รีวิวหนังเรื่อง Some Like It Hot (1959) "อรชรอ้อนรัก" (มาริลิน มอนโร)

กระทู้สนทนา
แนะนำให้ดู
Some Like It Hot (1959)
"อรชรอ้อนรัก"
ภาพยนตร์แนว ตลกคอมเมดี้ (Screwball Comedy) อาชญากรรม
คะแนน IMdb 8.2
คะแนน Rotten Tomatoes
-95%
Tomatometer
-94%
Popcornmeter
คะแนนส่วนตัว 8.3


หนังตลก เบาสมอง แต่ก็แฝงอะไรบางอย่างไว้เช่นกัน โดยเฉพาะตอนจบ ซึ่งจะมองว่า หลุดโลก เลอะเทอะ เน้นฮา หรือจะมองเป็นเรื่องนัยยะของ LGBTQ+ สุดแล้วแต่จะตีความ  

หนังนำแสดงโดย มาริลิน มอนโร, โทนี เคอร์ติส และ แจ็ก เลมมอน
กำกับภาพยตร์โดย บิลลี ไวล์เดอร์  ซึ่งสร้างหนังระดับขึ้นหิ้งหลายเรื่อง เช่น
-Double Indemnity (1944)
-Sunset Boulevard (1950)
-Witness for the Prosecution (1957)
-The Apartment (1960)
รวมทั้งเรื่องนี้ด้วย Some Like It Hot (1959)



ถ้าเป็นไปได้แนะนำให้ดูทุกเรื่อง ส่วนตัวชอบทุกเรื่อง ถ้าให้เลือกเรื่องที่ชอบที่สุด ผมชอบ The Apartment (1960) มากที่สุด
(จริงๆ ชอบสูสี กับ Sunset Boulevard (1950) แต่ Sunset Boulevard (1950) เล่าด้วยมุมมองบุคคลที่ 1 ซึ่งผมว่ามันดูแปลก(ไม่ขอสปอย) เข้าใจว่าต้องการนำเสนอแนวเหนือจริงและเสียดสี แต่ผมไม่ค่อยชอบเท่าไร เลยยกให้ The Apartment (1960) เป็นเรื่องที่ผมชอบมากที่สุดของ บิลลี ไวล์เดอร์)

เรื่องย่อ
ในปี 1929 ยุคห้ามขายสุราที่เมืองชิคาโก โจ (โทนี่ เคอร์ติส) และ เจอร์รี่ (แจ็ค เลมมอน) สองนักดนตรีแจ๊ซตกอับ บังเอิญไปเห็นเหตุการณ์ฆาตกรรมล้างแค้นของแก๊งมาเฟีย  (ได้แรงบันดาลใจจากเหตุการณ์จริงในยุคนั้น เหตุการณ์สังหารหมู่ในวันวาเลนไทน์ (St. Valentine's Day Massacre))


เลยต้องหนี จากการตามล่าของมาเฟีย และปลอมตัวเป็นผู้หญิง  และสมัครเข้าไปอยู่ในวงดนตรีแจ๊ซหญิงล้วนที่กำลังเดินทางไปแสดงที่ไมอามี


โดยในวงดนตรีหญิงล้วนนั้นมี ผู้หญิงสุดเซ็กซี่ร่วมวงอยู่ด้วยคือ ชูการ์ (มาริลิน มอนโร)



ทั้งสองต่างก็พากันหลงเสน่ห์  ในขณะที่โจพยายามจีบ ซูการ์ ในร่างผู้หญิง รวมทั้งปลอมตัวเป็นมหาเศรษฐีเพื่อจีบและเอาชนะใจเธอ
ส่วน เจอร์รี่  กลับถูกมหาเศรษฐีสูงอายุตัวจริง ตามตื้อ ตามจีบ  

เรื่องราวอลเวง เบาสมอง ตลก จึงเกิดขึ้น
ส่วนตัวหนังสนุก และตลกดี


มาริลิน มอนโร Sex Appeal สูงมาก
ถ้าอยากลองดูหนังที่  มาริลิน มอนโร แสดง  รวมทั้งอยากลองดูผลงานของ บิลลี่ ไวลเดอร์ เรื่องนี้ก็เหมาะสมกับการดูเป็นอย่างยิ่ง
บทของ มาริลิน มอนโร ในหนังเรื่องนี้ ลักษณะก็คือลักษณะเด่นหรือภาพจำของเธอนั่นแหละครับ คือ สวย เซ็กซี่ ยั่วยวน ดูใสซื่อ อ่อนไหว หรือถ้าเชิงเหยียดหน่อยก็ที่เรียกกันว่า "Dumb Blonde"
รวมทั้งหนังเรื่องนี้ เป็นแสดงที่ดีที่สุดและได้รับการยกย่องมากที่สุดของ มาริลิน มอนโร อีกด้วย



คำพูดตอนจบ "Well, nobody's perfect." (ช่างมันเถอะ ไม่มีใครสมบูรณ์แบบหรอก)  จริงๆ ฉากนี้ฮามากนะครับ  แต่ก็อย่างที่บอกมันตีความได้หลายอย่าง ทั้งการยอมรับในความหลากหลาย , ตลกเสียดสีความสมบูรณ์แบบ หรือการมองข้ามเปลือกนอกไป  ซึ่งแนวแต่จะตีความครับ
หนังเรื่องนี้ได้รับการยกย่อง ให้เป็นอันดับ 1 ในกลุ่ม 100 หนังตลก (อเมริกัน) ที่ดีที่สุดตลอดกาล  น่าจะดูที่คุณภาพโดยรวมของภาพยนตร์ด้วย (ส่วนตัว ถ้าจัดหนังตลกที่ยอดเยี่ยมที่สุด ผมยกให้ City Lights (1931) ของ ชาร์ลี แชปลิน ทั้งคุณภาพหนังโดยรวม และความตลก(ฉากต่อยมวยตลกมาก))
สรุป อยากแนะนำให้ลองดูกันครับ  แล้วคุณอาจจะอยากดูหนังขึ้นหิ้งเรื่องอื่นๆ ของ บิลลี่ ไวเดอร์ ก็เป็นไปได้

รบกวนแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้นะครับ  https://www.facebook.com/profile.php?id=100092518084449
ขอบคุณมากครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่