ไม่แปลกใจเลยที่เว็บมะเขือเน่าจะให้คะแนนแค่นั้น แต่เอาเข้าจริง สำหรับผม ถามว่ามันแย่ขนาดนั้นไหม ต้องบอกว่าใครไม่ใช่สาย slow-burn แนะนำเลี่ยงได้เลี่ยงครับ เพราะช่วงองก์แรกคือนานมาก ขยันพาชมนก ชมไม้ เข้าใจนะว่าอยากจะให้เข้าถึง dystopia (โลกล้มสลาย) แต่คือ มันเข้าไปลึกเกินดิ แต่ในทางกลับกันใครชอบสาย slow-burn นี้ผมว่าดีนะ อาจจะคุยกับคุณหนังเรื่องนี้
เอาเป็นว่านักแสดงทุกคนในเรื่องแบกหลังหัก เพราะดังๆ ทั้งนั้น แต่สำคัญไปกว่านั้นคือนักแสดงก็แบกหนังไม่อยู่ครับ สำหรับผมคือทั้ง josh brolin, margaret qualley, benedict wong หรือแม้แต่ jacob elordi ก็ไม่ไหว (ช่วงองก์แรก)
แต่ดีที่ dynamic มันเริ่มดีขึ้นช่วงองก์ 2-3 คือยังกลับมาได้นะ เกือบละผม เกือบหลับ ดังนั้นข้อเสียนะครับ pacing ไม่ดีเลย คือถ้าจะ slow-burn มันก็น่าจะมีสิ่งเร้ามากกว่านี้หน่อย และหนังก็เกือบ 2 ชม. คือถ้าตัดช่วงองก์แรกออกไปบ้าง มันคงจะดีกว่านี้ เพราะส่วนตัวผมไม่ชอบดูหนังที่ยาวเกินความจำเป็น
สรุป “the dog star” มันไม่ได้แย่ขนาดนั้น (ถ้าผ่านช่วงองก์แรกไปได้) เพราะมันแสดงให้เห็นถึงความเป็น dystopia บรรยากาศแบบวันสิ้นโลกของแทร่ การแสดงดี แต่ยังไม่เร้าพอ บท และplot เฉยๆ การถ่ายทำโอเคร ดังนั้นถ้าเลือกได้ระหว่าง ”god skin“ กับเรื่องนี้ผมเชียร์ god skin ครับ
6/10 (แต่ชอบองก์ 2 นะมันสนุกดี แค่องก์แรกยาวไปหน่อย)
รีวิวหลังดู “the dog stars”
ไม่แปลกใจเลยที่เว็บมะเขือเน่าจะให้คะแนนแค่นั้น แต่เอาเข้าจริง สำหรับผม ถามว่ามันแย่ขนาดนั้นไหม ต้องบอกว่าใครไม่ใช่สาย slow-burn แนะนำเลี่ยงได้เลี่ยงครับ เพราะช่วงองก์แรกคือนานมาก ขยันพาชมนก ชมไม้ เข้าใจนะว่าอยากจะให้เข้าถึง dystopia (โลกล้มสลาย) แต่คือ มันเข้าไปลึกเกินดิ แต่ในทางกลับกันใครชอบสาย slow-burn นี้ผมว่าดีนะ อาจจะคุยกับคุณหนังเรื่องนี้
เอาเป็นว่านักแสดงทุกคนในเรื่องแบกหลังหัก เพราะดังๆ ทั้งนั้น แต่สำคัญไปกว่านั้นคือนักแสดงก็แบกหนังไม่อยู่ครับ สำหรับผมคือทั้ง josh brolin, margaret qualley, benedict wong หรือแม้แต่ jacob elordi ก็ไม่ไหว (ช่วงองก์แรก)
แต่ดีที่ dynamic มันเริ่มดีขึ้นช่วงองก์ 2-3 คือยังกลับมาได้นะ เกือบละผม เกือบหลับ ดังนั้นข้อเสียนะครับ pacing ไม่ดีเลย คือถ้าจะ slow-burn มันก็น่าจะมีสิ่งเร้ามากกว่านี้หน่อย และหนังก็เกือบ 2 ชม. คือถ้าตัดช่วงองก์แรกออกไปบ้าง มันคงจะดีกว่านี้ เพราะส่วนตัวผมไม่ชอบดูหนังที่ยาวเกินความจำเป็น
สรุป “the dog star” มันไม่ได้แย่ขนาดนั้น (ถ้าผ่านช่วงองก์แรกไปได้) เพราะมันแสดงให้เห็นถึงความเป็น dystopia บรรยากาศแบบวันสิ้นโลกของแทร่ การแสดงดี แต่ยังไม่เร้าพอ บท และplot เฉยๆ การถ่ายทำโอเคร ดังนั้นถ้าเลือกได้ระหว่าง ”god skin“ กับเรื่องนี้ผมเชียร์ god skin ครับ
6/10 (แต่ชอบองก์ 2 นะมันสนุกดี แค่องก์แรกยาวไปหน่อย)