JJNY : พริษฐ์เปิดข้อมูลโต้‘นภินทร’│ทนายเปิดภาพนายกอบต.│ทองโลกทรุด 3% หลุด 4,500 ดอลลาร์│ยอดตายภัยพิบัติน้ำป่าเนปาลพุ่ง

พริษฐ์ เปิดข้อมูล โต้ ‘นภินทร’ พบสัญญาณโทรศัพท์ 2 สว. โผล่ ก.พาณิชย์
https://www.khaosod.co.th/update-news/news_10379926
.

.
พริษฐ์ เปิดข้อมูล โต้ ‘นภินทร’ พบสัญญาณโทรศัพท์ 2 สว. โผล่ ก.พาณิชย์ ก่อนวันเลือก สว.ระดับประเทศ 1 วัน พยานในห้องทำงาน โผล่ศูนย์ทำโพย
.
เมื่อวันที่ 30 ส.ค.2569 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก กรณีนายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมาชี้แจงข้อกล่าวหาเรื่องคดีฮั้วสว. โดยระบุว่า
.
ตนได้ไปตรวจสอบต่อและค้นพบ 3 ประเด็นใหม่ ได้แก่
.
1. พยานที่อยู่ในเหตุการณ์ที่ห้องทำงานของนายนภินทร สมัยที่เป็น รมช.พาณิชย์ ในวันที่ 24-25 มิ.ย.2567 นั้น มีหลายคนเป็นผู้ที่พัวพันกับข้อกล่าวหาเรื่องการโกง สว. หรือทีมงานที่ใกล้ชิดกับนายนภินทร
.
และแม้พยานประมาณ 8 คน จะให้การสนับสนุนคำชี้แจงของนายนภินทร ตนค้นพบว่าพยานดังกล่าว มีหลายคนที่มีสถานะที่ทำให้เราต้องใช้ดุลพินิจชั่งน้ำหนักรับฟังด้วยความระมัดระวัง เช่น นายวิถี สุพิทักษ์ ซึ่งเป็นสว.สำรอง และอยู่ในรายชื่อผู้ถูกกล่าว 229 คน มีหมายเลขผู้สมัครคือหมายเลข 91 ปรากฏอยู่ในหลายโพยใบสั่ง
.
แม้นายวิถี ไม่ได้รับเลือกเป็น สว. แต่ได้รับคะแนนในรอบไขว้หรือรอบสุดท้าย 18 คะแนน ซึ่งใกล้เคียงกับ สว. ที่ได้รับเลือกลำดับ 10 ของกลุ่มที่ได้ 21 คะแนน โดยประเด็นนี้นายนภินทร ยืนยันว่าไม่รู้ ณ เวลานั้นว่านายวิถีเป็นผู้สมัคร สว.
.
นายพริษฐ์ ระบุอีกว่า นายเมธัสสิทธิ์ ลัคนทินวงศ์ นายไชยวิทย์ บัวงาม และนายสำอาง แก้วประดับ เป็นคนในเครือข่ายสภาเกษตรกรที่ถูกโยงกับศูนย์ทำโพยเลือกสว. ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในจ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นสถานที่ที่พยานบุคคลหลายคนให้ข้อมูลว่า ถูกใช้ศูนย์ทำโพยในช่วงก่อนการเลือก สว. ระดับประเทศ
.
ทั้งนี้ มีพยานระบุว่า นายสำอางเดินทางไปทำโพยที่โรงแรมดังกล่าว ในวันเดียวกันกับเหตุการณ์ที่กระทรวงพาณิชย์ โดยนายสำอางกับนายเมธัสสิทธิ์ ยอมรับว่าเดินทางไปที่โรงแรมดังกล่าวจริง แต่ให้เหตุผลว่าเป็นการไปเพื่อพบเจอกับประธานสภาเกษตรกรจากจังหวัดอื่นๆ

นอกจากนี้ ยังมีอีก 2 คนที่ยอมรับว่าเดินทางไปที่โรงแรมดังกล่าวในวันเดียวกัน คือ นายวิถี ที่ให้เหตุผลว่าไปที่โรงแรมเพื่อพูดคุยแนะนำตัวกับผู้สมัครคนอื่น และนายสมเกียรติ เลียงประสิทธิ์ ซึ่งอยู่ในรายชื่อผู้ถูกกล่าวหา 229 คน และมีพยานบุคคลหลายคนยืนยันว่า เป็นวิทยากรหลักในการจัดทำโพยในหลายโรงแรม โดยนายสมเกียรติให้เหตุผลว่า ไปเพื่อศึกษาวิธีการเลือก และเตรียมตัวสมัคร สว.รอบหน้า
.
นายพริษฐ์ ระบุต่อว่า คำถามคือเป็นเรื่องบังเอิญเกินไปหรือไม่ที่คนจากสภาเกษตรกรที่อยู่ในห้องทำงานนายนภินทร จะไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับการเลือก สว. แต่กลับไปปรากฏที่โรงแรมที่เป็นศูนย์ทำโพย ในวันเดียวกันกับที่มีการกล่าวหาว่ามีการทำโพย และมีทั้ง สว.สำรอง จากเหตุการณ์ห้องทำงานของนายนภินทร และวิทยากรหลักเรื่องการทำโพยอย่างนายสมเกียรติปรากฏอยู่ในที่เดียวกันด้วย
.
ทั้งนี้ ยังมีอีก 2 คน คือ นายวิฑูรย์ สุขพลู และนายจิระเดช ธาราศักดิ์ ซึ่งเคยเป็นทีมงานของนายนภินทร ที่กระทรวงพาณิชย์ในวันเกิดเหตุ แต่ตอนนี้พบว่าทั้ง 2 คนได้ไปทำงานในคณะกรรมการสำนักงานวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ซึ่งนายนภินทรกำกับดูแลอยู่ในปัจจุบัน ในฐานะรัฐมนตรีสำนักนายกฯ
.
ซึ่งพบว่านายวิฑูรย์ ตอนนี้ทำหน้าที่เป็นประธานกรรมการบริหาร สสว. โดยเข้าสู่ตำแหน่งในวันที่ 27 พ.ย. 2568 หลังจากที่นายนภินทรถูกตั้งเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ที่กำกับดูแล สสว. เพียงแค่ 2 เดือน ขณะที่นายจิระเดช ตอนนี้ทำหน้าที่เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ของคณะกรรมการ สสว.
.
ฉะนั้น ตนจึงเห็นว่าควรต้องพิจารณาคำให้การของนายวิฑูรย์และนายจิระเดช ด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากประวัติการทำงานของทั้ง 2 คน บ่งชี้ว่าอาจมีความสัมพันธ์ทางการงานที่ใกล้ชิดกับนายนภินทร
.
อย่างไรก็ตาม ยังมีอีก 2 คนที่เป็นข้าราชการกระทรวงพาณิชย์ ในวันเกิดเหตุพยาน 2 คนนี้ ดูมีสถานะที่น่าจะมีน้ำหนักมากกว่าพยานคนอื่น เนื่องจากเป็นข้าราชการประจำที่โดยหลักแล้ว ควรต้องวางตนเป็นกลางทางการเมือง ซึ่งคงต้องตรวจสอบต่อไป
.
นายพริษฐ์ ระบุต่อว่า สำหรับประเด็นที่ 2 มีสว. จาก จ.ราชบุรี ที่นายนภินทรยอมรับว่ารู้จัก 2 คน โดยคนที่ 1 นายนภินทรบอกว่าเป็นเจ้าของโรงแรมที่บ้านโป่งที่เคยไปใช้บริการ ซึ่งดูจากประวัติแล้วน่าจะหมายถึง น.ส.ภาวนา ว่องอมรนิธิ สว. และคนที่ 2 นายนภินทร บอกว่าเป็นอดีต ผอ.พลังงาน ที่ทำหน้าที่ช่วยเหลือเกษตรกร ซึ่งทำงานสัมพันธ์กันอยู่ หากดูจากประวัติแล้วน่าจะหมายถึงนายสัมพันธ์ ชัยวิเศษจินดา สว.
.
แม้ สว. ทั้ง 2 คนนี้จะมีชื่อปรากฏในโพยใบสั่งจำนวนมากที่พัวพันกับคดีโกง สว. แต่ตนเข้าใจดีว่าการที่นายนภินทรรู้จักทั้ง 2 คน ก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเข้าไปช่วยหรือรู้เห็นหรือเกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาดังกล่าวเสมอไป
.
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่นายนภินทรอาจจะยังไม่ได้พูดครบทั้งหมด คือ นายนภินทรไม่น่าจะรู้จัก นายสัมพันธ์ แค่ในฐานะอดีต ผอ.พลังงานที่ทำงานสัมพันธ์กันอยู่เพียงเท่านั้น เพราะเมื่อตนไปค้นหา พบว่าก่อนมาลงสมัครสว. นายสัมพันธ์เคยมีบทบาทเป็นที่ปรึกษาตลาดศรีเมืองที่นายนภินทรเป็นผู้บริหาร และน่าจะร่วมงานกับตลาดกันมาเป็นระยะหนึ่ง
.
ทั้งนี้ ตนเข้าใจดีว่าแม้เคยเป็นทีมงานกันจริง ก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องช่วยเหลือหรือเกี่ยวข้องกันในการเลือก สว. แต่ถ้าจะบอกว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลที่ไม่ควรนำมาประกอบการพิจารณาหรือตรวจสอบเพิ่มเติมเลย ก็คงจะไม่ใช่
.
นายพริษฐ์ ระบุว่า สำหรับประเด็นที่ 3 จากการตรวจสอบเพิ่มเติม พบว่าผู้สมัคร สว.ที่มีข้อมูลสัญญาณโทรศัพท์ว่าอยู่กระทรวงพาณิชย์ ช่วงบ่ายวันที่ 25 มิ.ย. ในห้วงเวลาเดียวกันกับเหตุการณ์ในห้องทำงานรัฐมนตรี ย้ำว่าอยู่ที่กระทรวงพาณิชย์ ไม่ใช่อยู่ในห้องทำงาน ไม่ใช่แค่ผู้สมัคร สว.ทั่วไป
.
แต่เป็น 2 คนที่ในที่สุดได้รับเลือกเป็น สว. และทั้ง 2 คนอยู่ในโพยใบสั่งจำนวนมาก รวมถึงอยู่ในรายชื่อผู้ถูกกล่าวหา 229 คน ได้แก่ 1.น.ส.ภาวนา ซึ่งนายนภินทรยอมรับว่ารู้จัก ค้นพบว่าอยู่ที่กระทรวงพาณิชย์ และ 2.นางวราภัสร์ ไพพรรณรัตน์ สว. จาก จ.เพชรบุรี
.
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบข้อมูลสัญญาณโทรศัพท์ในช่วงเดือน มิ.ย.- ก.ย.2567 ค้นพบว่า สว.ทั้ง 2 คน มีหลักฐานการปรากฏตัวที่กระทรวงพาณิชย์แค่ไม่กี่ครั้ง และแค่เฉพาะในช่วงเดือน มิ.ย.-ก.ค. คือช่วงการเลือก สว. และการเตรียมปฏิบัติหน้าที่ แต่ไม่มีหลักฐานการปรากฎตัวในช่วง ส.ค.-ก.ย.
.
นายพริษฐ์ ระบุด้วยว่า เมื่อนายนภินทรยืนยันว่าไม่ได้เจอทั้ง 2 คนที่กระทรวงพาณิชย์ เราคงไม่ต้องถามอะไรนายนภินทรเพิ่มเติม แต่คงต้องถามสว. ทั้ง 2 คน ว่าไปทำอะไรที่กระทรวงพาณิชย์ ในวันที่ 25 มิ.ย. 2567 หรือ 1 วันก่อนการเลือก สว.ระดับประเทศ และได้พบเจอกับกลุ่มคนไหนเกี่ยวกับการเลือก สว. หรือไม่
.
นายพริษฐ์ ย้ำว่า ในขั้นตอนปัจจุบันตามหลักกฎหมาย กกต. ไม่ได้มีหน้าที่ทำตัวเป็นศาล ไม่จำเป็นต้องมีหลักฐานที่พิสูจน์จนสิ้นข้อสงสัยว่ามีการทุจริตถึงจะสั่งฟ้อง แต่หากมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการทุจริตก็มีหน้าที่ต้องสั่งฟ้อง โดยให้เป็นหน้าที่ของศาลอีกชั้นหนึ่งในการพิสูจน์หลักฐาน หลังจากฟังความจากทั้ง 2 ด้านทั้งผู้กล่าวหาและผู้ถูกกล่าวหา
.
รวมถึงหลังจากได้รับรู้ข้อมูลใหม่ที่ตนได้นำเสนอวันนี้ ตนคงคิดแทนประชาชนทุกคนไม่ได้ ว่าแต่ละคนเห็นว่ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการทุจริตหรือไม่
.
นายพริษฐ์ ระบุอีกว่า แต่อย่างที่กล่าวไปข้างต้น การพิจารณาของ กกต. ที่ผ่านมาในลำดับชั้นต่างๆ ก็ได้มีการฟังความทั้ง 2 ด้าน และได้ลงความเห็นไปแล้วใน 3 ชั้น คือ
.
1.คณะไต่สวนชุดที่ 26 เห็นว่าควรสั่งฟ้องนายนภินทร และเห็นว่าควรสั่งฟ้องทั้งหมด 229 คน
2. รองเลขาฯ กกต. ที่ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาฯ เห็นว่าควรสั่งฟ้องนายนภินทร
และ 3.คณะอนุฯวินิจฉัยที่ 36 เห็นว่าควรยกคำร้องนายนภินทร และเห็นว่าควรยกคำร้องทุกคน ส่วนคณะกรรมการการเลือกตั้ง 7 คนจะลงมติอย่างไร รอดูกันในวันที่ 14 ก.ย.นี้
.
https://www.facebook.com/paritw/posts/pfbid02QJyTPQNirhvkSXpNjg1ctJQE1cfv57gFAQapzvdJ62BpccUEKeXJGrJat3Jkz74Dl
.

.
ทนายเปิดภาพ นายกอบต. เรียกรับ 600,000 แลก 'โกงสอบท้องถิ่น' สุดท้ายไม่ได้บรรจุ
https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_10379818
.
ทนายเปิดภาพ นายกอบต. เรียกรับ 600,000 แลก ‘โกงสอบท้องถิ่น’ แต่ผลออกมาไม่ได้บรรจุ ทวงเงินคืนแต่เงียบ ตัดสินใจจ้างทนายยื่นฟ้องศาล คาดเหยื่ออาจพุ่ง 20 ราย
.
30 ส.ค. 69 – กรณี นายขจรศักดิ์ เบ็ญชัย หรือ “ทนายจอห์น” โพสต์ข้อความแฉ นายกอบต. จ.นครพนม เรียกรับเงินจำนวน 600,000 บาท แลกกับการให้ได้รับบรรจุเป็นข้าราชการ โดยมีการเปิดภาพธนบัตรฉบับละ 1,000 บาท ปึกละ 100,000 บาท 6 ปึกใหญ่ ที่ผู้เสียหายจ่ายให้ นายกอบต.
.
ล่าสุด ทนายจอห์น เปิดเผยว่า ตนเป็นผู้โพสต์ข้อความจริง หลังลูกความของตน ชาว จ.สกลนคร ซึ่งเป็นผู้เสียหายและเพิ่งเรียนจบ
.
โดยปีที่ผ่านมา ลูกความมอบหมายให้ตนยื่นฟ้องต่อศาลจังหวัดสว่างแดนดิน นายกอบต. แห่งหนึ่งใน จ.นครพนม ในข้อหาฉ้อโกง หลังเรียกรับเงิน 600,000 บาท ก่อนจะมีการสอบท้องถิ่นและบรรจุเป็นข้าราชการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่เป็นข่าวใหญ่ในขณะนี้
.
ลูกความเล่าให้ตนฟังว่า จ่ายเงิน 600,000 ให้นายกอบต. ช่วงเดือน พ.ย. ปีที่ผ่านมา มีการนัดจ่ายเงินตามภาพปรากฏที่บ้านผู้เสียหาย ซึ่งก่อนจะจ่ายเงินก้อนนี้ผู้เสียหายได้มีการไปพูดคุยกันที่บ้านนายก อบต.คนนี้ที่ จ.นครพนม เป็นมั่นเหมาะ ไม่งั้นลูกความคงไม่กล้าจ่าย 600,000 เพราะนายกอบต. รับปากว่าได้บรรจุแน่นอน ถ้าไม่ได้จะคืนเงินให้
.
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่จ่ายเงินไป 600,000 ลูกความตนกลับไม่มีชื่อได้รับบรรจุ นายกอบต. จึงบอกว่าจะคืนเงินให้ ขอให้เสร็จงานนั้นงานนี้ก่อน แต่สุดท้ายก็ยังไม่ได้เงิน
.
ทนายจอห์น กล่าวต่อว่า มีคนเล่าให้ฟังว่า นายกอบต. คนนี้ อาจหลอกเหยื่อไปเยอะมาก ไม่แน่ใจว่าคนที่จ่ายแล้วได้เป็นกี่คน และไม่ได้เป็นกี่คน เท่าที่ตนไปสอบถามมา คาดว่าน่าจะมีเหยื่อกว่า 20 ราย ที่ถูกหลอก

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่