ตามหัวกท.เลยค่ะ
ได้เห็นชีวิตคนรอบข้าง คนรู้จัก คนในหมู่บ้านๆหลายๆคน ทั้งที่ออกจากงานประจำ เพื่อมาดูแลพ่อแม่ที่ป่วย หรือบางคนตกงาน ออกจากงาน ระหว่างหางานใหม่กลับมาอยู่บ้านดูแลพ่อแม่ ที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ แก่ชราตามวัย หรือ... ได้เห็นได้ฟังได้คิดได้มุมมอง ใหม่ๆ จากเคสคนรอบตัว วันนี้เลยอยากมาชวนคุยประเด็นตามหัวกท.
หลายๆคนยอมทิ้งงานที่เงินดี เพื่อมาทำหน้าที่นี้ด้วยความเต็มใจ หลายๆคนถูกเลือก เพราะงานมั่นคงน้อยกว่าพี่น้องคนอื่น บางคนถูกเลือก เพราะเงินเดือนน้อยกว่าพี่น้องคนอื่น บางคนถูกเลือก เพราะพ่อแม่ระบุ ว่าอยากให้ลูกคนนี้ มาดูแลช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต หลายๆคนถูกเลือก เพราะโสดไม่มีครอบครัว หลายๆคนถูกเลือก เพราะภาระน้อยกว่าลูกคนอื่น
การได้มีโอกาสดูแลตอบแทนคุณพ่อแม่ ถือเป็นบุญ เป็นมงคลสูงสุดในชีวิต จขกท.คิดและรู้สึกเช่นนั้น
แต่จากที่เห็นที่ได้ฟังเพื่อน คนรอบข้างเล่าๆให้ฟัง ก็ได้เห็นอีกแง่มุมนึง ว่ามันเป็นงานที่ไม่ง่าย และเสียสละมากๆ ต้องใช้ความรัก ความเมตตา ความเข้าใจ ความใจเย็น ความปล่อยวางมากๆ
คนในหมู่บ้านที่ดูแลแม่ ที่ป่วยจิตเวชและอัลไซเมอร์ น้าเขาเวลาเหนื่อยๆท้อๆ ก็เดินมาปรับทุกข์ มาระบายมานั่งร้องไห้กับแม่จขกท. อยู่บ่อยๆ
เป็นลูกคนเดียว ที่รับภาระทั้งทุ่มเทเวลา ทุ่มเทชีวิต และเงินทอง สำหรับการเป็นลูกคนเดียวก็หนักมากๆ มาน่าเห็นใจจริงๆ
ถ้าคนอื่นๆที่เห็น มีพี่น้องหลายคน บางคนออกจากงานมาดูแลพ่อแม่ พี่น้องคนอื่นๆที่ยังทำงานอยู่ ก็ช่วยเหลือเรื่องเงินทอง ก็จ่ายเป็นเงินเดือนให้ คนที่เสียสละออกมาดูแลแม่แทนตัวเอง ฟังเหมือนดูดีนะ แต่จขกท. ก็แอบคิดในใจว่า ถ้าพ่อแม่พี่เขาไม่อยู่แล้ว แล้ววันนั้นพี่เขาอายุสัก 40 ปลาย 50 ปลาย จะกลับไปหางานก็คงยาก พี่น้องยังจะซัพพอร์ตเรื่องเงินต่อไหม ถ้าไม่แล้วพี่เขาจะทำยังไงต่อนะ
แต่เห็นบางบ้าน คนนึงออกมาดูแลพ่อแม่ ถือว่าออกแรงส่วนพี่น้องคนอื่น ก็ออกเงินค่าใช้จ่ายต่างๆ ในส่วนที่ดูแลแม่ วันดีคืนดี ก็มีปัญหาทะเลาะกัน เพราะคนนึงก็บอกว่าฉันก็ออกเงินไปแล้วนี่ ส่วนคนนึงก็บอกว่าก็ฉันเสียสละออกมาดูแลแล้ว ก็ลงแรงแล้ว เหนื่อยกว่า กลายเป็นว่าคนนั้น ก็บอกว่าฉันก็จ่ายไปตั้งเยอะ ด้วยความที่มองคนละมุม คนจ่ายเงินก็คิดว่าตัวเองจ่ายไปตั้งเยอะ คนที่ลาออกมาดูแล ก็มองว่าตัวเองก็เสียสละทิ้งสังคม ทิ้งงาน ทิ้งโอกาสในชีวิตมามากมาย
เห็นบางเคส ลูกบางคนรับภาระหน้าที่ ตรงนี้มานานมากๆ นานมากจนลูกคนอื่นๆ มองว่าเป็นหน้าที่ของเขาไปแล้ว วันนึงที่เขาเหนื่อย มีธุระ หรืออยากพัก อยากใช้ชีวิตของตัวเอง ขอสลับสับเปลี่ยน ให้พี่น้องคนอื่นมาช่วย คนอื่นก็ปฏิเสธ เพราะมองว่ามันเป็นหน้าที่ ของเขาไปแล้ว ทำไมถึงจะทิ้งแม่ไปเที่ยว ทำไมถึงจะทิ้งแม่ไปนั่นไปนี่ วันไหนที่เขาไม่อยากทำ หรืออยากพัก กลายเป็นว่าเขาผิดไปซะงั้น
ถ้าใครได้ผ่านหูผ่านตา กระทู้ทำนองนี้ใน Pantip ที่เกี่ยวกับว่าจะลาออกมาดูแลพ่อแม่ หลายๆ comment ก็มักจะแนะนำเป็นเอกฉันท์ ไปในเชิง ว่าให้ส่งไปอยู่ในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ หรือว่าจ้างคนมาดูแลแทน
ซึ่งบางทีจากที่ได้พูดคุย กับคนที่อยู่ใน สถานการณ์นี้จริงๆ บางทีพ่อแม่ เขาก็อยากให้ลูกออกมาดูแลเองบางทีมันก็ปฏิเสธไม่ได้ ซึ่งบางทีก็ไม่รู้ว่าจะหาทางออก ที่ดี หรือตรงกลางยังไง
แต่จากที่ได้เห็นได้ฟังมา ก็น่าเห็นใจ เวลามีใครมาปรึกษาเรื่องนี้ บางทีก็แนะนำไม่ถูกเหมือนกัน เพราะเป็นเรื่องที่เปราะบาง ละเอียดอ่อนมาก เป็นเรื่องในครอบครัวเขา ที่คนนอกแบบเรา ไม่กล้าคิด ไม่กล้าตัดสินใจ ไม่กล้าแนะนำแทนเลย
ส่วนตัวจขกท.โชคดี ที่ได้เกษียณตัวเองตั้งแต่อายุ 30 กว่า ก็เลยสามารถเป็นกำลังหลัก ให้พี่กับน้องได้ ในยามที่ถ้าพ่อแม่เจ็บป่วย หรือต้องการการดูแล และโชคดีที่พ่อแม่เจ้าของกระทู้ ยังแข็งแรง สามารถช่วยเหลือตัวเอง ใช้ชีวิตประจำวันได้ดี เอาจริงๆพ่อแม่แข็งแรงกว่าเจ้าของกระทู้อีก5555
แต่ถ้าถึงจุดหนึ่ง ที่พ่อแม่ต้องการการดูแล เจ้าของกระทู้ ก็พร้อมที่จะรับหน้าที่นี้ด้วยความเต็มใจ และเชื่อว่าพี่กับน้องที่มีความรักความผูกพันอันดีต่อกัน ก็น่าจะช่วยเหลือ หรือซัพพอร์ตเป็นกำลังใจ อยู่เคียงข้างให้เจ้าของกระทู้ได้เช่นกัน
มีใครที่กำลังอยู่ใน สถานการณ์นี้บ้างไหมคะ คุณมีวิธีการจัดการแก้ปัญหา หรือหาทางออกในเรื่องนี้ ยังไงกันบ้าง มีวิธี Balance ยังไงให้สมดุล ทั้งในเรื่องของการได้ดูแลพ่อแม่ และยังได้ใช้ชีวิตของตัวเอง ได้ดูแลพ่อแม่และเหลือทางรอดให้ตัวเอง ในอนาคตได้ไปต่อด้วย ทั้งด้านการเงิน รายได้ ชีวิตส่วนตัว ...
ลูกที่ออกจากงานมาดูแลพ่อแม่ วางแผนอนาคตให้ตัวเองไว้ยังไงบ้าง
ได้เห็นชีวิตคนรอบข้าง คนรู้จัก คนในหมู่บ้านๆหลายๆคน ทั้งที่ออกจากงานประจำ เพื่อมาดูแลพ่อแม่ที่ป่วย หรือบางคนตกงาน ออกจากงาน ระหว่างหางานใหม่กลับมาอยู่บ้านดูแลพ่อแม่ ที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ แก่ชราตามวัย หรือ... ได้เห็นได้ฟังได้คิดได้มุมมอง ใหม่ๆ จากเคสคนรอบตัว วันนี้เลยอยากมาชวนคุยประเด็นตามหัวกท.
หลายๆคนยอมทิ้งงานที่เงินดี เพื่อมาทำหน้าที่นี้ด้วยความเต็มใจ หลายๆคนถูกเลือก เพราะงานมั่นคงน้อยกว่าพี่น้องคนอื่น บางคนถูกเลือก เพราะเงินเดือนน้อยกว่าพี่น้องคนอื่น บางคนถูกเลือก เพราะพ่อแม่ระบุ ว่าอยากให้ลูกคนนี้ มาดูแลช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต หลายๆคนถูกเลือก เพราะโสดไม่มีครอบครัว หลายๆคนถูกเลือก เพราะภาระน้อยกว่าลูกคนอื่น
การได้มีโอกาสดูแลตอบแทนคุณพ่อแม่ ถือเป็นบุญ เป็นมงคลสูงสุดในชีวิต จขกท.คิดและรู้สึกเช่นนั้น
แต่จากที่เห็นที่ได้ฟังเพื่อน คนรอบข้างเล่าๆให้ฟัง ก็ได้เห็นอีกแง่มุมนึง ว่ามันเป็นงานที่ไม่ง่าย และเสียสละมากๆ ต้องใช้ความรัก ความเมตตา ความเข้าใจ ความใจเย็น ความปล่อยวางมากๆ
คนในหมู่บ้านที่ดูแลแม่ ที่ป่วยจิตเวชและอัลไซเมอร์ น้าเขาเวลาเหนื่อยๆท้อๆ ก็เดินมาปรับทุกข์ มาระบายมานั่งร้องไห้กับแม่จขกท. อยู่บ่อยๆ
เป็นลูกคนเดียว ที่รับภาระทั้งทุ่มเทเวลา ทุ่มเทชีวิต และเงินทอง สำหรับการเป็นลูกคนเดียวก็หนักมากๆ มาน่าเห็นใจจริงๆ
ถ้าคนอื่นๆที่เห็น มีพี่น้องหลายคน บางคนออกจากงานมาดูแลพ่อแม่ พี่น้องคนอื่นๆที่ยังทำงานอยู่ ก็ช่วยเหลือเรื่องเงินทอง ก็จ่ายเป็นเงินเดือนให้ คนที่เสียสละออกมาดูแลแม่แทนตัวเอง ฟังเหมือนดูดีนะ แต่จขกท. ก็แอบคิดในใจว่า ถ้าพ่อแม่พี่เขาไม่อยู่แล้ว แล้ววันนั้นพี่เขาอายุสัก 40 ปลาย 50 ปลาย จะกลับไปหางานก็คงยาก พี่น้องยังจะซัพพอร์ตเรื่องเงินต่อไหม ถ้าไม่แล้วพี่เขาจะทำยังไงต่อนะ
แต่เห็นบางบ้าน คนนึงออกมาดูแลพ่อแม่ ถือว่าออกแรงส่วนพี่น้องคนอื่น ก็ออกเงินค่าใช้จ่ายต่างๆ ในส่วนที่ดูแลแม่ วันดีคืนดี ก็มีปัญหาทะเลาะกัน เพราะคนนึงก็บอกว่าฉันก็ออกเงินไปแล้วนี่ ส่วนคนนึงก็บอกว่าก็ฉันเสียสละออกมาดูแลแล้ว ก็ลงแรงแล้ว เหนื่อยกว่า กลายเป็นว่าคนนั้น ก็บอกว่าฉันก็จ่ายไปตั้งเยอะ ด้วยความที่มองคนละมุม คนจ่ายเงินก็คิดว่าตัวเองจ่ายไปตั้งเยอะ คนที่ลาออกมาดูแล ก็มองว่าตัวเองก็เสียสละทิ้งสังคม ทิ้งงาน ทิ้งโอกาสในชีวิตมามากมาย
เห็นบางเคส ลูกบางคนรับภาระหน้าที่ ตรงนี้มานานมากๆ นานมากจนลูกคนอื่นๆ มองว่าเป็นหน้าที่ของเขาไปแล้ว วันนึงที่เขาเหนื่อย มีธุระ หรืออยากพัก อยากใช้ชีวิตของตัวเอง ขอสลับสับเปลี่ยน ให้พี่น้องคนอื่นมาช่วย คนอื่นก็ปฏิเสธ เพราะมองว่ามันเป็นหน้าที่ ของเขาไปแล้ว ทำไมถึงจะทิ้งแม่ไปเที่ยว ทำไมถึงจะทิ้งแม่ไปนั่นไปนี่ วันไหนที่เขาไม่อยากทำ หรืออยากพัก กลายเป็นว่าเขาผิดไปซะงั้น
ถ้าใครได้ผ่านหูผ่านตา กระทู้ทำนองนี้ใน Pantip ที่เกี่ยวกับว่าจะลาออกมาดูแลพ่อแม่ หลายๆ comment ก็มักจะแนะนำเป็นเอกฉันท์ ไปในเชิง ว่าให้ส่งไปอยู่ในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ หรือว่าจ้างคนมาดูแลแทน
ซึ่งบางทีจากที่ได้พูดคุย กับคนที่อยู่ใน สถานการณ์นี้จริงๆ บางทีพ่อแม่ เขาก็อยากให้ลูกออกมาดูแลเองบางทีมันก็ปฏิเสธไม่ได้ ซึ่งบางทีก็ไม่รู้ว่าจะหาทางออก ที่ดี หรือตรงกลางยังไง
แต่จากที่ได้เห็นได้ฟังมา ก็น่าเห็นใจ เวลามีใครมาปรึกษาเรื่องนี้ บางทีก็แนะนำไม่ถูกเหมือนกัน เพราะเป็นเรื่องที่เปราะบาง ละเอียดอ่อนมาก เป็นเรื่องในครอบครัวเขา ที่คนนอกแบบเรา ไม่กล้าคิด ไม่กล้าตัดสินใจ ไม่กล้าแนะนำแทนเลย
ส่วนตัวจขกท.โชคดี ที่ได้เกษียณตัวเองตั้งแต่อายุ 30 กว่า ก็เลยสามารถเป็นกำลังหลัก ให้พี่กับน้องได้ ในยามที่ถ้าพ่อแม่เจ็บป่วย หรือต้องการการดูแล และโชคดีที่พ่อแม่เจ้าของกระทู้ ยังแข็งแรง สามารถช่วยเหลือตัวเอง ใช้ชีวิตประจำวันได้ดี เอาจริงๆพ่อแม่แข็งแรงกว่าเจ้าของกระทู้อีก5555
แต่ถ้าถึงจุดหนึ่ง ที่พ่อแม่ต้องการการดูแล เจ้าของกระทู้ ก็พร้อมที่จะรับหน้าที่นี้ด้วยความเต็มใจ และเชื่อว่าพี่กับน้องที่มีความรักความผูกพันอันดีต่อกัน ก็น่าจะช่วยเหลือ หรือซัพพอร์ตเป็นกำลังใจ อยู่เคียงข้างให้เจ้าของกระทู้ได้เช่นกัน
มีใครที่กำลังอยู่ใน สถานการณ์นี้บ้างไหมคะ คุณมีวิธีการจัดการแก้ปัญหา หรือหาทางออกในเรื่องนี้ ยังไงกันบ้าง มีวิธี Balance ยังไงให้สมดุล ทั้งในเรื่องของการได้ดูแลพ่อแม่ และยังได้ใช้ชีวิตของตัวเอง ได้ดูแลพ่อแม่และเหลือทางรอดให้ตัวเอง ในอนาคตได้ไปต่อด้วย ทั้งด้านการเงิน รายได้ ชีวิตส่วนตัว ...