สวัสดีค่ะ วันนี้มีเรื่องอยากมาเล่าและระบาย ซึ่งเป็นเรื่องที่ค้างในใจเราและอยากได้ความคิดเห็นหรือข้อแนะนำจากทุกๆ คนที่ผ่านมาเจอกระทู้นี้นะคะ
เราคบกับแฟนมาปีนี้จะ 12 ปีค่ะ คบกันตั้งแต่มหาลัยเรียนจบมาหลายปีก็ยังคบกันอยู่ ซื้อบ้านด้วยกัน เงินเดือนดีทั้งคู่ 2 คนร่วมแสนค่ะ ชีวิตดีอยากกินอะไรก็ได้กิน มีเงินใช้ แต่ไม่มีความสุขเลยค่ะ เราคบกับแฟนมานาน อยู่บ้านด้วยกัน แต่ไม่ได้แต่งงานกันหรือจดทะเบียนนะคะ ก็อยู่กันไปเรื่อยๆ เราก็มีพูดเรื่องอยากเก็บเงินแต่งงานบ้าง แต่เค้าก็ดูไม่ค่อยอินเท่าไร จนเราบังคับให้เปิดบัญชีคู่ เพื่อจะได้ออมเท่ากันทุกเดือน ซึ่งเค้ามีออมบ้าง เดือนไหนไม่พอเค้าก็บอกว่าไม่ออม เราก็จะไม่ออมด้วย (คือความรู้สึกเราเองนะคะ เค้าก็ไม่ได้จริงจังอยากจะออมขนาดนั้น ชื่อบัญชีเป็นชื่อคู่นะคะ) หลังๆ มาเค้าก็ไม่ได้ใส่ใจเราขนาดนั้น อยู่บ้านเดียวกัน แต่ไม่เคยนั่งกินข้าวพร้อมกัน แยกกันกิน นอนคนละห้อง (อยู่ดีๆ เค้าย้ายไปนอนอีกห้องเอง เราก็ไม่ได้ว่าอะไร แรกๆ แค่แปลกๆ แต่ก็ชินในที่สุด และรู้สึกว่าก็อิสระดี) เจอกันแค่ตื่นเช้าแต่งตัวไปทำงานพร้อมกัน เลิกงานมาก็แยกย้ายห้องใครห้องมัน วนอยู่แบบนี้ประมาณ 2 ปี เราก็ชิน รู้สึกเฉยๆ แต่เรามีอาการซึมเศร้า บางทีดึกๆ ก็แอบนอนร้องไห้คนเดียว (ไม่อยากบอกเค้า เพราะรู้ว่าก็ไม่ได้ช่วยให้เรารู้สึกดีขึ้นเท่าไร เลยเลือกอยู่คนเดียวดีกว่า บางคืนก็นอนไม่หลับยันเช้า แต่ก็ไปทำงานเหมือนเดิม) เราไม่ค่อยอยากคุยกับแฟนเรา เพราะรู้สึกว่าคุยแล้วก็ทะเลาะ หรือดูมีอคติต่อคำพูดกันและกัน สุดท้ายก็พูดกันไม่ดีอยู่ดี เช่น เราไม่ได้มีเจตนาไม่ดีนะ แต่แฟนเราตีความเป็นเจตนาไม่ดี หรือเค้ารู้สึกไม่ชอบสิ่งที่เราพูด เค้าก็จะพูดไม่ดีกับเรา ประชดบ้าง แซะบ้าง โมโหขึ้นมาบ้าง เราเลยเลือกไม่ค่อยคุยดีกว่า ก็ใช้ชีวิตแบบนี้เรื่อยมา แต่เราก็คิดถึงอนาคตนะ ว่าเราจะอยู่แบบนี้จริงๆ หรอ เราอายุ 30 แล้วนะ ถ้าเราเลือกคนนี้ เราก็ต้องอยู่แบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ เราอยากได้คนที่ใส่ใจเรามากกว่านี้ ห่วงใยเรามากกว่านี้ (กับแฟนเราบางทีเราทักแชทไปเค้ายังไม่ค้อยตอบเลย555 จนหลังๆ เราก็ไม่ทักละ แบบทักไปหลาย ชม. กว่าจะตอบ หรือข้ามวัน555 เราเลยไม่ทัก แล้วมันก็ยิ่งทำให้ห่างกันไป ไม่ค่อยคุยทั้งต่อหน้าหรือในแชท) เราก็คิดว่าจะอยู่แบบนี้จริงๆ หรอ เราสามารถเจอคนที่ดีกว่านี้ ใส่ใจเรากว่านี้ได้ไหมนะ อีกอย่างอายุเยอะแล้วด้วย เอาไงดี แต่คนนี้ก็คบมานานเป็น 10 ปี จนวันนึงแฟนเก่าเราทักมา ซึ่งเค้าเป็นแฟนก่อนหน้าที่เราจะมาคบกับคนนี้ ขอเรียกแฟนที่อยู่บ้านเดียวกันว่า A และแฟนเก่าว่า B นะคะ
ก็คือ B ทักมาหาถามว่าสบายดีไหม แล้วลำพังเราก็สับสนในความสัมพันธืปัจจุบันอยู่แล้ว เราไม่เคยลืมรักเก่าเลย เพราะความรู้สึกเราเหมือนคนเก่าเราเทคแคร์ ดูแลเรา ใส่ใจดีกว่า แต่อาจจะไม่ได้มีสภาพคล่องทางการเงินเหมือนแฟนปัจจุบัน เราเลยได้ลองคุยกับแฟนเก่ามาเรื่อยๆ ยอมรับว่าอยากกลับไปคบเพราะปัจจุบันเราไม่ถูกใส่ใจ อยู่ไปแบบที่เล่า คือเรารู้สึกห่อเหี่ยว และการที่เราเป็นซึมเศร้าส่วนนึงก็มาจากคำพูดไม่ดีบ่อยๆ ของแฟน หรือคุยกันแล้วก็มีแต่ทะเลาะกัน คือ Toxic จริงๆ แต่เค้าก็มีข้อดีนะ เค้ามักบอกว่าเค้าสำรองเงินไว้ให้เราต่อเดือนเผื่อเราไม่พอใช้ตลอด วันสำคัญวันวาเลนไทน์ วันเกิด วันครบรอบ ซื้อของแพงๆ พาเราไปกินอาหารแพงๆ ตลอด (แต่สำหรับเรา เราไม่ต้องการแบบนั้น ต้องการแค่ความใส่ใจจริงๆ ซึ่งเค้าอาจจะขาดตรงนี้ไป)
ย้อนกลับมาแฟนเก่าทักมา เราก็แอบคุยมาเรื่อยๆ จนแฟนปัจจุบันจำได้ เค้าไล่เราออกจากบ้าน และโยนของเราใส่หน้าให้ออกไป แต่เอาไปมาก็เคลียร์กันแล้วอยู่ด้วยกันต่อ โดยเราบอกว่าขอให้คำตอบอีกครั้งว่าเราจะอยู่หรือไป จนสุดท้ายเราแน่ใจละว่าเราต้องเลือก เราเลยขอออกจากบ้านไปอยู่ที่อื่น ซึ่งเค้าก็ดูตกใจนะ แต่เค้าจะอีโก้พูดดูเหมือนไม่ได้รู้สึกอะไร แต่ลึกๆ เรารู้ว่าเค้าเสียใจ แล้วเราก็แยกออกมาหรือเลิกกันนั่นแหละ
เรารู้สึกโอเคนะ เราหายซึมเศร้า ไม่ต้องฟังคำพูดหรือพฤติกรรมที่เค้าดูหงุดหงิดตลอดเวลา ไม่ต้องรักษาและไม่กินยาแล้ว สุขภาพจิตเราดีขึ้น และเราก็ตกลงคบกับแฟนเก่า ซึ่งเค้าดูแลเราดีแต่อย่างที่บอกเรื่องเงินเค้าไม่ดี แต่เรายังอยากคบกับเค้า เพราะเรามองว่ามันสร้างช่วยกันได้ แต่ก็ยอมรับว่าชีวิตคู่เรื่องเงินก็สำคัญ แต่เราก็เลือกเค้า เล่ามาถึงตรงนี้และที่ระบายมาทั้งหมด ตอนนี้เราเลิกกับแฟนมา ประมาณ 5 เดือนแล้ว แต่เรายังรู้สึกผิดกับ A ไม่กล้ามีความสุขเต็มที่ทั้งๆ ที่การที่เราคบกับ B มีความสุขมาก เหมือนกับมาเป็นตัวเองอีกครั้ง เราเป็นห่วง A เพราะหลังจากเลิกกับเรา เค้าก็โดน layoff แต่ได้เงินไปหลายแสนอยู่ค่ะ และเค้าต้องผ่อนบ้านต่อ ประมาณ 20,000 ต้นๆ ทุกเดือน ล่าสุดไปโอนบ้านส่วนของเราให้เค้าเราก็ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดประมาณ 140,000 ทั้งๆ ที่เราไม่ต้องจ่ายในบางส่วนที่เป็นของเค้าก็ได้ แต่เราคิดว่าตอนเค้าซื้อเราไม่ได้ช่วยจ่ายเลย และรู้สึกผิดเลยเป็นคนออกเองในครั้งนี้ค่ะ เรากลัวเค้าไม่มีเงินผ่อนบ้านด้วย เพราะเค้ายังไม่ได้หางานเลย เราพยายามอยากจบกับเค้าดีๆ อยากรู้ความเป็นไปของเค้าว่าเค้าสบายดีใช่ไหม เพราะทั้งชีวิตที่ผ่านมามีแต่เราดูแลเค้าทั้งงานบ้าน กับข้าว เราเลิกงานมาก็ทำกับข้าวให้เค้ากินบ้าง หรืองานบ้านเราก็ทำเองทั้งหมดเค้าไม่ต้องทำอะไร และตอนออกรถด้วยกันเราก็เอาเงินบัญชีคู่มาออกค่ะ และยืมเงินเค้าบางส่วนมาโดยรับปากว่าจะคืน ซึ่งเราก็จะคืนนะคะ แต่บางคนก็บอกไม่ต้องคืน เพราะตอนคบกันเราก็มีช่วยเค้าผ่อนบ้านด้วยแต่ 1 ใน 3 ส่วนใหญ่เค้าจ่ายค่ะ และเราจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเน็ต ค่ากับข้างบ้าง แต่เราก็จะคืนค่ะจะได้ไม่ติดค้าง เพราะรับปากแล้วไม่อยากคาใจค่ะ
แต่ทีนี้เราจะ move on จากการเป็นห่วงเค้ายังไงดีคะ เศร้ามากเลยเหมือนเราเอาใจไปผูก พอชีวิตเค้าไม่ลงตัวเราก็ไม่กล้ามีความสุขเต็มที่ทั้งๆ ตอนนี้เรามีความสุขนะ แต่เพราะชีวิตเค้าไม่ลงตัว กลัวเค้าหางานไม่ได้ กลัวเค้าไม่มีเงินจ่ายค่าบ้าน เห้อ ช่วยแนะนำหรือพูดอะไรก็ได้ให้เค้า Move on หน่อยค่ะ (ในใจรู้ทั้งรู้ทั้งรู้นะคะว่าทุกคนโตแล้ว ทุกคนสามารถเอาชีวิตรอดได้ แต่เราก็เป็นห่วงเค้าอยู่นั้นค่ะ)
รักนี้ฉันทนไม่ไหวแล้ว แต่รู้สึกผิดจัง
เราคบกับแฟนมาปีนี้จะ 12 ปีค่ะ คบกันตั้งแต่มหาลัยเรียนจบมาหลายปีก็ยังคบกันอยู่ ซื้อบ้านด้วยกัน เงินเดือนดีทั้งคู่ 2 คนร่วมแสนค่ะ ชีวิตดีอยากกินอะไรก็ได้กิน มีเงินใช้ แต่ไม่มีความสุขเลยค่ะ เราคบกับแฟนมานาน อยู่บ้านด้วยกัน แต่ไม่ได้แต่งงานกันหรือจดทะเบียนนะคะ ก็อยู่กันไปเรื่อยๆ เราก็มีพูดเรื่องอยากเก็บเงินแต่งงานบ้าง แต่เค้าก็ดูไม่ค่อยอินเท่าไร จนเราบังคับให้เปิดบัญชีคู่ เพื่อจะได้ออมเท่ากันทุกเดือน ซึ่งเค้ามีออมบ้าง เดือนไหนไม่พอเค้าก็บอกว่าไม่ออม เราก็จะไม่ออมด้วย (คือความรู้สึกเราเองนะคะ เค้าก็ไม่ได้จริงจังอยากจะออมขนาดนั้น ชื่อบัญชีเป็นชื่อคู่นะคะ) หลังๆ มาเค้าก็ไม่ได้ใส่ใจเราขนาดนั้น อยู่บ้านเดียวกัน แต่ไม่เคยนั่งกินข้าวพร้อมกัน แยกกันกิน นอนคนละห้อง (อยู่ดีๆ เค้าย้ายไปนอนอีกห้องเอง เราก็ไม่ได้ว่าอะไร แรกๆ แค่แปลกๆ แต่ก็ชินในที่สุด และรู้สึกว่าก็อิสระดี) เจอกันแค่ตื่นเช้าแต่งตัวไปทำงานพร้อมกัน เลิกงานมาก็แยกย้ายห้องใครห้องมัน วนอยู่แบบนี้ประมาณ 2 ปี เราก็ชิน รู้สึกเฉยๆ แต่เรามีอาการซึมเศร้า บางทีดึกๆ ก็แอบนอนร้องไห้คนเดียว (ไม่อยากบอกเค้า เพราะรู้ว่าก็ไม่ได้ช่วยให้เรารู้สึกดีขึ้นเท่าไร เลยเลือกอยู่คนเดียวดีกว่า บางคืนก็นอนไม่หลับยันเช้า แต่ก็ไปทำงานเหมือนเดิม) เราไม่ค่อยอยากคุยกับแฟนเรา เพราะรู้สึกว่าคุยแล้วก็ทะเลาะ หรือดูมีอคติต่อคำพูดกันและกัน สุดท้ายก็พูดกันไม่ดีอยู่ดี เช่น เราไม่ได้มีเจตนาไม่ดีนะ แต่แฟนเราตีความเป็นเจตนาไม่ดี หรือเค้ารู้สึกไม่ชอบสิ่งที่เราพูด เค้าก็จะพูดไม่ดีกับเรา ประชดบ้าง แซะบ้าง โมโหขึ้นมาบ้าง เราเลยเลือกไม่ค่อยคุยดีกว่า ก็ใช้ชีวิตแบบนี้เรื่อยมา แต่เราก็คิดถึงอนาคตนะ ว่าเราจะอยู่แบบนี้จริงๆ หรอ เราอายุ 30 แล้วนะ ถ้าเราเลือกคนนี้ เราก็ต้องอยู่แบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ เราอยากได้คนที่ใส่ใจเรามากกว่านี้ ห่วงใยเรามากกว่านี้ (กับแฟนเราบางทีเราทักแชทไปเค้ายังไม่ค้อยตอบเลย555 จนหลังๆ เราก็ไม่ทักละ แบบทักไปหลาย ชม. กว่าจะตอบ หรือข้ามวัน555 เราเลยไม่ทัก แล้วมันก็ยิ่งทำให้ห่างกันไป ไม่ค่อยคุยทั้งต่อหน้าหรือในแชท) เราก็คิดว่าจะอยู่แบบนี้จริงๆ หรอ เราสามารถเจอคนที่ดีกว่านี้ ใส่ใจเรากว่านี้ได้ไหมนะ อีกอย่างอายุเยอะแล้วด้วย เอาไงดี แต่คนนี้ก็คบมานานเป็น 10 ปี จนวันนึงแฟนเก่าเราทักมา ซึ่งเค้าเป็นแฟนก่อนหน้าที่เราจะมาคบกับคนนี้ ขอเรียกแฟนที่อยู่บ้านเดียวกันว่า A และแฟนเก่าว่า B นะคะ
ก็คือ B ทักมาหาถามว่าสบายดีไหม แล้วลำพังเราก็สับสนในความสัมพันธืปัจจุบันอยู่แล้ว เราไม่เคยลืมรักเก่าเลย เพราะความรู้สึกเราเหมือนคนเก่าเราเทคแคร์ ดูแลเรา ใส่ใจดีกว่า แต่อาจจะไม่ได้มีสภาพคล่องทางการเงินเหมือนแฟนปัจจุบัน เราเลยได้ลองคุยกับแฟนเก่ามาเรื่อยๆ ยอมรับว่าอยากกลับไปคบเพราะปัจจุบันเราไม่ถูกใส่ใจ อยู่ไปแบบที่เล่า คือเรารู้สึกห่อเหี่ยว และการที่เราเป็นซึมเศร้าส่วนนึงก็มาจากคำพูดไม่ดีบ่อยๆ ของแฟน หรือคุยกันแล้วก็มีแต่ทะเลาะกัน คือ Toxic จริงๆ แต่เค้าก็มีข้อดีนะ เค้ามักบอกว่าเค้าสำรองเงินไว้ให้เราต่อเดือนเผื่อเราไม่พอใช้ตลอด วันสำคัญวันวาเลนไทน์ วันเกิด วันครบรอบ ซื้อของแพงๆ พาเราไปกินอาหารแพงๆ ตลอด (แต่สำหรับเรา เราไม่ต้องการแบบนั้น ต้องการแค่ความใส่ใจจริงๆ ซึ่งเค้าอาจจะขาดตรงนี้ไป)
ย้อนกลับมาแฟนเก่าทักมา เราก็แอบคุยมาเรื่อยๆ จนแฟนปัจจุบันจำได้ เค้าไล่เราออกจากบ้าน และโยนของเราใส่หน้าให้ออกไป แต่เอาไปมาก็เคลียร์กันแล้วอยู่ด้วยกันต่อ โดยเราบอกว่าขอให้คำตอบอีกครั้งว่าเราจะอยู่หรือไป จนสุดท้ายเราแน่ใจละว่าเราต้องเลือก เราเลยขอออกจากบ้านไปอยู่ที่อื่น ซึ่งเค้าก็ดูตกใจนะ แต่เค้าจะอีโก้พูดดูเหมือนไม่ได้รู้สึกอะไร แต่ลึกๆ เรารู้ว่าเค้าเสียใจ แล้วเราก็แยกออกมาหรือเลิกกันนั่นแหละ
เรารู้สึกโอเคนะ เราหายซึมเศร้า ไม่ต้องฟังคำพูดหรือพฤติกรรมที่เค้าดูหงุดหงิดตลอดเวลา ไม่ต้องรักษาและไม่กินยาแล้ว สุขภาพจิตเราดีขึ้น และเราก็ตกลงคบกับแฟนเก่า ซึ่งเค้าดูแลเราดีแต่อย่างที่บอกเรื่องเงินเค้าไม่ดี แต่เรายังอยากคบกับเค้า เพราะเรามองว่ามันสร้างช่วยกันได้ แต่ก็ยอมรับว่าชีวิตคู่เรื่องเงินก็สำคัญ แต่เราก็เลือกเค้า เล่ามาถึงตรงนี้และที่ระบายมาทั้งหมด ตอนนี้เราเลิกกับแฟนมา ประมาณ 5 เดือนแล้ว แต่เรายังรู้สึกผิดกับ A ไม่กล้ามีความสุขเต็มที่ทั้งๆ ที่การที่เราคบกับ B มีความสุขมาก เหมือนกับมาเป็นตัวเองอีกครั้ง เราเป็นห่วง A เพราะหลังจากเลิกกับเรา เค้าก็โดน layoff แต่ได้เงินไปหลายแสนอยู่ค่ะ และเค้าต้องผ่อนบ้านต่อ ประมาณ 20,000 ต้นๆ ทุกเดือน ล่าสุดไปโอนบ้านส่วนของเราให้เค้าเราก็ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดประมาณ 140,000 ทั้งๆ ที่เราไม่ต้องจ่ายในบางส่วนที่เป็นของเค้าก็ได้ แต่เราคิดว่าตอนเค้าซื้อเราไม่ได้ช่วยจ่ายเลย และรู้สึกผิดเลยเป็นคนออกเองในครั้งนี้ค่ะ เรากลัวเค้าไม่มีเงินผ่อนบ้านด้วย เพราะเค้ายังไม่ได้หางานเลย เราพยายามอยากจบกับเค้าดีๆ อยากรู้ความเป็นไปของเค้าว่าเค้าสบายดีใช่ไหม เพราะทั้งชีวิตที่ผ่านมามีแต่เราดูแลเค้าทั้งงานบ้าน กับข้าว เราเลิกงานมาก็ทำกับข้าวให้เค้ากินบ้าง หรืองานบ้านเราก็ทำเองทั้งหมดเค้าไม่ต้องทำอะไร และตอนออกรถด้วยกันเราก็เอาเงินบัญชีคู่มาออกค่ะ และยืมเงินเค้าบางส่วนมาโดยรับปากว่าจะคืน ซึ่งเราก็จะคืนนะคะ แต่บางคนก็บอกไม่ต้องคืน เพราะตอนคบกันเราก็มีช่วยเค้าผ่อนบ้านด้วยแต่ 1 ใน 3 ส่วนใหญ่เค้าจ่ายค่ะ และเราจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเน็ต ค่ากับข้างบ้าง แต่เราก็จะคืนค่ะจะได้ไม่ติดค้าง เพราะรับปากแล้วไม่อยากคาใจค่ะ
แต่ทีนี้เราจะ move on จากการเป็นห่วงเค้ายังไงดีคะ เศร้ามากเลยเหมือนเราเอาใจไปผูก พอชีวิตเค้าไม่ลงตัวเราก็ไม่กล้ามีความสุขเต็มที่ทั้งๆ ตอนนี้เรามีความสุขนะ แต่เพราะชีวิตเค้าไม่ลงตัว กลัวเค้าหางานไม่ได้ กลัวเค้าไม่มีเงินจ่ายค่าบ้าน เห้อ ช่วยแนะนำหรือพูดอะไรก็ได้ให้เค้า Move on หน่อยค่ะ (ในใจรู้ทั้งรู้ทั้งรู้นะคะว่าทุกคนโตแล้ว ทุกคนสามารถเอาชีวิตรอดได้ แต่เราก็เป็นห่วงเค้าอยู่นั้นค่ะ)