ภาคต่อ... บอกเล่าประสบการณ์ การแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีอาญาและฟ้องศาลคดีอาญาฉบับฝั่งโจทก์

กระทู้สนทนา
เพี้ยนสวัสดีเพี้ยนสวัสดี

ต่อเนื่องจากกระทู้ที่เคยตั้งก่อนหน้านี้นะคะ บอกเล่าประสบการณ์ การแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีอาญาและฟ้องศาลคดีอาญา ฉบับฝั่งโจทก์

จนถึงตอนนี้คดีความก็ดำเนินมาจนปีครึ่งแล้ว ถึงเวลานี้คือจบคำพิพากษาที่ชั้นศาลอุทธรณ์แล้วค่ะ ระยะเวลายาวนานมาก ขอแชร์ลำดับเหตุการณ์ไว้คร่าวๆ สำหรับเคสเพื่อนๆที่กำลังหาข้อมูลคดีความแนวใกล้เคียงกันเอาไว้เป็นข้อมูลนะคะ
วันที่ศาลประทับรับฟ้อง : มกราคม 2568
นัดไต่สวนมูลฟ้อง : มีนาคม 2568 จำเลยรับสารภาพและแจ้งศาลขอผ่อนชำระ 3 งวด (เม.ย. / พ.ค. / มิ.ย.) – บางเคสอาจจะยังไม่ได้ขึ้นบัลลังค์ศาล ได้ไปห้องไกล่เกลี่ยก่อน เวลาคดีอาจยืดออกไปอีกค่ะตามข้อตกลงไกล่เกลี่ยของทั้งสองฝ่าย
นัดฟังผลการผ่อนชำระหนี้/นัดฟังคำพิพากษา : มิถุนายน 2568 – จำเลยไม่จ่ายค่าผ่อนชำระซักงวด จำเลยหนีไม่มาศาล ศาลออกหมายจับเพื่อมาฟังคำพิพากษา
นัดฟังคำพิพากษา : กรกฎาคม 2568 - จำเลยมาศาลและขอประกันตัว ประกันเพื่อหาเงินผ่อนชำระหนี้
นัดฟังคำพิพากษา/ผ่อนชำระ : กันยายน 2568 – จำเลยไม่ผ่อนชำระ ศาลตัดสินพิพากษาจำคุกไม่รอลงอาญา
 
ศาลชั้นต้นพิพากษาใช้เวลาแล้วรวมๆ 9 เดือน นึกว่าเรียบร้อยจบสิ้นเอาคนผิดเข้าคุกได้แต่ไม่ค่ะ ศาลยังเปิดโอกาศให้โจทก์หรือจำเลยยื่นอุทธรณ์ได้โดยยื่นภายใน 30 วันนับจากวันอ่านคำพิพากษา
 
ทางจำเลย เลยทำการประกันตัวชั้นอุทธรณ์เพื่อขอยื่นอุทธรณ์ และมีการยื่นขยายเวลาอีก 1 ครั้ง สรุปวันที่ได้ยื่นอุทธรณ์ : พฤศจิกายน 2568
โจทก์รับเอกสารที่ทางจำเลยยื่นอุทธรณ์และทำเรื่องยื่นแก้อุทธรณ์ วันที่ยื่นแก้อุทธรณ์ : มีนาคม 2569
นัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ : สิงหาคม 2569 – ศาลอุทธรณ์อ่านคำพิพากษาและยืนยันคำพิพากษาตามศาลชั้นต้น โจทก์ได้ยื่นคัดค้านการประกันตัว จำเลยถูกส่งตัวไปยังเรือนจำ
คุยกับทนายถือว่าเคสนี้นัดฟังผลคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เร็วอยู่ในช่วงเวลาประมาณ 6 เดือนหลังจากยื่นเอกสารทั้งหมด ปกติน่าจะใช้เวลาเกือบปีหรือปีกว่าถึงนัดฟังผลคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
 
บทสรุป *** ติดคุกแล้วใช่ว่าจะไม่ต้องจ่ายหนี้ กระบวนการติดตามชำระหนี้ยังมีต่อหลังจากจบคำพิพากษา ***
จนถึงวันนี้จบกระบวนการศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์แล้ว แต่ถ้ามีการยื่นศาลฎีกาต่อก็น่าจะกินเวลาไปอีก 1-2 ปี ส่วนคนดีๆก็คงจะไม่โกงและหาเงินมาคืนแล้วค่ะ ส่วนเคสเจ้าของกระทู้เงินก็ยังไม่ได้คืนแต่ได้ทำหน้าที่เอาคนผิดเข้าคุกรับโทษตามกฎหมายได้ตามที่ตั้งไจไว้
สิ่งที่ทำได้ในขั้นตอนต่อไปคือสืบทรัพย์และทำเรื่องยึดทรัพย์แต่โอกาสถือได้เลยว่าค่อนข้างน้อย ถ้าจำเลยไม่มีหรือทำการขายออกไปแล้วโอกาสที่จะตามได้คงน้อยมาก ส่วนตัวก็ถือซะว่าให้เป็นเรื่องของอนาคต เงินที่เสียไปถือว่าฟาดเคราะห์เดินหน้าหาใหม่
 
บทเรียนจากเรื่องที่เกิดขึ้นและสิ่งที่จะฝากเพื่อนๆก็คง เรื่องความระมัดระวังในการทำธุรกรรมการซื้อขายต่างๆต้องเช็คตรวจสอบให้รัดกุมมากขึ้น  ขนาดทางนี้คิดว่าตรวจสอบดีแล้วยังเจอคนแย่ๆมาโกงได้เลยค่ะ และอย่าหวังพึ่งแต่เพียงกระบวนการยุติธรรม มีคดีความทีเสียทั้งเวลาและเสียทั้งเงินในการจ้างทนายดำเนินเรื่องต่างๆอีก เพราะฉะนั้นป้องกันที่ตัวเราดีที่สุดค่ะ
 
ลาไปแล้วค่ะ หวังว่าข้อมูลคงเป็นประโยชน์และถ้ามีอัพเดทขั้นตอนถัดไปเดี๋ยวมาแชร์ไว้เป็นข้อมูลให้กับเพื่อนๆสมาชิกอีกทีค่ะ ขอบคุณค่ะ
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่