สวัสดีครับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ชาวพันทิปที่น่ารักทุกคน
วันนี้ผมมีเรื่องที่เชื่อว่าหลายคนต้องเคยเจอ หรือกำลังเจออยู่แน่ๆ มาเล่าให้ฟังครับ นั่นก็คือ "ฮาร์ดดิสก์เต็มเร็วผิดปกติ ทั้งที่ก็ไม่ได้ลงโปรแกรมใหม่ หรือโหลดหนัง โหลดเกมเพิ่มเลยสักนิด!"
คือบางทีเราก็งงใช่ไหมครับว่ามันเกิดอะไรขึ้น? เมื่อวานยังเหลือตั้งเยอะ วันนี้ทำไมมันแดงแจ๋แล้ววะเนี่ย! จะโหลดอะไรก็ไม่ได้ จะเซฟงานก็ติดขัด โอ๊ย! ปวดหัวไปหมด
เหมือนมันมีตัวตนลึกลับแอบมาซ่อนตัวอยู่ในเครื่องเรา คอยกินพื้นที่ไปเรื่อยๆ โดยที่เราไม่รู้ตัว แล้วอยู่ๆ ก็โผล่มาบอกว่า "เต็มแล้วนะจ๊ะ! เคลียร์หน่อย!"
อย่าเพิ่งหัวร้อนครับ! วันนี้ผมจะมาเผยความลับของไอ้เจ้าตัวกินพื้นที่ลึกลับพวกนี้ให้ฟัง พร้อมวิธีจัดการแบบโปรๆ ที่ทำตามได้ง่ายๆ รับรองว่าพื้นที่ฮาร์ดดิสก์กลับมาโล่งโปร่งสบายแน่นอน!
ตัวการสำคัญที่ชอบแอบกินพื้นที่แบบเนียนๆ มีอะไรบ้าง?
ก่อนอื่นเราต้องมาทำความรู้จักกับตัวการพวกนี้ก่อนครับ จะได้รู้ทันและจัดการได้ถูกจุด
1. ไฟล์ชั่วคราว (Temporary Files) เวลาเราเปิดโปรแกรม เล่นเน็ต หรือทำงานอะไรก็ตาม Windows หรือโปรแกรมต่างๆ มันจะสร้างไฟล์ชั่วคราวขึ้นมาใช้ แล้วบางทีมันก็ไม่ได้ลบตัวเองออกไปหมดครับ มันก็กองๆ อยู่ในเครื่องเรานั่นแหละ
2. แคชของเบราว์เซอร์ (Browser Cache) เวลาเราเข้าเว็บไซต์บ่อยๆ เบราว์เซอร์มันจะเก็บข้อมูลบางส่วนของเว็บนั้นไว้ในเครื่องเรา เพื่อให้โหลดได้เร็วขึ้นในครั้งถัดไป แต่นานวันเข้า ไอ้แคชพวกนี้มันก็ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ครับ
3. ถังรีไซเคิล (Recycle Bin) อันนี้คลาสสิกสุดๆ ลบไปแล้วก็จริง แต่มันยังไม่หายไปไหนครับ มันไปอยู่ในถังขยะดิจิทัลของเรานี่แหละ ถ้าไม่ไปกด Empty มันก็ยังกินพื้นที่อยู่!
4. ไฟล์อัปเดตของ Windows (Windows Update Files) เวลา Windows อัปเดต มันจะดาวน์โหลดไฟล์อัปเดตมาเก็บไว้ พอติดตั้งเสร็จ บางทีมันก็ไม่ได้ลบไฟล์ต้นฉบับออกไปทั้งหมดครับ
5. จุดคืนค่าระบบ (System Restore Points) Windows จะสร้างจุดคืนค่าระบบขึ้นมาอัตโนมัติ เผื่อวันไหนเครื่องมีปัญหาจะได้ย้อนกลับไปสถานะก่อนหน้านั้นได้ ซึ่งไอ้เจ้าจุดคืนค่านี่แหละครับ ตัวดีเลย กินพื้นที่ไปเยอะพอสมควรเลยนะ!
6. ไฟล์ Hibernation (hyberfil.sys) ถ้าใครใช้ฟังก์ชัน Hibernation ไฟล์นี้จะถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเก็บข้อมูลใน RAM ทั้งหมดลงบนฮาร์ดดิสก์ตอนเครื่องเข้าสู่โหมดจำศีล ซึ่งขนาดมันก็เท่ากับ RAM เราเลยครับ เช่น ถ้ามี RAM 16GB ไฟล์นี้ก็ 16GB!
7. ไฟล์หน่วยความจำเสมือน (pagefile.sys) หรือ Virtual Memory อันนี้ก็ไฟล์ระบบเหมือนกันครับ ถ้าเราตั้งค่าให้ Windows จัดการเอง มันก็อาจจะใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ได้เหมือนกัน
8. โฟลเดอร์ดาวน์โหลด (Downloads Folder) อันนี้เป็นแหล่งรวมของทุกสิ่งที่เราดาวน์โหลดมา ทั้งไฟล์งาน ไฟล์รูป ไฟล์ติดตั้งโปรแกรม ฯลฯ บางทีโหลดมาแล้วก็ลืมลบออกไปครับ!
วิธีจัดการพื้นที่แบบมือโปร ทำง่าย ได้ผลจริง!
เอาล่ะครับ เมื่อรู้ตัวการแล้ว เราก็มาลงมือจัดการกันเลยดีกว่า!
1. ใช้ Disk Cleanup ของ Windows (ง่ายที่สุด และได้ผลดีมาก!)
นี่คือเครื่องมือคู่ใจที่ Windows มีมาให้ตั้งแต่เกิดครับ ใช้งานง่ายมากๆ และกำจัดไฟล์ขยะได้เยอะจริงจัง
เปิด File Explorer (กด Windows Key + E)
คลิกขวาที่ไดรฟ์ C (หรือไดรฟ์ที่เราจะทำความสะอาด) เลือก Properties
ตรงแท็บ General จะเห็นปุ่ม Disk Cleanup ให้กดเลยครับ
รอสักครู่ Windows จะคำนวณว่ามีไฟล์ขยะอะไรบ้าง
พอหน้าต่าง Disk Cleanup เด้งขึ้นมา ให้กดที่ปุ่ม "Clean up system files" ครับ อันนี้สำคัญมาก เพราะมันจะช่วยให้เราลบไฟล์อัปเดตเก่าๆ ของ Windows ได้ด้วย
รออีกแป๊บ Windows จะคำนวณไฟล์ระบบ
ทีนี้ก็จะมีรายการไฟล์ให้เลือกมากมายครับ ผมแนะนำให้ติ๊กเลือกทุกอย่างเลยครับ เช่น Temporary Internet Files, Recycle Bin, Windows Update Cleanup, Delivery Optimization Files, Temporary Files แล้วกด OK ได้เลยครับ
ระบบจะถามยืนยัน ให้กด Delete Files ครับ
ขั้นตอนนี้อาจจะใช้เวลาสักพักนะครับ ขึ้นอยู่กับปริมาณไฟล์ขยะในเครื่อง พอเสร็จแล้วคุณจะรู้สึกโล่งเหมือนได้ยกภูเขาออกจากอกเลยล่ะครับ!
2. เคลียร์โฟลเดอร์ Temporary Files แบบ Manual
บางที Disk Cleanup ก็ไม่สามารถจัดการไฟล์ Temp ได้หมดจดครับ เราต้องเข้าไปจัดการเองอีกนิด
กด Windows Key + R เพื่อเปิด Run
พิมพ์ `%temp%` แล้วกด Enter
คุณจะเจอโฟลเดอร์เต็มไปด้วยไฟล์ชั่วคราวที่ไม่ใช้งานแล้วครับ กด Ctrl + A เพื่อเลือกทั้งหมด แล้วกด Delete ได้เลย (บางไฟล์อาจจะลบไม่ได้ ไม่เป็นไรครับ ปล่อยไป)
ทำซ้ำอีกครั้ง แต่คราวนี้พิมพ์ `temp` (ไม่มี % แล้ว) ในหน้า Run แล้วกด Enter เข้าไปลบไฟล์ในโฟลเดอร์ `CWindowsTemp` ครับ
3. จัดการถังรีไซเคิล และโฟลเดอร์ Downloads
ถังรีไซเคิล ง่ายที่สุดคือคลิกขวาที่ไอคอน Recycle Bin บนหน้า Desktop แล้วเลือก Empty Recycle Bin ครับ
โฟลเดอร์ Downloads เข้าไปที่ `CUsers[ชื่อผู้ใช้ของคุณ]Downloads` ครับ ลองดูว่ามีไฟล์ติดตั้งโปรแกรมเก่าๆ, ไฟล์ PDF ที่อ่านไปแล้ว, หรือไฟล์อะไรก็ตามที่คุณดาวน์โหลดมาแล้วไม่ได้ใช้แล้วบ้างไหม ลบมันซะ!
4. ลดขนาดหรือลบจุดคืนค่าระบบ (System Restore Points)
ถ้าคุณมั่นใจว่าคอมพิวเตอร์ของคุณปกติ ไม่มีปัญหาอะไรที่ต้องย้อนกลับไปสถานะก่อนหน้า ก็สามารถลบจุดคืนค่าเก่าๆ หรือลดพื้นที่ที่ใช้ได้ครับ
ค้นหา "Create a restore point" ในช่องค้นหาของ Windows แล้วเลือกอันนั้นครับ
ในแท็บ System Protection เลือกไดรฟ์ C แล้วกด Configure...
คุณจะเห็นตัวเลือกให้ปรับ Max Usage (ปรับลดลงได้) หรือกด Delete เพื่อลบ System Restore Points ทั้งหมด (ยกเว้นจุดล่าสุด)
ถ้าอยากประหยัดพื้นที่จริงๆ และมั่นใจว่าไม่ต้องการใช้เลย ก็เลือก Disable system protection ไปเลยครับ แต่อันนี้ไม่ค่อยแนะนำเท่าไหร่ เพราะบางทีมันก็มีประโยชน์ครับ!
5. ปิด Hibernation (ถ้าไม่เคยใช้)
ถ้าคุณไม่เคยใช้ฟังก์ชันจำศีล (Hibernation) เลย การปิดมันจะช่วยประหยัดพื้นที่ได้เยอะมากครับ
เปิด Command Prompt ในโหมด Administrator (คลิกขวาที่ Start แล้วเลือก Windows Terminal (Admin) หรือ Command Prompt (Admin))
พิมพ์คำสั่ง `powercfg.exe /hibernate off` แล้วกด Enter
รีสตาร์ทเครื่องหนึ่งครั้ง ไฟล์ `hyberfil.sys` จะหายไปครับ (ถ้าจะเปิดคืนก็ใช้คำสั่ง `powercfg.exe /hibernate on`)
6. ใช้โปรแกรมวิเคราะห์พื้นที่ (ตัวช่วยเสริม)
บางทีเราก็หาไม่เจอจริงๆ ว่าไฟล์อะไรมันใหญ่ผิดปกติ แนะนำให้ใช้โปรแกรมช่วยวิเคราะห์พื้นที่ดิสก์ครับ อย่างเช่น WinDirStat หรือ TreeSize Free โปรแกรมพวกนี้จะแสดงผลเป็นกราฟิกให้เราเห็นได้ง่ายๆ ว่าไฟล์หรือโฟลเดอร์ไหนกินพื้นที่ไปเท่าไหร่ ทำให้เราตัดสินใจลบได้ง่ายขึ้นครับ
นี่แหละครับ สารพัดวิธีจัดการฮาร์ดดิสก์ที่เต็มเร็วผิดปกติ ไม่ใช่เรื่องแปลกหรือน่ากลัวอะไรเลย แค่ต้องรู้ว่าตัวการคืออะไร และจัดการให้ถูกจุดเท่านั้นเองครับ
ลองเอาไปทำตามกันดูนะครับ รับรองว่าพื้นที่กลับมาหายใจได้คล่องขึ้นอีกเยอะแน่นอน! แล้วถ้าทำแล้วได้ผลเป็นยังไง มาเล่าให้ฟังกันบ้างนะครับ ผมอยากรู้ว่ามีใครเจอตัวกินพื้นที่ลับๆ ตัวไหนอีกบ้าง!
แล้วไว้เจอกันใหม่กระทู้หน้านะครับ มีเรื่องสนุกๆ และมีประโยชน์แบบนี้มาฝากกันอีกแน่นอนครับ!
สวัสดีครับ
ฮาร์ดดิสก์เต็มกะทันหัน ทั้งที่ไม่ได้ลงโปรแกรมเพิ่ม? ผมมีทางออกง่ายๆ มาบอกครับ!
วันนี้ผมมีเรื่องที่เชื่อว่าหลายคนต้องเคยเจอ หรือกำลังเจออยู่แน่ๆ มาเล่าให้ฟังครับ นั่นก็คือ "ฮาร์ดดิสก์เต็มเร็วผิดปกติ ทั้งที่ก็ไม่ได้ลงโปรแกรมใหม่ หรือโหลดหนัง โหลดเกมเพิ่มเลยสักนิด!"
คือบางทีเราก็งงใช่ไหมครับว่ามันเกิดอะไรขึ้น? เมื่อวานยังเหลือตั้งเยอะ วันนี้ทำไมมันแดงแจ๋แล้ววะเนี่ย! จะโหลดอะไรก็ไม่ได้ จะเซฟงานก็ติดขัด โอ๊ย! ปวดหัวไปหมด
เหมือนมันมีตัวตนลึกลับแอบมาซ่อนตัวอยู่ในเครื่องเรา คอยกินพื้นที่ไปเรื่อยๆ โดยที่เราไม่รู้ตัว แล้วอยู่ๆ ก็โผล่มาบอกว่า "เต็มแล้วนะจ๊ะ! เคลียร์หน่อย!"
อย่าเพิ่งหัวร้อนครับ! วันนี้ผมจะมาเผยความลับของไอ้เจ้าตัวกินพื้นที่ลึกลับพวกนี้ให้ฟัง พร้อมวิธีจัดการแบบโปรๆ ที่ทำตามได้ง่ายๆ รับรองว่าพื้นที่ฮาร์ดดิสก์กลับมาโล่งโปร่งสบายแน่นอน!
ตัวการสำคัญที่ชอบแอบกินพื้นที่แบบเนียนๆ มีอะไรบ้าง?
ก่อนอื่นเราต้องมาทำความรู้จักกับตัวการพวกนี้ก่อนครับ จะได้รู้ทันและจัดการได้ถูกจุด
1. ไฟล์ชั่วคราว (Temporary Files) เวลาเราเปิดโปรแกรม เล่นเน็ต หรือทำงานอะไรก็ตาม Windows หรือโปรแกรมต่างๆ มันจะสร้างไฟล์ชั่วคราวขึ้นมาใช้ แล้วบางทีมันก็ไม่ได้ลบตัวเองออกไปหมดครับ มันก็กองๆ อยู่ในเครื่องเรานั่นแหละ
2. แคชของเบราว์เซอร์ (Browser Cache) เวลาเราเข้าเว็บไซต์บ่อยๆ เบราว์เซอร์มันจะเก็บข้อมูลบางส่วนของเว็บนั้นไว้ในเครื่องเรา เพื่อให้โหลดได้เร็วขึ้นในครั้งถัดไป แต่นานวันเข้า ไอ้แคชพวกนี้มันก็ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ครับ
3. ถังรีไซเคิล (Recycle Bin) อันนี้คลาสสิกสุดๆ ลบไปแล้วก็จริง แต่มันยังไม่หายไปไหนครับ มันไปอยู่ในถังขยะดิจิทัลของเรานี่แหละ ถ้าไม่ไปกด Empty มันก็ยังกินพื้นที่อยู่!
4. ไฟล์อัปเดตของ Windows (Windows Update Files) เวลา Windows อัปเดต มันจะดาวน์โหลดไฟล์อัปเดตมาเก็บไว้ พอติดตั้งเสร็จ บางทีมันก็ไม่ได้ลบไฟล์ต้นฉบับออกไปทั้งหมดครับ
5. จุดคืนค่าระบบ (System Restore Points) Windows จะสร้างจุดคืนค่าระบบขึ้นมาอัตโนมัติ เผื่อวันไหนเครื่องมีปัญหาจะได้ย้อนกลับไปสถานะก่อนหน้านั้นได้ ซึ่งไอ้เจ้าจุดคืนค่านี่แหละครับ ตัวดีเลย กินพื้นที่ไปเยอะพอสมควรเลยนะ!
6. ไฟล์ Hibernation (hyberfil.sys) ถ้าใครใช้ฟังก์ชัน Hibernation ไฟล์นี้จะถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเก็บข้อมูลใน RAM ทั้งหมดลงบนฮาร์ดดิสก์ตอนเครื่องเข้าสู่โหมดจำศีล ซึ่งขนาดมันก็เท่ากับ RAM เราเลยครับ เช่น ถ้ามี RAM 16GB ไฟล์นี้ก็ 16GB!
7. ไฟล์หน่วยความจำเสมือน (pagefile.sys) หรือ Virtual Memory อันนี้ก็ไฟล์ระบบเหมือนกันครับ ถ้าเราตั้งค่าให้ Windows จัดการเอง มันก็อาจจะใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ได้เหมือนกัน
8. โฟลเดอร์ดาวน์โหลด (Downloads Folder) อันนี้เป็นแหล่งรวมของทุกสิ่งที่เราดาวน์โหลดมา ทั้งไฟล์งาน ไฟล์รูป ไฟล์ติดตั้งโปรแกรม ฯลฯ บางทีโหลดมาแล้วก็ลืมลบออกไปครับ!
วิธีจัดการพื้นที่แบบมือโปร ทำง่าย ได้ผลจริง!
เอาล่ะครับ เมื่อรู้ตัวการแล้ว เราก็มาลงมือจัดการกันเลยดีกว่า!
1. ใช้ Disk Cleanup ของ Windows (ง่ายที่สุด และได้ผลดีมาก!)
นี่คือเครื่องมือคู่ใจที่ Windows มีมาให้ตั้งแต่เกิดครับ ใช้งานง่ายมากๆ และกำจัดไฟล์ขยะได้เยอะจริงจัง
เปิด File Explorer (กด Windows Key + E)
คลิกขวาที่ไดรฟ์ C (หรือไดรฟ์ที่เราจะทำความสะอาด) เลือก Properties
ตรงแท็บ General จะเห็นปุ่ม Disk Cleanup ให้กดเลยครับ
รอสักครู่ Windows จะคำนวณว่ามีไฟล์ขยะอะไรบ้าง
พอหน้าต่าง Disk Cleanup เด้งขึ้นมา ให้กดที่ปุ่ม "Clean up system files" ครับ อันนี้สำคัญมาก เพราะมันจะช่วยให้เราลบไฟล์อัปเดตเก่าๆ ของ Windows ได้ด้วย
รออีกแป๊บ Windows จะคำนวณไฟล์ระบบ
ทีนี้ก็จะมีรายการไฟล์ให้เลือกมากมายครับ ผมแนะนำให้ติ๊กเลือกทุกอย่างเลยครับ เช่น Temporary Internet Files, Recycle Bin, Windows Update Cleanup, Delivery Optimization Files, Temporary Files แล้วกด OK ได้เลยครับ
ระบบจะถามยืนยัน ให้กด Delete Files ครับ
ขั้นตอนนี้อาจจะใช้เวลาสักพักนะครับ ขึ้นอยู่กับปริมาณไฟล์ขยะในเครื่อง พอเสร็จแล้วคุณจะรู้สึกโล่งเหมือนได้ยกภูเขาออกจากอกเลยล่ะครับ!
2. เคลียร์โฟลเดอร์ Temporary Files แบบ Manual
บางที Disk Cleanup ก็ไม่สามารถจัดการไฟล์ Temp ได้หมดจดครับ เราต้องเข้าไปจัดการเองอีกนิด
กด Windows Key + R เพื่อเปิด Run
พิมพ์ `%temp%` แล้วกด Enter
คุณจะเจอโฟลเดอร์เต็มไปด้วยไฟล์ชั่วคราวที่ไม่ใช้งานแล้วครับ กด Ctrl + A เพื่อเลือกทั้งหมด แล้วกด Delete ได้เลย (บางไฟล์อาจจะลบไม่ได้ ไม่เป็นไรครับ ปล่อยไป)
ทำซ้ำอีกครั้ง แต่คราวนี้พิมพ์ `temp` (ไม่มี % แล้ว) ในหน้า Run แล้วกด Enter เข้าไปลบไฟล์ในโฟลเดอร์ `CWindowsTemp` ครับ
3. จัดการถังรีไซเคิล และโฟลเดอร์ Downloads
ถังรีไซเคิล ง่ายที่สุดคือคลิกขวาที่ไอคอน Recycle Bin บนหน้า Desktop แล้วเลือก Empty Recycle Bin ครับ
โฟลเดอร์ Downloads เข้าไปที่ `CUsers[ชื่อผู้ใช้ของคุณ]Downloads` ครับ ลองดูว่ามีไฟล์ติดตั้งโปรแกรมเก่าๆ, ไฟล์ PDF ที่อ่านไปแล้ว, หรือไฟล์อะไรก็ตามที่คุณดาวน์โหลดมาแล้วไม่ได้ใช้แล้วบ้างไหม ลบมันซะ!
4. ลดขนาดหรือลบจุดคืนค่าระบบ (System Restore Points)
ถ้าคุณมั่นใจว่าคอมพิวเตอร์ของคุณปกติ ไม่มีปัญหาอะไรที่ต้องย้อนกลับไปสถานะก่อนหน้า ก็สามารถลบจุดคืนค่าเก่าๆ หรือลดพื้นที่ที่ใช้ได้ครับ
ค้นหา "Create a restore point" ในช่องค้นหาของ Windows แล้วเลือกอันนั้นครับ
ในแท็บ System Protection เลือกไดรฟ์ C แล้วกด Configure...
คุณจะเห็นตัวเลือกให้ปรับ Max Usage (ปรับลดลงได้) หรือกด Delete เพื่อลบ System Restore Points ทั้งหมด (ยกเว้นจุดล่าสุด)
ถ้าอยากประหยัดพื้นที่จริงๆ และมั่นใจว่าไม่ต้องการใช้เลย ก็เลือก Disable system protection ไปเลยครับ แต่อันนี้ไม่ค่อยแนะนำเท่าไหร่ เพราะบางทีมันก็มีประโยชน์ครับ!
5. ปิด Hibernation (ถ้าไม่เคยใช้)
ถ้าคุณไม่เคยใช้ฟังก์ชันจำศีล (Hibernation) เลย การปิดมันจะช่วยประหยัดพื้นที่ได้เยอะมากครับ
เปิด Command Prompt ในโหมด Administrator (คลิกขวาที่ Start แล้วเลือก Windows Terminal (Admin) หรือ Command Prompt (Admin))
พิมพ์คำสั่ง `powercfg.exe /hibernate off` แล้วกด Enter
รีสตาร์ทเครื่องหนึ่งครั้ง ไฟล์ `hyberfil.sys` จะหายไปครับ (ถ้าจะเปิดคืนก็ใช้คำสั่ง `powercfg.exe /hibernate on`)
6. ใช้โปรแกรมวิเคราะห์พื้นที่ (ตัวช่วยเสริม)
บางทีเราก็หาไม่เจอจริงๆ ว่าไฟล์อะไรมันใหญ่ผิดปกติ แนะนำให้ใช้โปรแกรมช่วยวิเคราะห์พื้นที่ดิสก์ครับ อย่างเช่น WinDirStat หรือ TreeSize Free โปรแกรมพวกนี้จะแสดงผลเป็นกราฟิกให้เราเห็นได้ง่ายๆ ว่าไฟล์หรือโฟลเดอร์ไหนกินพื้นที่ไปเท่าไหร่ ทำให้เราตัดสินใจลบได้ง่ายขึ้นครับ
นี่แหละครับ สารพัดวิธีจัดการฮาร์ดดิสก์ที่เต็มเร็วผิดปกติ ไม่ใช่เรื่องแปลกหรือน่ากลัวอะไรเลย แค่ต้องรู้ว่าตัวการคืออะไร และจัดการให้ถูกจุดเท่านั้นเองครับ
ลองเอาไปทำตามกันดูนะครับ รับรองว่าพื้นที่กลับมาหายใจได้คล่องขึ้นอีกเยอะแน่นอน! แล้วถ้าทำแล้วได้ผลเป็นยังไง มาเล่าให้ฟังกันบ้างนะครับ ผมอยากรู้ว่ามีใครเจอตัวกินพื้นที่ลับๆ ตัวไหนอีกบ้าง!
แล้วไว้เจอกันใหม่กระทู้หน้านะครับ มีเรื่องสนุกๆ และมีประโยชน์แบบนี้มาฝากกันอีกแน่นอนครับ!
สวัสดีครับ