สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวพันทิปที่รักการนอนทุกท่าน โดยเฉพาะชาวนกฮูกกลางคืน หรือใครที่แค่คิดว่าพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าก็รู้สึกเหมือนพลังชีวิตหดหายไปครึ่งนึงแล้วบ้างไหมครับ? ผมนี่แหยงกับเสียงนาฬิกาปลุกมาตั้งแต่เด็ก รู้สึกเหมือนมันกำลังกระชากวิญญาณออกจากร่างทุกเช้าเลยครับ
หลายคนอาจจะคิดว่าเราขี้เกียจครับ แต่จริงๆ แล้วมันอาจจะไม่ใช่ความผิดของเราโดยสมบูรณ์ครับ! เคยได้ยินเรื่อง "Bio-clock" หรือนาฬิกาชีวิตไหมครับ? มันคือจังหวะธรรมชาติของร่างกายเราที่กำหนดว่าช่วงไหนเราควรกระปรี้กระเปร่า ช่วงไหนควรง่วง ช่วงไหนควรตื่นครับ และเจ้า Bio-clock ของแต่ละคนเนี่ย มันดันไม่เหมือนกันเป๊ะๆ ครับ
โลกนี้แบ่งคนออกเป็น 3 ไทป์หลักๆ ครับ
นกเช้า (Lark) พวกที่ตื่นเช้าตรู่ได้สบายๆ ตื่นมาสดชื่น พร้อมทำงานตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง พลังเยอะสุดๆ ช่วงเช้า และมักจะง่วงเร็วครับ
นกฮูก (Owl) นี่คือพวกเราเลยครับ! ตื่นเช้าได้ก็บุญแล้ว ง่วงเหงาหาวนอนช่วงเช้า พลังชีวิตจะมาช่วงบ่ายๆ เย็นๆ หรือแม้กระทั่งกลางคืน และมักจะนอนดึกครับ
นกฮัมมิ่งเบิร์ด (Hummingbird) พวกนี้จะอยู่ตรงกลางครับ ไม่ได้สุดโต่งไปทางไหนมากนัก ปรับตัวได้ดีในระดับหนึ่งครับ
แล้วคุณล่ะ เป็นไทป์ไหนครับ? ลองสังเกตตัวเองดูว่าวันหยุดที่คุณไม่ต้องตั้งนาฬิกาปลุก คุณตื่นกี่โมง? และช่วงเวลาไหนของวันที่คุณรู้สึกมีพลังที่สุด? นั่นแหละครับ Bio-clock ที่แท้จริงของคุณ
ปัญหาคือ ระบบการทำงานส่วนใหญ่ของโลกนี้มันถูกออกแบบมาให้เหมาะกับ "นกเช้า" ครับ! ทำงาน 9 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็นเนี่ย มันคือนรกสำหรับชาวนกฮูกอย่างเราชัดๆ ครับ ตื่นเช้ามาสมองเบลอ ทำงานไม่ได้เต็มที่ บางทีต้องอาศัยกาแฟ 3 แก้วกว่าจะเริ่มรันเครื่องได้ครับ พอบ่ายๆ เย็นๆ สมองเริ่มแล่นดีแล้ว ดันหมดเวลาทำงานซะงั้นครับ! เสียดายพลังสมองที่ใช้ไม่คุ้มค่าใช่ไหมครับ?
แล้วเราจะทำยังไงดีครับ ถ้าเราอยากจะปรับชีวิตให้เข้ากับ Bio-clock ของเรามากขึ้น? ผมมีวิธีเด็ดๆ มาฝากครับ
1. รู้เขารู้เรา ทำความเข้าใจ Bio-clock ของตัวเองก่อน
อย่างที่บอกไปครับ ลองสังเกตพฤติกรรมการนอนและการตื่นของคุณในวันหยุดที่ปราศจากภาระผูกพันครับ นั่นคือจังหวะที่แท้จริงของคุณครับ
2. คุยกับหัวหน้าของคุณ เปลี่ยนเวลาทำงานให้ยืดหยุ่นขึ้น
เรื่องนี้อาจจะดูยาก แต่จริงๆ แล้วหลายบริษัทก็เริ่มเปิดใจมากขึ้นครับ ลองนำเสนอว่าถ้าคุณได้เริ่มงานช้าลงหน่อย แต่คุณจะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น งานจะออกมาดีขึ้น ลองอธิบายให้เห็นถึงประโยชน์ที่บริษัทจะได้รับครับ
เสนอโซลูชัน อย่าแค่ไปบอกว่า "หนู/ผมอยากตื่นสาย" ครับ แต่ให้เสนอวิธีแก้ปัญหา เช่น "ถ้าผม/ดิฉันได้เริ่มงาน 10 โมงเช้า ผม/ดิฉันจะสามารถโฟกัสงานได้ดีขึ้นและส่งงานได้เร็วขึ้น เพราะสมองจะตื่นตัวเต็มที่ช่วงนั้นครับ"
เน้นผลลัพธ์ แสดงให้เห็นว่าเวลาเข้างานไม่ได้สำคัญเท่ากับผลงานครับ ว่าคุณสามารถสร้างผลงานที่ดีเยี่ยมได้แม้จะทำงานในเวลาที่แตกต่างจากคนอื่นครับ
3. จัดการตารางงานให้เข้ากับพลังงานสูงสุดของคุณ
ถ้าคุณเป็นนกฮูกที่สมองแล่นช่วงบ่าย ให้เอาประชุมที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ หรืองานที่ต้องใช้สมาธิสูงๆ ไปไว้ช่วงบ่ายครับ ส่วนงานเบาๆ หรือตอบอีเมลต่างๆ ไว้ทำตอนเช้าที่สมองยังไม่ค่อยตื่นตัวเต็มที่ครับ มันช่วยได้เยอะจริงๆ ครับ
4. ปรับสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการเปลี่ยน
แสงสว่าง สำหรับชาวนกฮูกที่อยากตื่นเช้าขึ้นหน่อย ลองใช้ไฟสว่างจ้าในตอนเช้า หรือออกไปรับแสงแดดอ่อนๆ จะช่วยปรับนาฬิกาชีวิตได้ครับ
หลีกเลี่ยงแสงสีฟ้า ก่อนนอน ควรงดเล่นมือถือ แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ อย่างน้อย 1-2 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนเมลาโทนินที่ช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้นครับ
การที่เราได้ทำงานในเวลาที่สอดคล้องกับ Bio-clock ของตัวเองเนี่ย มันไม่ใช่แค่เรื่องความสบายนะครับ แต่มันคือการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดความเครียด และทำให้เรามีความสุขกับชีวิตมากขึ้นด้วยครับ ลองจินตนาการดูสิครับ ตื่นมาแบบสดชื่น ไม่ต้องฝืนตัวเอง แล้วทำงานได้อย่างเต็มศักยภาพตลอดวัน มันจะฟินแค่ไหนครับ?
สุดท้ายนี้ ผมอยากให้ทุกคนลองฟังเสียงร่างกายของตัวเองให้มากขึ้นครับ อย่าปล่อยให้สังคมหรือระบบงานมากำหนดว่าคุณควรจะมีพลังงานช่วงไหนของวันครับ การเข้าใจและปรับใช้ Bio-clock ของตัวเอง คือกุญแจสำคัญสู่ชีวิตการทำงานที่มีความสุขและประสบความสำเร็จครับ ลองเอาไปปรับใช้กันดูนะครับ แล้วจะรู้ว่าการตื่นสาย (หรือทำงานในเวลาที่ใช่) ก็รวยได้ครับ!
ตื่นเช้าทรมานกาย? มาจูน Bio-clock ให้ชีวิตแฮปปี้ ทำงานเทพได้แบบไม่ต้องฝืน! ครับ
หลายคนอาจจะคิดว่าเราขี้เกียจครับ แต่จริงๆ แล้วมันอาจจะไม่ใช่ความผิดของเราโดยสมบูรณ์ครับ! เคยได้ยินเรื่อง "Bio-clock" หรือนาฬิกาชีวิตไหมครับ? มันคือจังหวะธรรมชาติของร่างกายเราที่กำหนดว่าช่วงไหนเราควรกระปรี้กระเปร่า ช่วงไหนควรง่วง ช่วงไหนควรตื่นครับ และเจ้า Bio-clock ของแต่ละคนเนี่ย มันดันไม่เหมือนกันเป๊ะๆ ครับ
โลกนี้แบ่งคนออกเป็น 3 ไทป์หลักๆ ครับ
นกเช้า (Lark) พวกที่ตื่นเช้าตรู่ได้สบายๆ ตื่นมาสดชื่น พร้อมทำงานตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง พลังเยอะสุดๆ ช่วงเช้า และมักจะง่วงเร็วครับ
นกฮูก (Owl) นี่คือพวกเราเลยครับ! ตื่นเช้าได้ก็บุญแล้ว ง่วงเหงาหาวนอนช่วงเช้า พลังชีวิตจะมาช่วงบ่ายๆ เย็นๆ หรือแม้กระทั่งกลางคืน และมักจะนอนดึกครับ
นกฮัมมิ่งเบิร์ด (Hummingbird) พวกนี้จะอยู่ตรงกลางครับ ไม่ได้สุดโต่งไปทางไหนมากนัก ปรับตัวได้ดีในระดับหนึ่งครับ
แล้วคุณล่ะ เป็นไทป์ไหนครับ? ลองสังเกตตัวเองดูว่าวันหยุดที่คุณไม่ต้องตั้งนาฬิกาปลุก คุณตื่นกี่โมง? และช่วงเวลาไหนของวันที่คุณรู้สึกมีพลังที่สุด? นั่นแหละครับ Bio-clock ที่แท้จริงของคุณ
ปัญหาคือ ระบบการทำงานส่วนใหญ่ของโลกนี้มันถูกออกแบบมาให้เหมาะกับ "นกเช้า" ครับ! ทำงาน 9 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็นเนี่ย มันคือนรกสำหรับชาวนกฮูกอย่างเราชัดๆ ครับ ตื่นเช้ามาสมองเบลอ ทำงานไม่ได้เต็มที่ บางทีต้องอาศัยกาแฟ 3 แก้วกว่าจะเริ่มรันเครื่องได้ครับ พอบ่ายๆ เย็นๆ สมองเริ่มแล่นดีแล้ว ดันหมดเวลาทำงานซะงั้นครับ! เสียดายพลังสมองที่ใช้ไม่คุ้มค่าใช่ไหมครับ?
แล้วเราจะทำยังไงดีครับ ถ้าเราอยากจะปรับชีวิตให้เข้ากับ Bio-clock ของเรามากขึ้น? ผมมีวิธีเด็ดๆ มาฝากครับ
1. รู้เขารู้เรา ทำความเข้าใจ Bio-clock ของตัวเองก่อน
อย่างที่บอกไปครับ ลองสังเกตพฤติกรรมการนอนและการตื่นของคุณในวันหยุดที่ปราศจากภาระผูกพันครับ นั่นคือจังหวะที่แท้จริงของคุณครับ
2. คุยกับหัวหน้าของคุณ เปลี่ยนเวลาทำงานให้ยืดหยุ่นขึ้น
เรื่องนี้อาจจะดูยาก แต่จริงๆ แล้วหลายบริษัทก็เริ่มเปิดใจมากขึ้นครับ ลองนำเสนอว่าถ้าคุณได้เริ่มงานช้าลงหน่อย แต่คุณจะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น งานจะออกมาดีขึ้น ลองอธิบายให้เห็นถึงประโยชน์ที่บริษัทจะได้รับครับ
เสนอโซลูชัน อย่าแค่ไปบอกว่า "หนู/ผมอยากตื่นสาย" ครับ แต่ให้เสนอวิธีแก้ปัญหา เช่น "ถ้าผม/ดิฉันได้เริ่มงาน 10 โมงเช้า ผม/ดิฉันจะสามารถโฟกัสงานได้ดีขึ้นและส่งงานได้เร็วขึ้น เพราะสมองจะตื่นตัวเต็มที่ช่วงนั้นครับ"
เน้นผลลัพธ์ แสดงให้เห็นว่าเวลาเข้างานไม่ได้สำคัญเท่ากับผลงานครับ ว่าคุณสามารถสร้างผลงานที่ดีเยี่ยมได้แม้จะทำงานในเวลาที่แตกต่างจากคนอื่นครับ
3. จัดการตารางงานให้เข้ากับพลังงานสูงสุดของคุณ
ถ้าคุณเป็นนกฮูกที่สมองแล่นช่วงบ่าย ให้เอาประชุมที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ หรืองานที่ต้องใช้สมาธิสูงๆ ไปไว้ช่วงบ่ายครับ ส่วนงานเบาๆ หรือตอบอีเมลต่างๆ ไว้ทำตอนเช้าที่สมองยังไม่ค่อยตื่นตัวเต็มที่ครับ มันช่วยได้เยอะจริงๆ ครับ
4. ปรับสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการเปลี่ยน
แสงสว่าง สำหรับชาวนกฮูกที่อยากตื่นเช้าขึ้นหน่อย ลองใช้ไฟสว่างจ้าในตอนเช้า หรือออกไปรับแสงแดดอ่อนๆ จะช่วยปรับนาฬิกาชีวิตได้ครับ
หลีกเลี่ยงแสงสีฟ้า ก่อนนอน ควรงดเล่นมือถือ แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ อย่างน้อย 1-2 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนเมลาโทนินที่ช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้นครับ
การที่เราได้ทำงานในเวลาที่สอดคล้องกับ Bio-clock ของตัวเองเนี่ย มันไม่ใช่แค่เรื่องความสบายนะครับ แต่มันคือการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดความเครียด และทำให้เรามีความสุขกับชีวิตมากขึ้นด้วยครับ ลองจินตนาการดูสิครับ ตื่นมาแบบสดชื่น ไม่ต้องฝืนตัวเอง แล้วทำงานได้อย่างเต็มศักยภาพตลอดวัน มันจะฟินแค่ไหนครับ?
สุดท้ายนี้ ผมอยากให้ทุกคนลองฟังเสียงร่างกายของตัวเองให้มากขึ้นครับ อย่าปล่อยให้สังคมหรือระบบงานมากำหนดว่าคุณควรจะมีพลังงานช่วงไหนของวันครับ การเข้าใจและปรับใช้ Bio-clock ของตัวเอง คือกุญแจสำคัญสู่ชีวิตการทำงานที่มีความสุขและประสบความสำเร็จครับ ลองเอาไปปรับใช้กันดูนะครับ แล้วจะรู้ว่าการตื่นสาย (หรือทำงานในเวลาที่ใช่) ก็รวยได้ครับ!