขับรถ-ลูกจ้างแผงลอย' ได้สิทธิประกันสังคม

ครม.อนุมัติหลักการเปิดทางลูกจ้าง 3 กลุ่มเข้าเป็นผู้ประกันตน ม.33 ครอบคลุมแม่บ้าน คนสวน คนขับรถ ลูกจ้างแผงลอย และภาคเกษตร ได้สิทธิเจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ ว่างงาน ชราภาพ คาดปี 2573 มีผู้ประกันตนกลุ่มนี้รวมกว่า 1.05 ล้านคน
25 สิงหาคม 2569 - ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.มีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดกิจการหรือลูกจ้างอื่นที่ไม่อยู่ในบังคับตามกฎหมายว่าด้วยการประกันสังคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ เพื่อขยายความคุ้มครองในระบบประกันสังคมมาตรา 33 ให้แก่กลุ่มลูกจ้างที่เดิมได้รับการยกเว้น

สำหรับร่างพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ จะเปิดทางให้ลูกจ้าง 3 กลุ่มเข้าสู่ระบบประกันสังคมมาตรา 33 ได้แก่ 1. ลูกจ้างในกิจการเพาะปลูก ป่าไม้ และเลี้ยงสัตว์ 2. ลูกจ้างของนายจ้างที่เป็นบุคคลธรรมดา อาทิ แม่บ้าน คนสวน และคนขับรถ และ 3. ลูกจ้างของนายจ้างที่ประกอบการค้าแผงลอย
การขยายความคุ้มครองดังกล่าว จะทำให้ลูกจ้างกลุ่มที่เดิมถูกยกเว้นมีโอกาสเข้าสู่ระบบประกันสังคม และได้รับสิทธิประโยชน์เช่นเดียวกับลูกจ้างทั่วไป ครอบคลุมกรณีเจ็บป่วย รวมถึงโรคมะเร็ง คลอดบุตร ทุพพลภาพ เสียชีวิต ชราภาพ และว่างงาน เพื่อเพิ่มหลักประกันให้แก่คนทำงานและครอบครัวเมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิด โดยเฉพาะกรณีเจ็บป่วยจนกระทบต่อการทำงานและรายได้ รวมถึงมีหลักประกันเมื่อว่างงานและเข้าสู่วัยชรา


แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่