กองทัพบกไทยเดินหน้าพัฒนาระบบต่อต้านอากาศยานยุคใหม่ โดยร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และภาคเอกชน

กองทัพบกไทยเดินหน้าพัฒนาระบบต่อต้านอากาศยานยุคใหม่ โดยร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และภาคเอกชน ทดสอบการยิงด้วยกระสุนจริงของโครงการวิจัยและพัฒนาป้อมปืนต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ เพื่อตรวจสอบขีดความสามารถของระบบตรวจจับ ติดตาม และควบคุมการยิงเป้าหมายทางอากาศแบบอัตโนมัติ

https://www.facebook.com/share/p/1D3AhWfWnD/?mibextid=wwXIfr


การทดสอบมีขึ้นเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม ที่สนามยิงปืนใหญ่เขาพุโลน ศูนย์การทหารปืนใหญ่ จังหวัดลพบุรี โดยมี พล.ต. ระวี ตั้งพิทักษ์กุล ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาการทหาร กองทัพบก หรือ สวพ.ทบ. พร้อมคณะ เข้าร่วมสังเกตการณ์ โครงการนี้พัฒนาโดย รศ.ดร. ชนะ รักษ์ศิริ และทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมกับกองทัพบก บริษัท อามี่ซิสเต็ม จำกัด และบริษัท ไทยรุ่งยูเนี่ยนคาร์ จำกัด

ยิงกระสุนจริง 12.7 มม. ทดสอบสกัดเป้าหมายทางอากาศ

การทดสอบครั้งนี้ใช้ปืนกลขนาด 12.7 มิลลิเมตร ยิงด้วยกระสุนจริงไปยังเป้าหมายทางอากาศ ซึ่งจำลองด้วยโดรนที่ลากลูกโป่ง เพื่อทดสอบประสิทธิภาพของโปรแกรมควบคุมและสั่งการป้อมปืนที่ทีมวิจัยพัฒนาขึ้น

ป้อมปืนที่นำมาทดสอบมี 2 รูปแบบ ได้แก่ ระบบติดตั้งบนยานยนต์แบบเคลื่อนที่ หรือ Mobile และระบบติดตั้งประจำที่บนภาคพื้นดิน หรือ Stationary ทำให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ตามลักษณะพื้นที่และภารกิจที่แตกต่างกัน

กล้อง EO/IR ตรวจจับและติดตามเป้าหมายอัตโนมัติ

ผลการทดสอบพบว่า ป้อมปืนสามารถเคลื่อนที่ติดตามเป้าหมายได้โดยอัตโนมัติ หลังระบบตรวจจับเป้าหมายผ่านกล้อง EO/IR ซึ่งเป็นระบบกล้องตรวจการณ์ที่ใช้ทั้งภาพในย่านแสงปกติและภาพอินฟราเรด

เมื่อระบบตรวจจับและระบุตำแหน่งเป้าหมายแล้ว โปรแกรมควบคุมจะสั่งการให้ป้อมปืนติดตามการเคลื่อนที่ พร้อมคำนวณและควบคุมการยิงผ่านระบบ Automatic Tracking and Fire Control หรือระบบติดตามและควบคุมการยิงอัตโนมัติ

การทดสอบแสดงให้เห็นว่าระบบสามารถติดตามเป้าหมายเคลื่อนที่และทำการยิงตามรูปแบบที่กำหนดไว้ในโปรแกรมได้อย่างแม่นยำ ถือเป็นขั้นตอนสำคัญของการพัฒนาระบบป้องกันภัยทางอากาศที่สามารถทำงานร่วมกับเทคโนโลยีตรวจจับและระบบอัตโนมัติ

วางรากฐานระบบต่อต้านโดรนของไทย

สำหรับแพลตฟอร์มป้อมปืนไร้คนขับที่พัฒนาขึ้นในโครงการนี้ ถูกออกแบบให้เป็นพื้นฐานสำหรับการต่อยอดไปสู่ระบบต่อต้านโดรนและเป้าหมายเคลื่อนที่ประเภทอื่นในอนาคต ระบบใช้การผสานเทคโนโลยีกล้องตรวจจับ ระบบติดตามเป้าหมาย และระบบควบคุมการยิงเข้าด้วยกัน เพื่อเพิ่มความสามารถในการรับมือภัยคุกคามทางอากาศที่มีขนาดเล็ก เคลื่อนที่รวดเร็ว และตรวจจับได้ยาก เช่น โดรน

หากการพัฒนาสามารถต่อยอดได้อย่างต่อเนื่อง ระบบดังกล่าวยังมีโอกาสปรับใช้กับภารกิจที่หลากหลาย ทั้งการป้องกันพื้นที่สำคัญ การคุ้มครองหน่วยทหาร และการรับมือเป้าหมายเคลื่อนที่ในระยะยิงและรูปแบบปฏิบัติการที่แตกต่างกัน ซึ่งเป็นทิศทางสำคัญของเทคโนโลยีต่อต้านโดรนในสนามรบยุคใหม่

ที่มาของข้อมูล สำนักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหารกองทัพบก
คลิกอ่านเพิ่มเติมบนเว็บไซต์ TNN Thailand

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่