กางกฎหมาย ผู้ป่วยติดเตียง ใครมีหน้าที่ดูแล? อดีตภรรยาต้องรับผิดไหม?

จากกรณีที่กำลังเป็นประเด็นในรายการ โหนกระแส เมื่อเจ้าหน้าที่กู้ภัยรับตัวชายวัย 79 ปี หรือ “ตาดำริ” ซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียงและมีแผลกดทับไปส่งโรงพยาบาล แต่เมื่อรักษาแล้วนำกลับมาส่งที่บ้าน กลับถูกหญิงวัย 77 ปีปฏิเสธไม่รับตัวกลับมาดูแล  

   เรื่องนี้จึงเกิดคำถามขึ้นมาว่า
    ถ้าคนป่วยไม่มีคนดูแล แล้วใครมีหน้าที่ตามกฎหมาย?  และที่สำคัญคือ อดีตภรรยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส ต้องรับผิดชอบหรือไม่?

👴 ย้อนเรื่อง “ตาดำริ” กันก่อน
   - หญิงวัย 77 ปี หรือที่ในรายการเรียกว่า “มะ” เล่าว่า ในอดีตเคยใช้ชีวิตคู่กับตาดำริ
   - ทั้งคู่แต่งงานกันตามประเพณีเมื่อปี 2528 แต่ ไม่ได้จดทะเบียนสมรส และไม่มีลูกด้วยกัน
   - ต่อมาแยกทางกันตั้งแต่ปี 2551 และไม่ได้ใช้ชีวิตร่วมกันอีก
   - ดังนั้น แม้จะเคยเป็นสามีภรรยากันในทางสังคม แต่คำถามสำคัญคือ
ในทางกฎหมาย มะยังมีหน้าที่ต้องดูแลตาดำริหรือไม่?

⚖️ มาตรา 1461 สามีภรรยาต้องดูแลกัน
   - ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1461 ระบุว่า “สามีภริยาต้องช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูกันตามความสามารถและฐานะของตน”
   - ดังนั้น คู่สมรสที่มีสถานะเป็นสามีภรรยาตามกฎหมาย ย่อมมีหน้าที่ช่วยเหลืออุปการะกัน
   - แต่กรณีของมะกับตาดำริแตกต่างออกไป เพราะจากข้อมูลในรายการ ทั้งคู่ ไม่ได้จดทะเบียนสมรส และแยกทางกันมานานแล้ว
   - จึงเป็นเหตุที่ทนายแก้วอธิบายว่า มะไม่ได้มีสถานะเป็นภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมายของตาดำริ และจึงไม่ได้มีหน้าที่อุปการะเลี้ยงดูในฐานะคู่สมรส
   - อย่างไรก็ตาม การจะวินิจฉัยความรับผิดทางกฎหมายในคดีจริง ต้องพิจารณาข้อเท็จจริงและเอกสารที่เกี่ยวข้องเป็นรายกรณี

🚨 แล้วถ้าปล่อยผู้ป่วยไว้ จะผิดกฎหมายไหม?
   - อีกมาตราที่ถูกพูดถึงคือ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 307
   - มาตรานี้เกี่ยวกับกรณีบุคคลที่ มีหน้าที่ตามกฎหมายหรือตามสัญญาในการดูแลผู้ซึ่งพึ่งตนเองไม่ได้ แล้วทอดทิ้งบุคคลนั้นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่ชีวิตหรือร่างกาย
   - โทษคือ  จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
   - จุดสำคัญจึงไม่ได้อยู่แค่ว่า “รู้จักกับคนป่วยหรือเคยอยู่ด้วยกันหรือไม่?”
   - แต่ต้องดูด้วยว่า บุคคลนั้นมี “หน้าที่ตามกฎหมายหรือตามสัญญา” ในการดูแลหรือไม่
  ในกรณีที่นำเสนอในรายการ ทนายแก้วจึงอธิบายว่า มะไม่มีหน้าที่ดังกล่าวจากสถานะความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นในอดีต

🏠 แล้วถ้าเป็นภรรยาที่จดทะเบียนสมรสล่ะ?
      กรณีนี้ต่างกัน
   - หากยังมีสถานะเป็น คู่สมรสโดยชอบด้วยกฎหมาย มาตรา 1461 กำหนดหน้าที่ให้สามีและภรรยาช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูกันตามความสามารถและฐานะ
   - ดังนั้น หากมีหน้าที่ตามกฎหมายอยู่แล้ว การทอดทิ้งผู้ที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้อาจมีประเด็นทางกฎหมายตามมาได้
แต่ก็ไม่ควรสรุปง่าย ๆ ว่า  “ภรรยาไม่ดูแล = ติดคุกทันที”
   - เพราะมาตรา 307 ยังต้องพิจารณาว่าบุคคลนั้นมีหน้าที่ดูแลตามกฎหมายหรือตามสัญญาหรือไม่ และมีพฤติการณ์เข้าข่ายองค์ประกอบความผิดครบถ้วนหรือเปล่า

🏛️ ถ้าไม่มีครอบครัวดูแล แล้วทำอย่างไร?
    - ตรงนี้น่าสนใจมาก เพราะประเทศไทยมีระบบช่วยเหลือผู้สูงอายุที่ถูกทอดทิ้งหรือไม่มีผู้ดูแล
   - พระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546 มาตรา 11 กำหนดสิทธิของผู้สูงอายุหลายด้าน รวมถึง
      การช่วยเหลือผู้สูงอายุที่ถูกทอดทิ้ง
      การจัดที่พักอาศัย อาหาร และเครื่องนุ่งห่มตามความจำเป็น
      การให้บริการด้านการแพทย์และสาธารณสุข
      การให้คำแนะนำและช่วยเหลือด้านปัญหาครอบครัว
      การได้รับเบี้ยยังชีพตามหลักเกณฑ์
   - กรมกิจการผู้สูงอายุระบุด้วยว่า ผู้สูงอายุที่ถูกทอดทิ้งหรือไม่มีผู้ดูแลสามารถเข้าสู่กระบวนการขอความช่วยเหลือด้านที่พักอาศัยและสวัสดิการได้
   - ดังนั้น หากเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ สิ่งที่ควรทำไม่ใช่การนำผู้ป่วยไปทิ้งไว้หน้าบ้านญาติ แต่ควรประสาน โรงพยาบาล หน่วยงานท้องถิ่น พม. หรือหน่วยงานด้านสังคมสงเคราะห์ เพื่อประเมินและจัดแนวทางช่วยเหลือ

🤔 สรุปง่าย ๆ แล้ว “ใครต้องดูแลตาดำริ?”
        1. อดีตภรรยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส
           ➡️ จากข้อเท็จจริงที่นำเสนอ ไม่ได้มีหน้าที่ในฐานะคู่สมรสตามมาตรา 1461
        2. คู่สมรสที่ยังจดทะเบียนสมรสอยู่
           ➡️ มีหน้าที่ช่วยเหลืออุปการะกันตามมาตรา 1461 แต่ความรับผิดทางอาญาต้องพิจารณาองค์ประกอบของแต่ละกรณี
        3. ลูกหรือญาติ
           ➡️ ต้องพิจารณาความสัมพันธ์และหน้าที่ตามกฎหมายเป็นรายกรณี ไม่ใช่ว่า “เป็นญาติ = ต้องรับผู้ป่วยกลับบ้าน” เสมอไป
        4. ถ้าไม่มีผู้ดูแล
           ➡️ สามารถประสานโรงพยาบาล พม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเข้าสู่กระบวนการช่วยเหลือผู้สูงอายุที่ถูกทอดทิ้งหรือไม่มีผู้ดูแลได้

อ้างอิงข้อมูล dop   dop   dop  honekrasae  


แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่