จากหนังห้องเจ้าปัญหา(Wall to Wall) วันนี้จะพาทุกคนมาเป็นฮีโร่ในร่างคนธรรมดาที่คุณก็สามารถสร้างมันได้ บางทีฮีโร่ไม่ได้ขึ้นอยู่ที่เครื่องแบบแต่ขึ้นอยู่ที่การกระทำต่างหาก
เรื่องราวของชายสามคนที่ผ่านอะไรมาด้วยกันตั้งแต่เด็กจนโตและได้มีโอกาสพาให้พวกเขาได้ทำอะไรบางอย่างที่คนทั่วไปไม่กล้า
หนังจะพาเราย้อนไปดูเรื่องราวของเด็กน้อยทั้งสามที่สังคมบอกว่าพวกเขาคือตัวปัญหา
คุณครูได้เชิญแม่ของเด็กๆเหล่านั้นมาพูดคุยและอยากให้ได้รับการแก้ไขเพื่อคืนเด็กเข้าสู่สังคม
แต่ปัญหาบางอย่างมันไม่ได้มาจากตัวเด็กเองแต่มันคือสิ่งแวดล้อมที่เด็กต้องเผชิญ
เมื่อตัวปัญหาได้มีโอกาสพบเจอกันและรู้สึกเป็นกลุ่มเดียวกันจึงสัญญาว่าจะเป็นเพื่อนกันตลอดไป
แต่แล้วงานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกลาเมื่อเด็กหนึ่งในสามต้องย้ายโรงเรียนไปที่อื่น
ทำให้เด็กทั้งสองก็ต่างรู้สึกเสียใจอยู่บ้างแต่ทำยังไงได้
เมื่อเวลาผ่านไป “สเปนเซอร์” เด็กน้อยร่างอ้วนในวันนั้นในกลายเป็นเป็นวัยรุ่นที่ไร้เป้าหมายในชีวิต
คงเหลือเพียงความชื่นชอบในเครื่องแบบของทหารและเขาก็คิดว่าถ้าได้มีโอกาสรับใช้ชาติทุกคนก็คงจะรู้สึกยินดีและชื่นชมอย่างแน่นอน
สเปนเซอร์ได้นำเรื่องนี้ไปเล่าให้เพื่อนสนิทผิวสีอีกคนที่เติบโตมาด้วยกันว่าจะเข้าสมัครกองทัพ
ด้วยคำดูถูกของเพื่อนผิวสีจึงเป็นยิ่งเป็นแรงผลักดันทำให้เขาต้องลดน้ำหนักและออกกำลังกายเพื่อไปทดสอบทหารตามที่ใจหวังไว้
ทุกอย่างในการทดสอบเป็นไปได้อย่างดี
จนกระทั่งเข้าสู่บททดสอบทางการแพทย์
เมื่อประกาศผล
สเปนเซอร์กลับสอบตกเพราะมีปัญหาทางสายตา
เขาไม่มีสิทธิเลือกหน่วยที่กล้าหาญซึ่งต้องไปออกรบเพื่อเป็นฮีโร่
กลับต้องการเป็นหน่วยสนับสนุนแทนแล้วอย่างนี้จะเป็นฮีโร่ได้อย่างไร
ด้วยความรู้สึกที่อยากจะผ่อนคลายของแก๊งชายทั้งสาม
จึงนัดรวมตัวเพื่อไปออกเที่ยวในประเทศฝั่งยุโรป
จนกระทั่งเส้นทางสุดท้ายได้นำพาให้ทั้งสามได้พบเจอกับเหตุการณืไม่น่าเชื่อ
มีผู้ก่อการร้ายพกปืนสงครามพร้อมกระสุน300นัดขึ้นมาบนรถไฟและยิงใส่นักท่องเที่ยว
ทำให้สเปนเซอร์รู้สึกต้องทำอะไรสักอย่างกับเรื่องราวนี้
จึงได้พุ่งเข้าใส่คนร้ายเพื่อขัดขวางการก่อเหตุในครั้งนี้
พร้อมกับเพื่อนๆอีกสองคนที่ต่างร่วมมือกันเพื่อจัดการและมันยังเป็นการยืนยันได้อีกว่าเราคือเพื่อนกันอย่างแท้จริง
ไม่มีฉากต่อสู้ที่หวือหวาบวกกับเรื่องที่ราบรื่น
แต่มันกำลังบอกความหมายของฮีโร่ที่แท้จริงว่าคืออะไร
เรื่องราวนี้ถูกสร้างจากเรื่องจริงและนักแสดงก็คือคนที่เป็นฮีโร่จริงๆในวันนั้น
รีวิวหนัง "15.17 to Paris หยุดด่วนนรก"
เรื่องราวของชายสามคนที่ผ่านอะไรมาด้วยกันตั้งแต่เด็กจนโตและได้มีโอกาสพาให้พวกเขาได้ทำอะไรบางอย่างที่คนทั่วไปไม่กล้า
หนังจะพาเราย้อนไปดูเรื่องราวของเด็กน้อยทั้งสามที่สังคมบอกว่าพวกเขาคือตัวปัญหา
คุณครูได้เชิญแม่ของเด็กๆเหล่านั้นมาพูดคุยและอยากให้ได้รับการแก้ไขเพื่อคืนเด็กเข้าสู่สังคม
แต่ปัญหาบางอย่างมันไม่ได้มาจากตัวเด็กเองแต่มันคือสิ่งแวดล้อมที่เด็กต้องเผชิญ
เมื่อตัวปัญหาได้มีโอกาสพบเจอกันและรู้สึกเป็นกลุ่มเดียวกันจึงสัญญาว่าจะเป็นเพื่อนกันตลอดไป
แต่แล้วงานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกลาเมื่อเด็กหนึ่งในสามต้องย้ายโรงเรียนไปที่อื่น
ทำให้เด็กทั้งสองก็ต่างรู้สึกเสียใจอยู่บ้างแต่ทำยังไงได้
เมื่อเวลาผ่านไป “สเปนเซอร์” เด็กน้อยร่างอ้วนในวันนั้นในกลายเป็นเป็นวัยรุ่นที่ไร้เป้าหมายในชีวิต
คงเหลือเพียงความชื่นชอบในเครื่องแบบของทหารและเขาก็คิดว่าถ้าได้มีโอกาสรับใช้ชาติทุกคนก็คงจะรู้สึกยินดีและชื่นชมอย่างแน่นอน
สเปนเซอร์ได้นำเรื่องนี้ไปเล่าให้เพื่อนสนิทผิวสีอีกคนที่เติบโตมาด้วยกันว่าจะเข้าสมัครกองทัพ
ด้วยคำดูถูกของเพื่อนผิวสีจึงเป็นยิ่งเป็นแรงผลักดันทำให้เขาต้องลดน้ำหนักและออกกำลังกายเพื่อไปทดสอบทหารตามที่ใจหวังไว้
ทุกอย่างในการทดสอบเป็นไปได้อย่างดี
จนกระทั่งเข้าสู่บททดสอบทางการแพทย์
เมื่อประกาศผล
สเปนเซอร์กลับสอบตกเพราะมีปัญหาทางสายตา
เขาไม่มีสิทธิเลือกหน่วยที่กล้าหาญซึ่งต้องไปออกรบเพื่อเป็นฮีโร่
กลับต้องการเป็นหน่วยสนับสนุนแทนแล้วอย่างนี้จะเป็นฮีโร่ได้อย่างไร
ด้วยความรู้สึกที่อยากจะผ่อนคลายของแก๊งชายทั้งสาม
จึงนัดรวมตัวเพื่อไปออกเที่ยวในประเทศฝั่งยุโรป
จนกระทั่งเส้นทางสุดท้ายได้นำพาให้ทั้งสามได้พบเจอกับเหตุการณืไม่น่าเชื่อ
มีผู้ก่อการร้ายพกปืนสงครามพร้อมกระสุน300นัดขึ้นมาบนรถไฟและยิงใส่นักท่องเที่ยว
ทำให้สเปนเซอร์รู้สึกต้องทำอะไรสักอย่างกับเรื่องราวนี้
จึงได้พุ่งเข้าใส่คนร้ายเพื่อขัดขวางการก่อเหตุในครั้งนี้
พร้อมกับเพื่อนๆอีกสองคนที่ต่างร่วมมือกันเพื่อจัดการและมันยังเป็นการยืนยันได้อีกว่าเราคือเพื่อนกันอย่างแท้จริง
ไม่มีฉากต่อสู้ที่หวือหวาบวกกับเรื่องที่ราบรื่น
แต่มันกำลังบอกความหมายของฮีโร่ที่แท้จริงว่าคืออะไร
เรื่องราวนี้ถูกสร้างจากเรื่องจริงและนักแสดงก็คือคนที่เป็นฮีโร่จริงๆในวันนั้น