สวัสดีค่ะ ต้องเกริ่นก่อนว่าเราเป็นเด็กจบใหม่พึ่งได้งาน อายุงาน 2 เดือนยังไม่พ้นโปร (4 เดือน) แต่ต้องยอมรับว่าเงินเบสเงินเดือนเราค่อนข้างสูง(มั้ยนะ 555) คือถ้าเทียบกับเด็กจบใหม่ด้วยกันน่ะค่ะ เบสอยู่ที่ 35k แต่ถ้าบวกสวัสดิการต่างๆ รวมก็ได้ประมาณ 40k มีหนี้ติดตัวหลังเรียนจบก็เป็นกยศ. ประมาณ 400k และหนี้ครอบครัวที่ไปยืมญาติมา เราสมัครใจจ่ายให้เองเพราะตอนยืมมาเราก็ใช้เงินส่วนนั้นด้วย ประมาณ 50k แต่ฝั่งญาติเขาไม่ได้อะไรกับเรามาก มีก็คืนครั้งละเท่าไหร่ก็ได้ ขอแค่คืนไม่หนี และมีหนี้ที่เราไปยืมพี่สาวมาเป็นค่าใช้จ่ายตอนย้ายมาทำงาน ค่าหอพักต่างๆ นานา 10k จ่ายคืนตอนนี้เหลือ 3k ค่ะ เราไม่ได้อยู่กับครอบครัว (พ่อ อายุมากแแล้วค่ะ 70 กว่าแล้ว) ซึ่งท่านก็อายุมากแล้วก็ไม่อยากให้ท่านอยู่คนเดียวแต่จะให้ย้ายมาอยู่หอพักคนเดียวก็คงไม่ได้ ส่วนพี่สาวเราก็อยู่คนละจังหวัด คนละภาคเลยค่ะ ซึ่งพ่อเราก็มีบ่นๆ ว่าเหงาบ้างแต่เราก็ทำอะไรไม่ได้พยายามโทรคุยให้ท่านไม่เหงา ส่วนบ้านที่พ่อเราอยู่ตอนนี้เป็นบ้านที่ยังผ่อนไม่หมด แม่เราเป็นคนกู้ซื้อบ้านค่ะ แต่ผ่อนไม่ไหว ตอนนี้เรื่องก็น่าจะไปถึงศาลแล้ว ซึ่งเจ้าตัว (แม่) ก็ไม่ได้อยู่บ้านหลังนั้นแล้วค่ะ เหมือนปล่อยเลยตามเลย ไปอยู่จังหวัดอื่นและทำงานกับเพื่อนค่ะ ซึ่งเราก็ปล่อยไป เพราะเราเองก็ค่อนข้างเอือมระอากับพฤติกรรมการใช้เงินของแม่เราเองเหมือนกัน จะมองว่าอกตัญญูก็ได้ แต่ตลอดชีวิตเรามาตั้งแต่จำความได้ เรื่องเงินกับแม่เราคือไม่ได้จริงๆ เคยช่วยเขาที่ไปกู้หนี้นอกระบบมา สุดท้ายก็ไม่จบไปกู้มาอีก ให้เหตุผลแค่ว่าหมุนเงินไม่ทัน
เข้าเรื่องเลยก็คือพอเราเรียนจบได้งานทำ พอพี่สาวเรารู้ว่าเราได้งานเขาก็พูดขึ้นมาว่า เนี่ยถ้าทำงานครบ 6 เดือน เดี๋ยวยื่นกู้ซื้อบ้านเลย ให้ไปอยู่จังหวัดเดียวกับเขา แล้วให้พ่อเราไปอยู่บ้านที่เราซื้อ แล้วเดี๋ยวพี่สาวจะไปช่วยดูแลพ่อเราให้ ซึ่งก่อนหน้านี้พี่สาวเราก็มีพูดเปรยๆ เรื่องนี้มาบ้างแล้ว ส่วนพ่อเราก็พูดเหมือนกัน แต่ออกแนวขำๆ ไม่จริงจัง แต่ตอนนี้พอเราทำงานมาได้ 2 เดือน พี่สาวเราเขาก็ชอบโทรมาคุยบ้างก็ไม่พ้นเรื่องซื้อบ้าน ในแชทก็ส่งโครงการบ้านทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม ราคาอยู่ในช่วง 1.8 ล้าน ถึง 2.5 ล้าน (ซึ่งเจ้าตัวก็บอกว่าถ้ากู้เกินราคาบ้านก็กู้ไปเลย เอามาตกแต่งบ้าน ดังนั้นงบอาจจะบานปลายกว่านี้) แล้วก็ชอบพูดประมาณว่าถ้าเรากู้ซื้อตอนอายุน้อยยิ่งผ่อนน้อยเพราะจำนวนปีผ่อนเราเยอะ ซึ่งมันก็จริงนั่นแหละค่ะ แต่ยังไงเราก็รู้สึกว่ามันเร็วไปอยู่ดี สำหรับคนที่อายุ 23 ปี เรายังไม่อยากมีหนี้ก้อนใหญ่ทันทีที่เริ่มทำงาน แล้วถ้าเราซื้อ เราก็ไม่ได้ไปอยู่บ้านหลังนั้น เพราะที่ทำงาน กับจังหวัดที่พี่สาวเราอยู่ก็คนละจังหวัด กลายเป็นเราต้องจ่ายทั้งค่าหอพักและผ่อนบ้านไปพร้อมๆ กัน และให้ค่าใช้จ่ายรายเดือนของพ่อ รวมค่าน้ำ-ไฟ เน็ตของที่บ้านพ่ออีก ซึ่งเราว่ามันหนักเกินไป ในใจเราก็คิดว่าน้อยใจเหมือนกันว่าพี่สาวไม่เห็นช่วยเรื่องค่าใช้จ่ายของพ่อบ้างเลย มีโอนให้ท่านบ้างเดือนละ 1000 แต่ถ้าเดือนไหนชนเดือนเขาก็ไม่ให้ ซึ่งพอพี่เรารู้ว่าเราได้งานมีเงินเดือน ก็ไม่ค่อยโอนให้พ่อเราแล้ว กลายเป็นเราดูแลเรื่องนี้คนเดียว ส่วนอีกเรื่องคือ พี่สาวเรามีบ้านค่ะ กำลังผ่อนเหมือนกัน ตอนแรกเราก็คิดว่าพอดีเลยงั้นให้พ่อไปอยู่ที่บ้านพี่สาวแล้วค่าใช้จ่ายต่างๆ เราก็ช่วยออกให้ แต่เหตุผลที่พี่สาวเราให้กลับมาคือ บ้านไม่มีห้องนอนเหลือ เพราะห้องที่เหลือเอาไปเก็บของหมดแล้ว ของเยอะมาก ไม่รู้จะจัดการยังไง นั่นคือสิ่งที่พี่เราบอกมา เราก็เออๆออๆ ไป แต่ก็คิดในใจอีกเช่นกัน (😂) ว่าถ้าให้เราต้องกู้ซื้อบ้าน ราคาเป็นล้าน กับพี่ที่แค่เคลียร์ห้องเนี่ย การเคลียร์มันดูจะเป็นทางออกที่ง่ายกว่าไหมนะ
นั่นแหละค่ะ คือทั้งหมดที่เราอยากเล่า เรียกว่ามาระบายดีกว่าค่ะ 555 แต่ต่อให้เวลาคิดนานแค่ไหน ยังไงสำหรับเราก็คิดว่ายังไม่พร้อมค่ะ พึ่งทำงาน เงินเก็บก็ยังไม่มี มีหนี้ติดตัวเต็มไปหมด ไม่มีทรัพสินเป็นของตัวเองเลย รถยนต์ มอไซค์ ก็ไม่มี คือเรียกว่าตัวโล่งๆ เลยค่ะ 555 แต่ก็ไม่อยากให้พ่ออยู่คนเดียวไม่มีคนดูแล ส่วนพี่สาวเราคุยกันทีก็เรื่องบ้าน ซื้อบ้าน ไม่อยากจะคิดว่าว่าถ้าครบ 6 เดือนตามที่เขาบอก อาการมันจะหนักยิ่งกว่านี้ไหม
แก้ไขเนื้อหาเพิ่มเติม: ขอบคุณพี่ๆ ทุกคนที่มาช่วยเตือนสติเรานะคะ เราเห็นด้วยกับทุกคนค่ะ คือไม่คิดจะกู้ซื้อบ้าน ก่อนจะเขียนกท.นี้ก็มีความลังเลใจเล็กน้อย แต่หลังจากอ่านความคิดเห็นของหลายๆ ท่านแล้ว ความลังเลไม่มีแล้วค่ะ ขอบคุณมากค่ะ ส่วนหนี้กยศ.เรามีความตั้งใจจะใช้คืนทุกบาททุกสตางค์อยู่แล้วค่ะ ไม่เบี้ยวแน่นอน
เป็นเด็กจบใหม่ โดนครอบครัวพูดเป่าหูให้กู้ซื้อบ้าน ทำยังไงดีคะ
เข้าเรื่องเลยก็คือพอเราเรียนจบได้งานทำ พอพี่สาวเรารู้ว่าเราได้งานเขาก็พูดขึ้นมาว่า เนี่ยถ้าทำงานครบ 6 เดือน เดี๋ยวยื่นกู้ซื้อบ้านเลย ให้ไปอยู่จังหวัดเดียวกับเขา แล้วให้พ่อเราไปอยู่บ้านที่เราซื้อ แล้วเดี๋ยวพี่สาวจะไปช่วยดูแลพ่อเราให้ ซึ่งก่อนหน้านี้พี่สาวเราก็มีพูดเปรยๆ เรื่องนี้มาบ้างแล้ว ส่วนพ่อเราก็พูดเหมือนกัน แต่ออกแนวขำๆ ไม่จริงจัง แต่ตอนนี้พอเราทำงานมาได้ 2 เดือน พี่สาวเราเขาก็ชอบโทรมาคุยบ้างก็ไม่พ้นเรื่องซื้อบ้าน ในแชทก็ส่งโครงการบ้านทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม ราคาอยู่ในช่วง 1.8 ล้าน ถึง 2.5 ล้าน (ซึ่งเจ้าตัวก็บอกว่าถ้ากู้เกินราคาบ้านก็กู้ไปเลย เอามาตกแต่งบ้าน ดังนั้นงบอาจจะบานปลายกว่านี้) แล้วก็ชอบพูดประมาณว่าถ้าเรากู้ซื้อตอนอายุน้อยยิ่งผ่อนน้อยเพราะจำนวนปีผ่อนเราเยอะ ซึ่งมันก็จริงนั่นแหละค่ะ แต่ยังไงเราก็รู้สึกว่ามันเร็วไปอยู่ดี สำหรับคนที่อายุ 23 ปี เรายังไม่อยากมีหนี้ก้อนใหญ่ทันทีที่เริ่มทำงาน แล้วถ้าเราซื้อ เราก็ไม่ได้ไปอยู่บ้านหลังนั้น เพราะที่ทำงาน กับจังหวัดที่พี่สาวเราอยู่ก็คนละจังหวัด กลายเป็นเราต้องจ่ายทั้งค่าหอพักและผ่อนบ้านไปพร้อมๆ กัน และให้ค่าใช้จ่ายรายเดือนของพ่อ รวมค่าน้ำ-ไฟ เน็ตของที่บ้านพ่ออีก ซึ่งเราว่ามันหนักเกินไป ในใจเราก็คิดว่าน้อยใจเหมือนกันว่าพี่สาวไม่เห็นช่วยเรื่องค่าใช้จ่ายของพ่อบ้างเลย มีโอนให้ท่านบ้างเดือนละ 1000 แต่ถ้าเดือนไหนชนเดือนเขาก็ไม่ให้ ซึ่งพอพี่เรารู้ว่าเราได้งานมีเงินเดือน ก็ไม่ค่อยโอนให้พ่อเราแล้ว กลายเป็นเราดูแลเรื่องนี้คนเดียว ส่วนอีกเรื่องคือ พี่สาวเรามีบ้านค่ะ กำลังผ่อนเหมือนกัน ตอนแรกเราก็คิดว่าพอดีเลยงั้นให้พ่อไปอยู่ที่บ้านพี่สาวแล้วค่าใช้จ่ายต่างๆ เราก็ช่วยออกให้ แต่เหตุผลที่พี่สาวเราให้กลับมาคือ บ้านไม่มีห้องนอนเหลือ เพราะห้องที่เหลือเอาไปเก็บของหมดแล้ว ของเยอะมาก ไม่รู้จะจัดการยังไง นั่นคือสิ่งที่พี่เราบอกมา เราก็เออๆออๆ ไป แต่ก็คิดในใจอีกเช่นกัน (😂) ว่าถ้าให้เราต้องกู้ซื้อบ้าน ราคาเป็นล้าน กับพี่ที่แค่เคลียร์ห้องเนี่ย การเคลียร์มันดูจะเป็นทางออกที่ง่ายกว่าไหมนะ
นั่นแหละค่ะ คือทั้งหมดที่เราอยากเล่า เรียกว่ามาระบายดีกว่าค่ะ 555 แต่ต่อให้เวลาคิดนานแค่ไหน ยังไงสำหรับเราก็คิดว่ายังไม่พร้อมค่ะ พึ่งทำงาน เงินเก็บก็ยังไม่มี มีหนี้ติดตัวเต็มไปหมด ไม่มีทรัพสินเป็นของตัวเองเลย รถยนต์ มอไซค์ ก็ไม่มี คือเรียกว่าตัวโล่งๆ เลยค่ะ 555 แต่ก็ไม่อยากให้พ่ออยู่คนเดียวไม่มีคนดูแล ส่วนพี่สาวเราคุยกันทีก็เรื่องบ้าน ซื้อบ้าน ไม่อยากจะคิดว่าว่าถ้าครบ 6 เดือนตามที่เขาบอก อาการมันจะหนักยิ่งกว่านี้ไหม
แก้ไขเนื้อหาเพิ่มเติม: ขอบคุณพี่ๆ ทุกคนที่มาช่วยเตือนสติเรานะคะ เราเห็นด้วยกับทุกคนค่ะ คือไม่คิดจะกู้ซื้อบ้าน ก่อนจะเขียนกท.นี้ก็มีความลังเลใจเล็กน้อย แต่หลังจากอ่านความคิดเห็นของหลายๆ ท่านแล้ว ความลังเลไม่มีแล้วค่ะ ขอบคุณมากค่ะ ส่วนหนี้กยศ.เรามีความตั้งใจจะใช้คืนทุกบาททุกสตางค์อยู่แล้วค่ะ ไม่เบี้ยวแน่นอน