JJNY : เท้งชี้ฮั้วสว.จุดเริ่มต้นกินรวบปท.│ชัยธวัชซัดองค์กรอิสระฉ้อฉลเอง│ปลดล็อกกม.เลือกตั้งท้องถิ่น│เนปาลขอความช่วยเหลือ

เท้ง เปิดเวทีผู้นำฝ่ายค้าน ชี้ฮั้วสว.จุดเริ่มต้นกินรวบประเทศ จี้กกต.ส่งสำนวนศาลฎีกา
https://www.matichon.co.th/politics/news_5867201
.

.
เท้ง เปิดเวทีผู้นำฝ่ายค้าน ชี้ฮั้วสว.จุดเริ่มต้นกินรวบประเทศ จี้กกต.ส่งสำนวนศาลฎีกา
.
เมื่อเวลา 09.20 น. วันที่ 29 สิงหาคม ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำ​ฝ่ายค้าน​ใน​สภาผู้แทนราษฎร​ กล่าวเปิดเวทีเสวนาผู้นำฝ่ายค้าน ในหัวข้อ “การเมืองไทยในวิกฤตความเชื่อมั่น: ความจริงที่สังคมต้องการคำตอบ” ว่า อาจมีความฉุกละหุก​เล็กน้อย ที่ทำให้ต้องเปลี่ยนสถานที่ สิ่งที่สำคัญวันนี้ตามหัวข้อเลย “วิกฤตศรัทธาต่อการเมืองไทยของพี่น้องประชาชน” ซึ่งก็เกี่ยวข้องกับการถ่วงดุลตรวจสอบ หากพูดกันชัดๆ คือ การตรวจสอบการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (สว.)
.
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า จริงๆแล้วไม่ได้ตั้งใจ จัดเวทีนี้ให้ตรงกับครบรอบ 100 วัน กับการที่ตนได้ออกมาชี้ให้สังคมเห็นถึง”ระบอบสีน้ำเงิน” วันนี้ครบ 100 วันพอดี ที่ตนเองออกมาโพสต์สื่อสาร อยากจะบอกประชาชน ว่า คำว่า ระบอบสีน้ำเงิน ที่ตัวตนเองออกมาสื่อสาร คำนิยามที่สั้นที่สุดคือ “ระบอบสีน้ำเงิน ก็เหมือนตัวระบอบอำนาจนิยม ที่ไม่ได้มีความเป็นประชาธิปไตย” เพราะระบอบประชาธิปไตย คือระบอบที่ต้องการการถ่วงดุลตรวจสอบ ยึดโยงกับประชาชนและไม่ได้เป็นอิสระจากประชาชน แต่สิ่งที่เห็นในปัจจุบัน คือองค์กรอิสระมาจากการแต่งตั้งของสมาชิกวุฒิสภา ที่อาจจะถูกจัดตั้งหรือโกงเข้ามา ซึ่งมีความยึดโยงกับพรรคการเมือง ที่เป็นแกนนำรัฐบาลอยู่ในขณะนี้ ทำให้เห็นตั้งแต่ตอนนั้น ว่า ระบบสีน้ำเงินกำลังกินรวบทั่วประเทศอยู่ และการแสดงความคิดเห็นของพันตำรวจเอกทวี สอดส่อง ในเวทีผู้นำฝ่ายค้านที่ผ่านมา มีหนังสือเล่มหนึ่งที่ชูขึ้นมา ทำให้เห็นภาพชักว่า การโกง สว.คือจุดเริ่มต้นของการกินทั่วประเทศ
.
นายณัฐพงษ์​ กล่าวว่า วันนี้ตนเองคิดว่า 1 หมุดหมายที่สำคัญ มีเวทีอดีตผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร​ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นพรรคฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาลในปัจจุบัน ตนเองคิดว่าเป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่จะช่วยกันส่งเสียง ว่า อยากได้ระบบการเมือง ที่มีความเป็นประชาธิปไตย ไม่ใช่ระบบการเมืองแบบอำนาจนิยม ที่มีกลุ่มบุคคลบางกลุ่มเท่านั้น กินทั่วประเทศอยู่ อันนี้เป็นสิ่งน่าจะมาผลักดันร่วมกัน
.
นายณัฐพงษ์​ ยังกล่าวว่า อยากเชิญชวนให้ทุกคนคิดเพิ่มเติมอีก นักวิเคราะห์หลายๆคนบอกว่าสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ จะเอาผิดกับคนที่โกง สว.ยากเหลือเกิน แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย เพราะ คนที่เลือกคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชุดใหญ่ 4 ใน 7 คน ถูกเลือกมาจากสมาชิกวุฒิสภาชุดปัจจุบัน และหลายๆคนก็อยู่ในสำนวนที่จะถูกสั่งฟ้อง
.
ดังนั้น จะคาดหวังได้อย่างไร กับการใช้อำนาจ บอกว่ามันมีมูลนะ บอกได้ว่ามีการโกง สว.นะ จากคนที่ถูกเลือกเข้ามา เพราะมันมีผลประโยชน์ทับซ้อนตรงๆ หลายๆคนจึงบอกว่ามันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย แต่ตนอยากให้ทุกคนมองแบบนี้ ผมเชื่อว่าทุกนักการเมืองหลายๆคนรวมถึงตัวผมเองด้วย เราเข้ามาทำงานการเมืองเพื่อ ทำให้สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ให้กลายเป็นสิ่งที่พวกเขาปฏิเสธไม่ได้ การทำงานการเมืองคือการที่ต้องผลักดันสังคมไปข้างหน้า ถ้าพูดอยู่แค่ในกรอบของกฎหมาย ความคิดเดิมๆ เป็นไปไม่ได้สุดท้ายสังคมก็ไม่ได้เดินหน้าไปไหน แต่ตนเชื่อว่าการที่เราจัดเวทีในลักษณะนี้ ทุกวัน เรากำลังทำให้สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ให้เขาปฏิเสธไม่ได้ มากขึ้นทุกวัน
.
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า หน้าที่ของ กกต.ไม่ใช่เรื่องของการชี้ถูกชี้ผิด แต่กฎหมายเขียนไว้ค่อนข้างชัด ว่า แค่ควรเชื่อได้ว่า มีการโกง สว.เกิดขึ้น หน้าที่ของ กกต คือการส่งสำนวนต่อไปให้ศาลฎีกา ดังนั้น ก็ถือว่าเป็นโอกาสดีที่ อย่างน้อยๆ กกต.ก็เลื่อนออกไป วันที่ 14 กันยายน​ ก็จะได้ใช้โอกาสในเวทีนี้ ทำให้สิ่งที่ดูเหมือนว่าจะเป็นไปไม่ได้ ให้เขาปฏิเสธไม่ได้มากยิ่งขึ้น.
.

.
ชัยธวัช ชี้กกต.ทำคดีก้าวไกล-ฮั้วสว. ต่างกันฟ้ากับเหว ซัดองค์กรอิสระฉ้อฉลเอง
https://www.matichon.co.th/politics/news_5867297
.
ชัยธวัช ชี้กกต.ทำคดีก้าวไกล-ฮั้วสว. ต่างกันฟ้ากับเหว ซัดองค์กรอิสระฉ้อฉลเอง
.
เมื่อวันที่ 29 ส.ค. เวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา นายชัยธวัช ตุลาธน อดีตสส.พรรคก้าวไกล อดีตผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวในงานผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรพบประชาชน ประจำปีงบประมาณ 2569 หัวข้อ “การเมืองไทยในวิกฤตความเชื่อมั่น : ความจริงที่สังคมต้องการคำตอบ
.
นายชัยธวัช กล่าวว่า มีความกังวลต่อกลไกสภาในการตรวจสอบถ่วงดุล ซึ่งเรื่องของการล้มล้างความปกครอง ทำให้ตนนึกถึงเหตุการณ์ที่กกต.ร้องยุบพรรคก้าวไกล ว่าล้มล้างการปกครอง กรณีการหาเสียงทำนโยบายเสนอแก้ไขกฎหมายมาตรา 112 ซึ่งเป็นฟ้ากับเหวกับสิ่งที่เกิดขึ้นขณะนี้ เพราะวันนั้น กกต.ใหญ่ ไม่รอความเห็น ไม่รอสำนวน จากคณะไต่สวนและสืบสวนของตน พร้อมอ้างว่า มีความปรากฏแล้ว ไม่ต้องรอกระบวนการตามขั้นตอนก็ได้ กกต.ใหญ่ สามารถพิจารณา และส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญได้เลย

จึงตั้งคำถามว่าเรื่องโกง สว. มีความปรากฏหรือไม่ ซึ่งมีความปรากฏ ตั้งแต่ที่เมืองทองธานีแล้ว ทำไมความปรากฏถึงช้าจัง ซึ่งจะรอดูว่าวันที่ 14 กันยายน จะเป็นอย่างไร” นายชัยธวัช กล่าว
.
นายชัยธวัช กล่าวย้อนไปถึง การจัดทำรัฐธรรมนูญปี 2540 ซึ่งขณะนั้นมีความหวังว่า ในการปฏิรูปการเมือง รวมถึงมีกลไกการตรวจสอบถ่วงดุลเยอะไปหมด ในรูปแบบองค์กรอิสระที่ไม่เคยมีมาก่อนในสังคมไทย ด้วยหลักคิดที่ว่า ปิดทุจริต เปิดประสิทธิภาพ ซึ่งการออกแบบให้มีองค์กรอิสระต่าง ๆ ก็เพื่อนำมาตรวจสอบการใช้อำนาจอย่างฉ้อฉล แต่มาถึงวันนี้ในภาพรวม ยังพบว่า ยังมีการใช้อำนาจอย่างฉ้อฉล มีทุจริตคอร์รัปชั่น ซ้ำร้ายไปกว่านั้นกลไกองค์กรอิสระ ที่เราเชื่อมั่นว่าจะมาจัดการการใช้อำนาจฉ้อฉล แต่ดันมาใช้อำนาจฉ้อฉลเสียเอง จึงเกิดคำถามว่าจะตรวจสอบอย่างไร แม้ดูเหมือนว่าจะมีกลไก แต่ก็เป็นเรื่องยาก แม้แต่การที่ประชาชนจะต้องตรวจสอบองค์กรอิสระเหล่านั้น ก็มีอำนาจในการตรวจสอบน้อยลงทุกที ถึงเวลาที่ต้องมาทบทวนกัน เพื่อผลักดันให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ คดีฮั้ว สว. โกง สว. จะเป็นอีกจุดหนึ่งที่ทำให้สังคมไทยเห็นว่า เราจำเป็นจะต้องมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้เร็วที่สุด
.
นายชัยธวัช กล่าวอีกว่า ในอดีตสังคมตั้งใจจะตรวจสอบการใช้อำนาจของนักการเมืองอย่างไร แต่ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2549 ที่มีการทำรัฐประหาร จนถึงปี พ.ศ. 2557 ที่มีการทำรัฐประหารอีกรอบ และจนถึงปัจจุบัน คิดว่าเราตระหนักได้แล้วว่า ผู้ที่มีอำนาจ และใช้อำนาจสร้างปัญหาให้กับสังคมไทยนั้น ไม่ได้มีนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งเพียงอย่างเดียว ดังนั้น เราต้องตรวจสอบกลไกการใช้อำนาจกับทุกคน และทุกองค์กรที่มีอำนาจ เพราะนักการเมืองที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง และผู้มีอำนาจที่อยู่หลังม่าน ปวดหัวเสียจริง ๆ
.
ผมมีความกังวลมานานแล้ว กับเรื่องการตรวจสอบการใช้อำนาจ ซึ่งกังวลมาตั้งแต่การรัฐประหารเมื่อปี 2557 และมีรัฐธรรมนูญ 2560 ยุค คสช. ที่ตั้ง สว. จากการแต่งตั้งครั้งแรก ซึ่งมีอำนาจในการแต่งตั้งองค์กรอิสระเหมือนกัน แถมเลือกนายกรัฐมนตรีได้ด้วย จึงอยากถามกลับว่า ทำไมพึ่งมากังวลเรื่องนี้กัน เพราะก่อนหน้านี้ ไม่ต้องมาโกงให้เหนื่อย ตั้งเอาดื้อๆ เลย ซึ่งวันนี้มีการโกง ทำให้เรารู้สึกร้อนใช่หรือไม่ ทนไม่ได้ แต่ขอทวนความจำ “ไอ้ที่บอกไม่โกง แต่ตั้งเอาดื้อๆ ไม่กังวลหรือ
.
ซึ่งผมคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ มันไม่ใช่แค่วิกฤติเรื่องกลไกการตรวจสอบถ่วงดุลเท่านั้น เพราะคดีโกง สว. เป็นหนึ่งในวิกฤตที่แสดงถึงระบอบประชาธิปไตยของไทยจากภัยคุกคามของระบอบสีน้ำเงิน ที่เป็นพัฒนาการล่าสุดของระบอบการเมือง ตั้งแต่รัฐประหารปี 2557 และมี รัฐธรรมนูญปี 2560 เป็นต้นมา“นายชัยธวัช กล่าว
.
นายชัยธวัช กล่าวอีกว่า องค์กรอิสระ รวมถึงศาลรัฐธรรมนูญ และสว. ภายใต้ระบอบการเมือง หลังปี 2557 และมีรัฐธรรมนูญ 2560 ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อให้เป็นกลไกตรวจสอบถ่วงดุลการใช้อำนาจ แต่ถูกออกแบบมา เพื่อเป็นกลไกในการกำกับควบคุมสภาผู้แทนราษฎร และฝ่ายบริหารที่มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นกลไกที่ออกมากำกับควบคุมอำนาจที่มาจากประชาชนให้เชื่องต่อผู้มีอำนาจในระบอบสีน้ำเงิน
.
ดังนั้นจึงไม่แปลกว่ากลไกเหล่านี้ จะทำงานบ้าง ไม่ทำงานบ้าง เช่น ป.ป.ช. จะเลือกฟ้องนักการเมืองคนไหนก็ขึ้นอยู่กับว่าตอนนั้นยอมถูกกวาดต้อนมาอยู่กับผู้มีอำนาจหรือไม่ ลองไปถามอดีตสส.พรรคพลังประชารัฐดู ว่าถูกแบล็คเมล์ เรื่องอะไร พอวันหนึ่งไม่มีอำนาจ หรือไม่ได้เป็นพวกเดียวกันแล้ว คดีก็จะกลับมาเดินใหม่
.
มันเอาไว้ควบคุมกำกับใช่ไหมครับ ใครเชื่องรอดไป รอไว้ก่อน ใครไม่เชื่องจัดการ ลองดูศาลรัฐธรรมนูญใครเชื่องรอด ใครไม่เชื่องตัดสิทธิ์ ยุบพรรค ถูกไหมครับ” นายชัยธวัช กล่าว
.
นายชัยธวัช กล่าวว่า วันนี้ สว.ที่มาจากการโกง แม้ไม่ได้มีอำนาจในการเลือกนายกฯ แต่ก็ถือว่าเป็นแกนกลางของการกำกับควบรวมอำนาจของระบอบสีน้ำเงิน เพราะ สว. สามารถเลือกองค์กรอิสระได้ ซึ่งถือว่า สว. เป็นหัวใจที่สำคัญมากของกลไกดังกล่าว และอีกหน้าที่ของ สว. คือการไม่ให้มีการแก้ไข รัฐธรรมนูญ ในแบบที่ผู้มีอำนาจไม่ต้องการ ซึ่งเห็นได้ว่ามีความพยายามทุกวิถีทาง มีการโกงอย่างเป็นระบบและโจ่งแจ้ง เพื่อได้เสียงข้างมากใน สว. เพื่อพิทักษ์ระบอบสีน้ำเงิน ซึ่งใช้ทุกวิถีทางถึงขั้นบอกว่า “เราทำเพื่อข้างบน” ดังนั้นหากไม่สามารถแก้ไขเรื่องนี้ได้จะกระทบ ระบอบประชาธิปไตย และกระทบต่อระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
.

.
ประกาศราชกิจจานุเบกษา ปลดล็อกกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่น
.
ประกาศราชกิจจานุเบกษา ปลดล็อกกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งสำคัญ อายุ 25 ปีสมัครนายก อปท.ได้ และสามารถดำรงตำแหน่งเกิน 2 วาระหรือเป็นกี่สมัยก็ได้ มีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่ 29 ส.ค.69 เพื่อส่งเสริมการแข่งขัน การมีส่วนร่วม และเพิ่มความหลากหลายของผู้สมัครรับเลือกตั้ง
.
วันที่ 28 สิงหาคม 2569 ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ พ.ร.บ. 4 ฉบับ เกี่ยวกับการปรับปรุงแก้ไขคุณสมบัติผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งในระดับท้องถิ่น ประกอบด้วย อบจ.,อบต.,เทศบาล และสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ประกอบด้วย
.
พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2569
.
พ.ร.บ.เทศบาล (ฉบับที่ 15) พ.ศ. 2569
.
พ.ร.บ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ 8)  พ.ศ. 2569
.
พ.ร.บ.องค์การบริหารส่วนจังหวัด (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2569
.
สาระสำคัญ คือการกำหนดคุณสมบัติใหม่ ผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้บริหารท้องถิ่น ให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้บริหารท้องถิ่น เช่น นายก อปท.มีอายุลดลงเหลือ 25 ปี จากกำนดเดิม 35 ปลดล็อกให้สามารถดำรงตำแหน่งเกิน 2 วาระ หรือเป็นกี่สมัยก็ได้
.
มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่