ไม่เคยภูมิใจอะไรในชีวิตตัวเอง อายอาชีพพ่อแม่ตัวเอง

ตอนนี้เราอายุ22 กำลังเรียนจบปีหน้าแล้ว แต่มีสิ่งหนึ่งที่ติดค้างในจิตใจเรามาตลอดคือการไม่มั่นใจในตัวเองเลย เราชอบด้อยค่าในสิ่งที่เรามี ไม่เคยภูมิใจหรือมองว่าตัวเองเก่ง เพราะทุกๆสังคมที่เราอยู่ เรามักจะอยู่ปลายแถวเสมอ ไม่เคยได้อยู่หัวๆเลย

ตั้งแต่เด็ก บ้านเราฐานะกลางๆ พ่อแม่ขายของตามตลาดนัด แต่เค้าส่งเราเรียนห้องพิเศษที่ค่าเทอมแพงที่สุดหนึ่งในโรงเรียนประจำจังหวัด เราอยู่ห้องที่มีแค่เพื่อนรวยๆและเก่งๆ เพื่อนเกือบทุกคนพ่อแม่ส่งเรียนพิเศษแต่เด็ก ได้เรียนรวามสามารถต่างๆมากมาย ได้ไปเที่ยวต่างประเทศ แต่เราไม่เคยได้อะไรแบบนี้เลย ในห้องเราก็เรียนไม่ค่อยทัน เป็นเด็กท้ายห้องเลยก็ว่าได้


เราเรียนโรงเรียนนี้จนถึงม.ต้น ม.ปลายย้ายไปอีกโรงเรียนซึ่งดังเหมือนกันและห้องพิเศษ ตอนนี้รียนมหาลัยรัฐชื่อดัง ในกรุงเทพ ช่วงๆมัธยม เราก็เรียนพิเศษบ้าง เป็นพวกสอบเข้า แต่สิ่งที่อยู่ในใจตลอดคืออาชีพพ่อแม่เรา ในสายตาเราคือไม่เท่เลย ขายของตลาดนัด ขายของในห้าง แต่พ่อแม่คนอื่นทำอาชีพหมอเอย พยาบาล หรือทำพนักงานประจำ หรือทำธุรกิจของตัวเองแบบใหญ่โตมากๆ แต่บ้านเราขายของ เวลาคุยกับเพื่อนสมัยเด็ก เพื่อนๆชอบพูดเรื่องไปต่างประเทศ ที่บ้านมีที่ทางเยอะ ไม่ต้องเดือดร้อนเรื่องเงิน


จำได้ว่าเวลาคุยเรื่องอาชีพ เราจะดูไม่ค่อยมั่นใจ พูดแบบเงียบๆเก้อๆเขิน แล้วเพื่อนก็ชอบหันมามอง ช่วงโควิดห้างต้องปิด เราต้องไลฟ์สดกับพ่อ ซึ่งเพื่อนที่เราสนิทมากๆก็มาช่วยคอมเมนท์ให้เรา แต่ในสายตาเรากลับรู้สึกสมเพชตัวเองที่ต้องมาทำอะไรแบบนี้ แต่เพื่อนที่เรารู้จักกลับไม่เคยต้องช่วยงานพ่อแม่อะไรเลย แต่เรากลับต้องช่วยพ่อแม่ตั้งแต่เด็ก ทั้งขายของเปิดท้าย ขายของตลาดนัด ขายของในห้าง เรารู้ว่าเรามีความคิดโคตรแย่ มันแย่มากที่คิดแบบนี้ เราอยากโตขึ้น อยากมั่นใจในตัวเองมากกว่า เรารู้ว่าจริงๆคนรอบข้างอาจจะไม่ได้คิดอะไรก็ได้


ทุกครั้งที่เราทำอะไรสำเร็จ ทั้งหาเงินเองได้ สอนพิเศษ สอบเข้าโรงเรียนชื่อดัง สอบเข้ามหาลัยชื่อดัง เรามักจะดีใจแค่โมเมนท์แรก หลังจากนั้นเราไม่เคยภูมิใจอะไรในตัวเองเลย เรารู้สึกว่าเราไม่ deserve it เวลาเราสามารถทำได้ เรามักจะคิดว่าถ้าเราทำได้ คนอื่นก็ทำได้เหมือนกัน เราไม่กล้าออกตัว หรือดีใจ กลัวคนอื่นจะมองว่าเสร่อ หรือเวลาเราตั้งใจทำอะไร เช่นตอนฝึกงาน เราทำโปรเจกต์ เราทุ่มกับมันมาก แต่เรากลับไม่คิดอะไรเลย เราไม่คิดว่าจะมีคนมาดู มาไลค์ มาสนใจ แต่ผลลัพธ์คือมันเกินคาด มันพุ่งมากๆ แต่เราพูดออกไปคำแรกว่า พวกเค้ามาดู มาไลค์ทำไมกัน เราไม่คิดว่าจะมาคนมาดูสัก1 คนด้วยซ้ำ พี่ที่ฝึกงานได้ยินเราพูดแบบนั้น เค้าเลยเรียกเรามาคุย ว่าอยากให้เรามั่นใจ เราเก่ง แต่เราไม่เคยมองตัวเองเก่ง เพราะทุกครั้งที่เราไปไหนมักจะมีคนเก่งกว่าเสมอ เราไม่เคยภูมิใจในสิ่งที่เราทำเลย


เวลาทุกวันนี้เรากลับตจว.ไปช่วยพ่อแม่ขายของ เราก็มักจะสงสารเค้า ทำไมเราเรียนสูงแต่เค้าต้องมาขายงกๆ เรากลัวสายตาคนอื่นจะมองเราว่าเราเรียนมาสูงทำไม เรียนแล้วไม่ช่วยพ่อแม่ขายของให้ดีขึ่นเลย เราอายสายตาคนนอก


ตอนนี้เราจะเรียนจบแล้ว เราอยากสลัดความคิดนี้ทิ้งสักที มันอึดอัด พ่อแม่เราก้ขอร้องเราให้ช่วยงานเค้า เค้าอยากขายให้รวยเร็วๆ อยากขายออนไลน์เพราะหน้าร้านมันไม่ค่อยดีแล้ว


แต่เรารู้สึกกดดันทุกครั้ง เหมือนเค้ายกความหวังทุกอย่างมาใส่เรา ความต้องการที่จะรวยขึ้น ขายของดีขึ้นใดๆ ถามทุกครั้งว่าหาตัวเองเจอหรือยัง เราจริงๆแล้วชอบพูด ชอบทำอะไรแบบออกกล้อง แต่พอมีพ่อแม่มาด้วย เราจะไม่อยากออกกับเค้า เรากลัวคนอื่นจะมองมาด้วยมุมสงสาร เรากลัวคนอื่นมองว่าจน ซึ่งเป็นความคิดที่ไม่ดี อยากตื่นขึ้น โตขึ้นสักที


พ่อแม่เราไม่เห็นด้วยกับการทำงานประจำหรือเป็นลูกน้องคนอื่นๆมากๆ เค้าไม่ชอบเลย เค้าอยากให้เราทำธุรกิจ เป็นนายตัวเอง เราอยู่กทม. เราทำพาร์ทไทม์หลายอย่างมาก ทั้งร้านกาแฟ ร้านหนังสือ แต่เค้าไม่เห็นด้วยกับการเป้นลูกน้องคนอื่น พ่อเรากดดันให้เราขายขนมเพราะเห็นเราชอบทำ แต่ช่วงแรกๆ ญาติที่สนิทกับเราก็ชอบทำขนมเหมือนกัน เค้าเห็นเราชอบเค้าก็มักจะชวนเราทำนู่นนี่ แต่เร่กลับไม่กล้าบอหเค้า หรือแชร์การทำขนมของเรา เพราะเราคิดไปแบบบ้าๆว่า เค้าจะคิดว่าจนแล้วยังทำขนมอีก เราไม่กล้าบอกเค้า การขายขนมของเราแรกๆมันดี แต่หลังๆมันไม่ดี เละ เราขายของในโซเชียลมีเดียของเราเอง แต่เราไม่ได้จริงจัง มันเลยออกมาไม่ดี


พ่อเรายังบังคับให้เราสอนพิเศษ เราก้ทำตามเค้า เพราะเค้ากดดันเราหนักมาก จนทุกวันนี้เราสอนมา3ปีแล้ว ตอนนี้เค้าชอบมากดดันเราให้ขายของออนไลน์ แต่เราไม่รู้จะเริ่มยังไง ร้านเราขายเสื้อผ้า เค้าเคยทะเลาะกับเรา ว่าเราอายทำไม ทำไมไม่กล้าโพส แต่สินค้ามันเป็นสำหรับผู้ชาย เราเลยไม่ได้โพส เรากลัวเพื้อนๆ หรือคนรู้จักจะมองเราว่าจน


ปัญหาคือทำไงถึงจะก้าวออกจากความคิดดูถูกตัวเอง ไม่อายในสิ่งที่มี เรารู้ว่าสิ่งที่เราคิดมันแย่ มันเหมือนลูกที่แย่ ช่วยเตือนสติเราที

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่