ขอระบายหน่อยค่ะ ตอนนี้รำคาญพ่อมากกกก 😭
คือเราบอกพ่อไปแล้วว่าเราจะเรียน วิทยาการจัดการ สาขาการจัดการ เราเลือกของเราแล้ว ทำผลงาน ทำพอร์ต เตรียมเอกสารต่าง ๆ จนจะเสร็จ กำลังจะยื่นอยู่แล้ว แต่พ่อเพิ่งมาพูดตอนนี้ว่าให้เราไปเรียนครู หรือรัฐศาสตร์ เพราะจบมาแล้วจะได้ทำงานราชการ มั่นคง กู้เงินได้เยอะ
คือเราไม่ชอบอะ แล้วจะให้เราไปเรียนทำไม 😭
พ่อบอกว่าเรียนวิทยาการจัดการไปทำไม จบมาก็ไปทำงานเป็นลูกน้องเขาอยู่ดี
เอ้า แล้วเรียนครูหรือรัฐศาสตร์จบมาไม่ต้องเป็นลูกน้องใครเหรอ 😂 สุดท้ายมันก็ต้องทำงานเหมือนกันปะ ไม่ว่าจะเรียนอะไร เป้าหมายมันก็คือ เรียนจบ → ทำงาน → หาเงิน
เรียนอันไหนก็ทำงานได้หมดแหละ มันต่างกันตรงที่เราจะได้ทำงานอะไร แล้วเราชอบงานนั้นไหมมากกว่า
พ่อบอกว่างานราชการมั่นคง กู้เงินได้เยอะ เราก็เข้าใจนะว่ามันมีข้อดี แต่เราไม่ได้อยากเป็นข้าราชการอะ
อีกอย่างคือ เราทำงานกับ อพท. จังหวัดเชียงรายอยู่แล้ว งานที่เราทำส่วนมากก็เกี่ยวกับการจัดการ การทำกิจกรรม การส่งเสริมงานในพื้นที่ รวมถึงงานที่ต้องประสานงานและจัดการหลายอย่าง เราไม่ได้แค่นั่งเรียนแล้วมโนว่าตัวเองชอบ แต่เราได้ลองทำงานจริงมาแล้ว
งานที่เราทำกับ อพท. หลายอย่างทำแล้วก็ได้เงินตามงาน ไม่ต้องมานั่งรอเงินเดือนออกทุกเดือนอย่างเดียว เราเลยรู้สึกว่าตัวเองชอบการทำงานแบบนี้มากกว่า
เราเป็นเด็กยุคใหม่ด้วย เราไม่ได้อยากมีชีวิตที่ต้องรอเงินเดือนออกอย่างเดียว เราอยากมีหลายทางในการหาเงิน และอยากสร้างรายได้จากความสามารถของตัวเอง
แล้วพ่อบอกให้ไปเรียนรัฐศาสตร์ เพราะจบมาแล้วสอบราชการได้
แต่คนแถวบ้านที่พ่อพูดถึงว่าเรียนรัฐศาสตร์ จบมาก็ยังสอบไม่ได้เลย
เราไม่ได้จะบอกว่าเรียนรัฐศาสตร์แล้วสอบไม่ได้ทุกคนนะ มันก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคน แต่เราก็อดคิดไม่ได้ว่า ในเมื่อเรามีงานที่เราทำอยู่ มีประสบการณ์ มีผลงาน และรู้แล้วว่าตัวเองชอบอะไร เราจะต้องทิ้งสิ่งที่กำลังทำอยู่เพื่อไปเรียน แล้วรอสอบราชการอีกทำไม
ต้องเสียเวลาไปสอบแข่งขันกับคนอีกจำนวนมาก ทั้งที่ตอนนี้เราก็มีทางของเราเองอยู่แล้ว
แล้วอีกอย่างที่เราคิดคือ อาชีพใหม่ ๆ มันเกิดขึ้นตลอดเวลา โลกการทำงานสมัยนี้ไม่ได้มีแค่เรียนจบแล้วไปสอบราชการอย่างเดียว
เดี๋ยวนี้มีทั้งงานออนไลน์ งานคอนเทนต์ การตลาดดิจิทัล ธุรกิจออนไลน์ และงานอีกหลายอย่างที่เมื่อก่อนอาจจะไม่มีหรือไม่ได้เป็นอาชีพที่คนพูดถึงมากขนาดนี้
แต่คนรุ่นพ่อแม่หลายคนยังติดภาพว่า ถ้าเรียนรัฐศาสตร์หรือครู แล้วสอบราชการได้ = ชีวิตมั่นคงที่สุด
แต่ถ้าคนคิดแบบนี้กันเยอะขึ้น การแข่งขันก็ยิ่งสูงขึ้น คนสมัครเยอะขึ้น แต่จำนวนตำแหน่งไม่ได้เพิ่มขึ้นตามจำนวนคนที่เรียนมา สุดท้ายเรียนจบมาก็ไม่ได้แปลว่าจะได้เป็นข้าราชการแน่นอน
ส่วนเรื่องการสอบ เราก็รู้ว่ามันมีระบบสอบแข่งขันตามขั้นตอน ไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องมีเส้นสาย แต่เรื่องคอนเนกชันหรือคนรู้จักในวงการต่าง ๆ ก็เป็นสิ่งที่คนในสังคมพูดถึงกันอยู่เรื่อย ๆ เราเลยยิ่งรู้สึกว่า ถ้าเรามีทางที่สามารถสร้างโอกาสให้ตัวเองได้อยู่แล้ว เราก็อยากเลือกทางนั้นมากกว่า
อีกอย่าง ถ้าเราเรียนบริหาร สาขาการจัดการ แล้วอนาคตเราอยากทำงานราชการจริง ๆ เราก็ยังสามารถสมัครตำแหน่งที่รับวุฒิที่เกี่ยวข้องกับการบริหารหรือการจัดการได้อยู่ ไม่ใช่ว่าเรียนบริหารแล้วจะหมดสิทธิ์ทำงานราชการ
ที่สำคัญคือ ผลงานที่เราทำอยู่ตอนนี้มันเกี่ยวกับการจัดการทั้งนั้น และหลาย ๆ ผลงานก็มาจากงานที่เราทำกับ อพท. นี่แหละ
คือเราคนเรียน เราคนทำผลงาน เราคนทำงานจริง เราก็น่าจะรู้ตัวเองบ้างไหมว่าเราชอบอะไร
แล้วพ่อบอกว่าเรียนวิทยาการจัดการไปทำไม จบมาก็เป็นลูกน้องเขาอยู่ดี
คือถ้าอย่างนั้นเราก็ถามกลับได้ไหมว่า เรียนอะไรแล้วไม่ต้องเป็นลูกน้องใคร
ถ้าเราไม่ได้ทำธุรกิจของตัวเองตั้งแต่แรก ทุกสายมันก็มีโอกาสต้องเริ่มจากการเป็นลูกน้องทั้งนั้นแหละ แล้วมันผิดตรงไหน?
เราขายของเองด้วย ของบางชิ้นขายได้กำไรเกือบครึ่งหนึ่งของเงินเดือนพ่อด้วยซ้ำ เราไม่ได้เอามาแข่งกับพ่อหรือดูถูกงานพ่อนะ แค่จะบอกว่าเราไม่ได้ไม่รู้เรื่องการหาเงิน เราก็พยายามสร้างรายได้ของเราเองอยู่
แล้วพ่อยังบอกอีกว่าเป็นข้าราชการแล้วกู้เงินได้เยอะ
คือแบบ…
เราจะเรียนเพื่อเอาไว้กู้เงินเหรอ 😭
อีกอย่างคือ ค่าเรียนแม่ก็เป็นคนส่ง แม่ยังบอกเราเลยว่าอยากเรียนอะไรก็เรียน เพราะถ้าเราไปเรียนตามที่พ่อบอก ทั้งที่เราไม่ชอบ แล้วสุดท้ายเรียนไม่ไหวหรือเรียนแล้วไม่มีความสุข มันก็เปลืองเงินอีก
เงินสมัยนี้ก็หายากอยู่แล้ว ถ้าจะเสียเงินเรียนตั้งหลายปี อย่างน้อยเราก็อยากเรียนในสิ่งที่ตัวเองตั้งใจและอยากเรียนจริง ๆ
ที่หงุดหงิดที่สุดคือพ่อเพิ่งมาพูดเรื่องนี้ตอนที่เราทำผลงาน ทำพอร์ต เตรียมเอกสารต่าง ๆ จะเสร็จแล้ว กำลังจะยื่นอยู่แล้ว
คือถ้าพ่ออยากให้เรียนครูหรือรัฐศาสตร์ ทำไมไม่บอกตั้งแต่แรก?
ทำมาขนาดนี้แล้วจะให้เปลี่ยนตอนนี้ แล้วที่เราทำมาทั้งหมดคืออะไร 😭
พ่อบอกว่า “เรียนจบอันนี้ก็ได้ทำงานเลย”
เอ้าาาา แล้ววิทยาการจัดการจบมาไม่ทำงานเหรอ 😭
ทุกคณะมันก็มีทางไปทำงานทั้งนั้นแหละ อยู่ที่ว่าเราจะทำอะไร แล้วเราจะพาตัวเองไปทางไหน
เราไม่ได้บอกว่างานราชการหรืออาชีพครูไม่ดีนะ ใครชอบก็เรียนเลย เราแค่รู้ว่ามันไม่ใช่ทางของเรา
คนที่ต้องเรียนคือเรา
คนที่ต้องสอบคือเรา
คนที่ต้องทำงานทุกวันคือเรา
คนที่ต้องอยู่กับอาชีพนั้นไปอีกหลายสิบปีก็คือเรา
ถ้าเราเลือกเองแล้วมันไม่รอด เราก็รับผิดชอบกับสิ่งที่เราเลือกเองได้
แต่ถ้าพ่อบังคับให้เราเรียนในสิ่งที่เราไม่ชอบ แล้ววันหนึ่งเราเรียนไม่ไหวหรือไม่มีความสุข สุดท้ายคนที่ต้องรับผลมันก็คือเราอยู่ดี
เราเข้าใจว่าพ่อเป็นห่วง อยากให้เรามีอนาคตที่มั่นคง แต่บางทีความมั่นคงที่พ่อคิดว่าดี อาจไม่ใช่ความมั่นคงที่เราต้องการก็ได้
สำหรับเรา ความมั่นคงไม่ได้แปลว่าต้องเป็นข้าราชการอย่างเดียว
การมีทักษะ มีประสบการณ์ มีผลงาน และสามารถสร้างรายได้จากสิ่งที่ตัวเองทำได้ มันก็เป็นความมั่นคงเหมือนกัน
เราไม่ได้อยากเถียงพ่อ ไม่ได้คิดว่าพ่อผิดทุกเรื่อง แค่อยากให้พ่อฟังเราบ้างว่าเราอยากทำอะไร
เพราะเรื่องอนาคตของเรา ขอให้เราได้เลือกเองบ้างไม่ได้เหรอ
ปล. ไม่ได้มีเจตนาดูถูกงานราชการ อาชีพครู หรือคนเรียนรัฐศาสตร์นะคะ ใครชอบสายไหนก็เลือกสายนั้นเลย เราแค่รู้ว่าตัวเองไม่ชอบ และตอนนี้เราก็มีประสบการณ์ทำงานจริง มีผลงานจริง และรู้ว่าตัวเองอยากไปทางไหนแล้ว
พ่อจะบังคับให้เรียนครู/รัฐศาสตร์ ทั้งที่เราไม่ชอบ คือจะให้เรียนไปทำไม
คือเราบอกพ่อไปแล้วว่าเราจะเรียน วิทยาการจัดการ สาขาการจัดการ เราเลือกของเราแล้ว ทำผลงาน ทำพอร์ต เตรียมเอกสารต่าง ๆ จนจะเสร็จ กำลังจะยื่นอยู่แล้ว แต่พ่อเพิ่งมาพูดตอนนี้ว่าให้เราไปเรียนครู หรือรัฐศาสตร์ เพราะจบมาแล้วจะได้ทำงานราชการ มั่นคง กู้เงินได้เยอะ
คือเราไม่ชอบอะ แล้วจะให้เราไปเรียนทำไม 😭
พ่อบอกว่าเรียนวิทยาการจัดการไปทำไม จบมาก็ไปทำงานเป็นลูกน้องเขาอยู่ดี
เอ้า แล้วเรียนครูหรือรัฐศาสตร์จบมาไม่ต้องเป็นลูกน้องใครเหรอ 😂 สุดท้ายมันก็ต้องทำงานเหมือนกันปะ ไม่ว่าจะเรียนอะไร เป้าหมายมันก็คือ เรียนจบ → ทำงาน → หาเงิน
เรียนอันไหนก็ทำงานได้หมดแหละ มันต่างกันตรงที่เราจะได้ทำงานอะไร แล้วเราชอบงานนั้นไหมมากกว่า
พ่อบอกว่างานราชการมั่นคง กู้เงินได้เยอะ เราก็เข้าใจนะว่ามันมีข้อดี แต่เราไม่ได้อยากเป็นข้าราชการอะ
อีกอย่างคือ เราทำงานกับ อพท. จังหวัดเชียงรายอยู่แล้ว งานที่เราทำส่วนมากก็เกี่ยวกับการจัดการ การทำกิจกรรม การส่งเสริมงานในพื้นที่ รวมถึงงานที่ต้องประสานงานและจัดการหลายอย่าง เราไม่ได้แค่นั่งเรียนแล้วมโนว่าตัวเองชอบ แต่เราได้ลองทำงานจริงมาแล้ว
งานที่เราทำกับ อพท. หลายอย่างทำแล้วก็ได้เงินตามงาน ไม่ต้องมานั่งรอเงินเดือนออกทุกเดือนอย่างเดียว เราเลยรู้สึกว่าตัวเองชอบการทำงานแบบนี้มากกว่า
เราเป็นเด็กยุคใหม่ด้วย เราไม่ได้อยากมีชีวิตที่ต้องรอเงินเดือนออกอย่างเดียว เราอยากมีหลายทางในการหาเงิน และอยากสร้างรายได้จากความสามารถของตัวเอง
แล้วพ่อบอกให้ไปเรียนรัฐศาสตร์ เพราะจบมาแล้วสอบราชการได้
แต่คนแถวบ้านที่พ่อพูดถึงว่าเรียนรัฐศาสตร์ จบมาก็ยังสอบไม่ได้เลย
เราไม่ได้จะบอกว่าเรียนรัฐศาสตร์แล้วสอบไม่ได้ทุกคนนะ มันก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคน แต่เราก็อดคิดไม่ได้ว่า ในเมื่อเรามีงานที่เราทำอยู่ มีประสบการณ์ มีผลงาน และรู้แล้วว่าตัวเองชอบอะไร เราจะต้องทิ้งสิ่งที่กำลังทำอยู่เพื่อไปเรียน แล้วรอสอบราชการอีกทำไม
ต้องเสียเวลาไปสอบแข่งขันกับคนอีกจำนวนมาก ทั้งที่ตอนนี้เราก็มีทางของเราเองอยู่แล้ว
แล้วอีกอย่างที่เราคิดคือ อาชีพใหม่ ๆ มันเกิดขึ้นตลอดเวลา โลกการทำงานสมัยนี้ไม่ได้มีแค่เรียนจบแล้วไปสอบราชการอย่างเดียว
เดี๋ยวนี้มีทั้งงานออนไลน์ งานคอนเทนต์ การตลาดดิจิทัล ธุรกิจออนไลน์ และงานอีกหลายอย่างที่เมื่อก่อนอาจจะไม่มีหรือไม่ได้เป็นอาชีพที่คนพูดถึงมากขนาดนี้
แต่คนรุ่นพ่อแม่หลายคนยังติดภาพว่า ถ้าเรียนรัฐศาสตร์หรือครู แล้วสอบราชการได้ = ชีวิตมั่นคงที่สุด
แต่ถ้าคนคิดแบบนี้กันเยอะขึ้น การแข่งขันก็ยิ่งสูงขึ้น คนสมัครเยอะขึ้น แต่จำนวนตำแหน่งไม่ได้เพิ่มขึ้นตามจำนวนคนที่เรียนมา สุดท้ายเรียนจบมาก็ไม่ได้แปลว่าจะได้เป็นข้าราชการแน่นอน
ส่วนเรื่องการสอบ เราก็รู้ว่ามันมีระบบสอบแข่งขันตามขั้นตอน ไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องมีเส้นสาย แต่เรื่องคอนเนกชันหรือคนรู้จักในวงการต่าง ๆ ก็เป็นสิ่งที่คนในสังคมพูดถึงกันอยู่เรื่อย ๆ เราเลยยิ่งรู้สึกว่า ถ้าเรามีทางที่สามารถสร้างโอกาสให้ตัวเองได้อยู่แล้ว เราก็อยากเลือกทางนั้นมากกว่า
อีกอย่าง ถ้าเราเรียนบริหาร สาขาการจัดการ แล้วอนาคตเราอยากทำงานราชการจริง ๆ เราก็ยังสามารถสมัครตำแหน่งที่รับวุฒิที่เกี่ยวข้องกับการบริหารหรือการจัดการได้อยู่ ไม่ใช่ว่าเรียนบริหารแล้วจะหมดสิทธิ์ทำงานราชการ
ที่สำคัญคือ ผลงานที่เราทำอยู่ตอนนี้มันเกี่ยวกับการจัดการทั้งนั้น และหลาย ๆ ผลงานก็มาจากงานที่เราทำกับ อพท. นี่แหละ
คือเราคนเรียน เราคนทำผลงาน เราคนทำงานจริง เราก็น่าจะรู้ตัวเองบ้างไหมว่าเราชอบอะไร
แล้วพ่อบอกว่าเรียนวิทยาการจัดการไปทำไม จบมาก็เป็นลูกน้องเขาอยู่ดี
คือถ้าอย่างนั้นเราก็ถามกลับได้ไหมว่า เรียนอะไรแล้วไม่ต้องเป็นลูกน้องใคร
ถ้าเราไม่ได้ทำธุรกิจของตัวเองตั้งแต่แรก ทุกสายมันก็มีโอกาสต้องเริ่มจากการเป็นลูกน้องทั้งนั้นแหละ แล้วมันผิดตรงไหน?
เราขายของเองด้วย ของบางชิ้นขายได้กำไรเกือบครึ่งหนึ่งของเงินเดือนพ่อด้วยซ้ำ เราไม่ได้เอามาแข่งกับพ่อหรือดูถูกงานพ่อนะ แค่จะบอกว่าเราไม่ได้ไม่รู้เรื่องการหาเงิน เราก็พยายามสร้างรายได้ของเราเองอยู่
แล้วพ่อยังบอกอีกว่าเป็นข้าราชการแล้วกู้เงินได้เยอะ
คือแบบ…
เราจะเรียนเพื่อเอาไว้กู้เงินเหรอ 😭
อีกอย่างคือ ค่าเรียนแม่ก็เป็นคนส่ง แม่ยังบอกเราเลยว่าอยากเรียนอะไรก็เรียน เพราะถ้าเราไปเรียนตามที่พ่อบอก ทั้งที่เราไม่ชอบ แล้วสุดท้ายเรียนไม่ไหวหรือเรียนแล้วไม่มีความสุข มันก็เปลืองเงินอีก
เงินสมัยนี้ก็หายากอยู่แล้ว ถ้าจะเสียเงินเรียนตั้งหลายปี อย่างน้อยเราก็อยากเรียนในสิ่งที่ตัวเองตั้งใจและอยากเรียนจริง ๆ
ที่หงุดหงิดที่สุดคือพ่อเพิ่งมาพูดเรื่องนี้ตอนที่เราทำผลงาน ทำพอร์ต เตรียมเอกสารต่าง ๆ จะเสร็จแล้ว กำลังจะยื่นอยู่แล้ว
คือถ้าพ่ออยากให้เรียนครูหรือรัฐศาสตร์ ทำไมไม่บอกตั้งแต่แรก?
ทำมาขนาดนี้แล้วจะให้เปลี่ยนตอนนี้ แล้วที่เราทำมาทั้งหมดคืออะไร 😭
พ่อบอกว่า “เรียนจบอันนี้ก็ได้ทำงานเลย”
เอ้าาาา แล้ววิทยาการจัดการจบมาไม่ทำงานเหรอ 😭
ทุกคณะมันก็มีทางไปทำงานทั้งนั้นแหละ อยู่ที่ว่าเราจะทำอะไร แล้วเราจะพาตัวเองไปทางไหน
เราไม่ได้บอกว่างานราชการหรืออาชีพครูไม่ดีนะ ใครชอบก็เรียนเลย เราแค่รู้ว่ามันไม่ใช่ทางของเรา
คนที่ต้องเรียนคือเรา
คนที่ต้องสอบคือเรา
คนที่ต้องทำงานทุกวันคือเรา
คนที่ต้องอยู่กับอาชีพนั้นไปอีกหลายสิบปีก็คือเรา
ถ้าเราเลือกเองแล้วมันไม่รอด เราก็รับผิดชอบกับสิ่งที่เราเลือกเองได้
แต่ถ้าพ่อบังคับให้เราเรียนในสิ่งที่เราไม่ชอบ แล้ววันหนึ่งเราเรียนไม่ไหวหรือไม่มีความสุข สุดท้ายคนที่ต้องรับผลมันก็คือเราอยู่ดี
เราเข้าใจว่าพ่อเป็นห่วง อยากให้เรามีอนาคตที่มั่นคง แต่บางทีความมั่นคงที่พ่อคิดว่าดี อาจไม่ใช่ความมั่นคงที่เราต้องการก็ได้
สำหรับเรา ความมั่นคงไม่ได้แปลว่าต้องเป็นข้าราชการอย่างเดียว
การมีทักษะ มีประสบการณ์ มีผลงาน และสามารถสร้างรายได้จากสิ่งที่ตัวเองทำได้ มันก็เป็นความมั่นคงเหมือนกัน
เราไม่ได้อยากเถียงพ่อ ไม่ได้คิดว่าพ่อผิดทุกเรื่อง แค่อยากให้พ่อฟังเราบ้างว่าเราอยากทำอะไร
เพราะเรื่องอนาคตของเรา ขอให้เราได้เลือกเองบ้างไม่ได้เหรอ
ปล. ไม่ได้มีเจตนาดูถูกงานราชการ อาชีพครู หรือคนเรียนรัฐศาสตร์นะคะ ใครชอบสายไหนก็เลือกสายนั้นเลย เราแค่รู้ว่าตัวเองไม่ชอบ และตอนนี้เราก็มีประสบการณ์ทำงานจริง มีผลงานจริง และรู้ว่าตัวเองอยากไปทางไหนแล้ว