ไอติม ลุกแฉ ‘นภินทร’ เรียกผู้สมัครสว. มาที่ก.พาณิชย์ ดูตัว-บีบเซ็นใบลาออก เจ้าตัวไม่มาตอบ-ภท.ประท้วง
https://www.matichon.co.th/politics/news_5864416
.

.
‘ไอติม’ ยืมเวทีสภาฯ ลากไส้ ‘นภินทร’ เอี่ยวโกงเลือกสว. แฉ เรียกอดีตผู้สมัครสว.ไปพบที่ห้องทำงาน ก.พาณิชย์ ก่อนเลือกระดับประเทศ 1 วันบีบให้เซ็นใบลาออกล่วงหน้า
.
เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 27 สิงหาคม 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นาย
โสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานที่ประชุม วาระพิจารณากระทู้ถามสดของ นาย
พริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เรื่องข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตของ นาย
นภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ถาม นาย
นภินทร แต่นาย
นภินทร ติดภารกิจขอเลื่อนตอบกระทู้
.
นาย
พริษฐ์ กล่าวว่า ในสมัยที่แล้วนาย
โสภณก็เคยกำชับว่าต้องการให้รัฐมนตรีทุกคนรับผิดชอบต่อสภาผู้แทนราษฎร แต่เปิดประชุมสภามาแค่สัปดาห์แรก กระทู้แรกของฝ่ายค้าน รัฐมนตรีก็เทไม่มาตอบกระทู้แล้ว สิ่งที่น่าผิดหวังคือตนได้รับหนังสือชี้แจงสาเหตุที่นาย
นภินทรไม่สามารถมาตอบกระทู้ได้ โดยอ้างว่าติดภารกิจตรวจราชการที่จังหวัดราชบุรี ตนเห็นว่ามีความสำคัญ แต่ในเมื่อรัฐมนตรีทุกคนรู้อยู่แล้วว่าช่วงเช้าวันพฤหัสบดีเป็นช่วงที่มีการถามกระทู้สด ท่านควรที่จะบริหารจัดการตารางงานของท่านให้อยู่ในกรุงเทพฯ ในห้วงเวลาดังกล่าว คิดว่าข้ออ้างเหล่านี้ฟังไม่ขึ้น เพราะในข้อบังคับข้อที่ 151 ระบุว่ามีเหตุจำเป็นที่ไม่ควรหลีกเลี่ยงได้
.
และสาเหตุสองที่ทำให้ตัวเองผิดหวังคือตามคำแนะนำของนาย
โสภณ วิปสองฝ่ายได้มีการประสานกันมาตลอด ซึ่งตนได้แจ้งวิปรัฐบาลว่าตนมีความประสงค์จะถามนายนภินทรวันนี้ และได้แจ้งไปตั้งแต่เย็นวันจันทร์แล้ว มีเวลามากเพียงพอที่รัฐมนตรีจะสามารถบริหารจัดการเวลาของของตัวเอง ให้มาตอบกระทู้ได้ ซึ่งตนเห็นใจวิปรัฐบาลและเข้าใจว่าพยายามประสานงานอย่างเต็มที่ แต่บางครั้งการที่รัฐมนตรีจะมาตอบหรือไม่มาตอบ อาจจะไม่ได้ขึ้นอยู่ที่การประสานงาน แต่ขึ้นอยู่ที่จิตสำนึกของรัฐบาลมากกว่า
.
นาย
พริษฐ์ กล่าวต่อว่า หัวข้อที่ตนตั้งถามนาย
นภินทรเกี่ยวข้องกับการทุจริตที่รัฐมนตรีอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้อง คือเรื่องการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาหรือคดีโกง ส.ว. โดยนาย
นภินทรเป็น 1 ใน 229 คนที่ถูกกล่าวหา ซึ่งท่านควรที่จะต้องไปชี้แจงต่อหน้าศาลด้วย แต่ตนมีความกังวลใจว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะทำงานตรงไปตรงมาหรือไม่ ในการสั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คนไปที่ศาล โดยเฉพาะผู้ถูกกล่าวหาที่นั่งอยู่ในคณะรัฐมนตรี (ครม.) และในส่วนของหลักฐานที่ตนได้รับมานั้นย่อมเป็นข้อมูลและข้อกล่าวหา แต่หากเป็นเรื่องจริงก็จะบ่งชี้ชัดว่าว่านาย
นภินทรเกี่ยวข้องกับการโกง ส.ว. ซึ่งข้อมูลที่ตนได้รับมาเป็นข้อมูลที่บ่งชี้ว่าช่วงไม่นานก่อนการเลือกส.ว. มีผู้สมัคร ส.ว.ท่านหนึ่ง ตนขอเรียกว่านายเอ ซึ่งได้เข้าไปพบกับนาย
นภินทรสมัยที่เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ถึง 2 ครั้ง โดยครั้งที่ 1 คือวันที่ 24 มิถุนายน 2567 หรือ 2 วันก่อนการเลือกส.ว.ระดับประเทศ โดยอ้างว่ามีคนจะขอดูตัว เมื่อนายเอเดินทางไปถึงกระทรวงแล้วได้พบกับรัฐมนตรี และมีการกล่าวหาว่ารัฐมนตรีพูดประมาณว่าหากได้เป็นส.ว. แล้วจะขอสัก 2-3 อย่าง เหตุการณ์ที่ 2 คือวันที่ 25 มิถุนายน 2567 โดยข้อมูลที่ตนได้รับมาคือนายเอถูกเรียกให้กลับไปที่กระทรวงพาณิชย์ และถูกเชิญไปที่ห้องทำงานห้องเดิมอีกครั้ง โดยนาย
นภินทรได้นำเอกสารลาออกมาให้นายเอเซ็น โดยมีนัยยะคือการลาออกล่วงหน้า หรือคนที่มีใบลาออกจะสามารถควบคุมการลงมติของนายเอได้ หากนายเอได้เป็นส.ว.
.
นาย
พริษฐ์ กล่าวอีกว่า ฉะนั้นจึงอยากถามนาย
นภินทรว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ท่านได้มีการเชิญผู้สมัครสว.ไปพบรัฐมนตรีที่ห้องทำงานของตัวเองในวันที่ 24-25 มิถุนายน 2567 หรือไม่ วันนี้หากรัฐมนตรีมา ตนคิดว่าท่านไม่กล้าปฏิเสธและจะยอมรับว่าการประชุมดังกล่าวในวันดังกล่าวเกิดขึ้นจริง แต่ก็เชื่อว่าท่านจะหยิบยกข้ออ้างขึ้นมา ซึ่งเป็นข้ออ้างที่ตนเคยได้ยินมาว่า มีการอ้างกับคนอื่นว่าแม้จะเจอนายเอในห้องทำงานจริง แต่เป็นการประชุมที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเลือกส.ว.
.
ทำให้ นาย
ศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นประท้วงว่า กระทู้สดต้องเป็นกระทู้ถามเกี่ยวกับการบริหารราชการของรัฐมนตรี แต่ที่ท่านกำลังพูดเป็นเรื่องส่วนตัว ซึ่งไม่เกี่ยวกับการบริหารราชการในฐานะรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ฉะนั้น จึงขอให้ประธานดำเนินการไปตามข้อบังคับด้วย
.
จากนั้นนาย
โสภณ วินิจฉัยว่า เนื่องจากการพิจารณากระทู้สด ตนได้มอบให้รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 และคณะกรรมการเป็นผู้พิจารณา เมื่อคณะกรรมการพิจารณาว่าเป็นกระทู้สด ตนที่ทำหน้าที่ประธานก็ต้องพิจารณาให้สามารถถามได้ แต่ขอนายพริษฐ์อย่าลงรายละเอียดมาก
.
นาย
พริษฐ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ได้ไม่เกี่ยวข้องกับญัตติของตน แต่จะเป็นการเซ็ตบรรทัดฐาน ทั้งนี้ หากรัฐมนตรีจะอ้างว่าการประชุมทั้ง 2 ครั้งไม่ได้เกี่ยวกับการเลือกสว. แต่เป็นปัญหาเรื่องไก่งวงล้นตลาดนั้น
.
ระหว่างนี้ นาย
ศุภชัย ลุกขึ้นประท้วงอีกครั้งว่า ท่านจะตั้งกระทู้สดถามรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ขอให้ประธานควบคุมการประชุมให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และยืนยันว่าผู้อภิปรายทำผิดข้อบังคับ ท่านมาถามเรื่องฮั้วส.ว. ทุกวันท่านก็ฮั้วสว. ตนก็ฮั้วสว.กับท่านด้วยทุกวัน ประเด็นอยู่ที่วันนี้หากรัฐมนตรีไม่มา ท่านก็ควรที่จะยุติญัตติ แบบนี้เป็นลักษณะของการตีหัวเข้าบ้าน
.
นาย
โสภณ กล่าวว่า ตนฟังผู้ประท้วงแล้วเห็นว่าฟังขึ้น มีเหตุผล แต่เราต้องเคารพการวินิจฉัยของคณะกรรมการ เมื่อมีคณะกรรมการวินิจฉัยอย่างใดอย่างหนึ่ง แล้วเรามอบอำนาจให้เขาไปแล้ว เราก็ต้องเคารพการตัดสินใจ ตนต้องอนุญาตให้นาย
พริษฐ์ได้พูด แต่ก็ขออย่าลงรายละเอียดมาก เพราะผู้ตอบไม่ได้มาตอบ มันจะไม่ถูกต้อง ฉะนั้น ขอให้นาย
พริษฐ์สรุปสั้นๆ แล้วจบ
.
นาย
พริษฐ์ กล่าวต่อว่า หากผู้ประท้วงไม่ประท้วงก็จะจบแล้ว ยืนยันว่าตนไม่ได้ทำอะไรที่ผิดข้อบังคับ ทั้งนี้ ตนเชื่อว่านาย
นภินทรอาจจะมีการหยิบเอกสารขึ้นมาเพื่อให้เห็นว่ามีหนังสือร้องเรียนไปที่ท่าน แต่สิ่งที่ตนอยากถามคือเอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารจริงหรือไม่ เพราะหากเป็นเอกสารที่มีอยู่จริงต้องมีเลขรับในระบบราชการ แต่ข้อมูลที่ตนได้รับร้องเรียนเข้ามา เป็นการบ่งบอกว่ามีการตรวจสอบแล้วแต่กลับไม่พบเลขรับของหนังสือดังกล่าวในระบบราชการของกระทรวงพาณิชย์
.
ส่วนประเด็นที่ 2 ตนคาดเดาว่าหากรัฐมนตรีมา ท่านก็จะอ้างว่าในห้องทำงานของท่านวันนั้น มีคนอื่นที่อยู่ในห้องด้วยอีกประมาณ 10 คน โดยอาจจะเอาบุคคลเหล่านั้นมายืนยันว่าอาจจะไม่มีการพูดถึงเรื่องนั้น แต่เราจะเชื่อคำพูดของคนเหล่านั้นได้แค่ไหน เพราะจากการตรวจสอบรายชื่อพบว่ามี 8 คนอยู่ในคดีฮั้วสว. อีก 2 คนเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของนายนภินทร นี่เป็นข้อร้องเรียนที่ตนอยากถามรัฐมนตรี
.
นาย
พริษฐ์ กล่าวอีกว่า อยากฝากคำถามถึงรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือ
.
1. อยากเรียกร้องให้นาย
นภินทรตอบคำถามเกี่ยวกับข้อกล่าวหาดังกล่าวชัด ขอให้ท่านตอบที่สาธารณะต่อประชาชนที่ให้ความไว้วางใจท่านมา
2. อยากขอความร่วมมือไปยัง นาง
ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ณ เวลานี้ ซึ่งท่านไม่ได้เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหา แต่ตนมีข้อกังวลว่าจะมีข้าราชการที่เคยร่วมงานกับนายนภินทรไปสร้างเอกสารเท็จย้อนหลังหรือไม่ เพื่อปกปิดเรื่องดังกล่าว ขอให้นาง
ศุภจีพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องไม่ให้มีคนในกระทรวงไปสร้างหลักฐานเท็จย้อนหลังได้ สุดท้ายอยากฝากไปยังองค์กรอิสระ เช่น กกต. ขอให้ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา อย่ายกคำร้องให้ใครเพียงเพื่อจะปกป้องใครในระบอบสีน้ำเงิน หรือตอบแทนบุญคุณใครที่มีส่วนเลือกท่านมา
.
.
สภาวุ่น! ปกรณ์วุฒิ งัดข้อบังคับ แนะยืดเวลาถามกระทู้ โสภณ ย้อนเหมือนท่านสอนปธ. ทำโต้เดือด
https://www.matichon.co.th/politics/news_5864347
.
สภาเดือดตั้งแต่เปิดสมัย “โสภณ-ปกรณ์วุฒิ” ปะทะคารมเรื่องข้อบังคับการประชุม ย้อนเหมือนท่านสอนปธ. ทำโต้เดือด ฮึ่มไม่อยากเอาตำรวจสภาฯมาลากออกไป หวั่นภาพพจน์ไม่ดี
.
เมื่อเวลา 11.20 น.วันที่ 27 สิงหาคม 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นาย
โสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาวาระกระทู้ถามสด ทั้งนี้เมื่อจบกระทู้ถามสดด้วยวาจากระทู้แรก เรื่องการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือปัญหาอุทกภัยที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ที่ นาย
อภิวิชญญ์ ทิพย์รัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมพลังประชาชน เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม
.
จากนั้น นาย
ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ลุกขึ้นหารือว่าข้อบังคับการประชุมข้อที่ 160 ระบุชัดเจนว่ากระทู้ถามสดกระทู้ละ 30 นาที แต่มีข้อยกเว้นว่าถ้ามีกระทู้สดไม่ถึง 3 กระทู้ สามารถขยายเวลาได้ ซึ่งประธานฯน่าจะทราบอยู่แล้วว่ากระทู้ที่ 2 เลื่อนตอบ จึงอาจจะสามารถขยายเวลาตามข้อบังคับข้อ 160 ได้ เพื่อประโยชน์ในกระทู้สดครั้งถัดๆไปด้วย
.
นาย
โสภณ จึงกล่าวตอบว่า เหมือนท่านมาสอนตน ท่านใช้โอกาสแบบนี้ ถ้าตนไม่ทำตามข้อบังคับ ท่านก็จะบอกว่าตนละเมิดข้อบังคับ ซึ่งไม่เป็นประโยชน์ ขอให้นั่งลงเพราะไม่มีสาระ ทำให้นายปกรณ์วุฒิ ประท้วงประธานฯจนเกิดวิวาทะกัน กระทั่ง นาย
โสภณ ตนมีหน้าที่ควบคุมการประชุมให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สมาชิกจะเอาความรู้สึกมาใช้ในที่ประชุมนี้ไม่ได้ อย่าใช้วิธีแบบนี้ สมาชิกมีหน้าที่เคารพการวินิจฉัย ท่านฝ่าฝืนข้อบังคับการประชุม ท่านประสงค์จะให้ตำรวจมาลากท่านไป ตนก็ไม่อยากให้เกิดภาพพจน์แบบนี้แก่ท่าน และสภาฯแห่งนี้ ดังนั้น ขอให้จบได้แล้ว และขอดำเนินการประชุมต่อ
.
.
เดชรัต ควง เท้ง รับฟังครู-นร.-ผู้ปกครอง ชู 5 นโยบายสานต่อ ลดเหลื่อมล้ำการศึกษานนทบุรี
https://www.matichon.co.th/politics/news_5864436
.
เดชรัต ควง เท้ง รับฟังเสียงครู-นักเรียน-ผู้ปกครอง ชู 5 นโยบายสานต่อ-ต่อยอดการศึกษานนทบุรี
.
เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน ที่โรงเรียนนนทบุรีแมกเน็ต จ.นนทบุรี นาย
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ลงพื้นที่ช่วยหาเสียงให้นาย
เดชรัต สุขกำเนิด ผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นนทบุรี พรรคประชาชน เพื่อสอบถามความเห็นต่อนักเรียนผู้ปกครองและบุคลากรของโรงเรียน ถึงความต้องการที่จะทำให้การเรียนของนักเรียนในจังหวัดนนทบุรีนั้นง่ายขึ้น
.
โดย
ณัฐพงษ์ กล่าวว่า พวกเราทราบดีว่าพี่น้องชาวนนทบุรีให้ความสำคัญกับเรื่องการศึกษา โดยโรงเรียนนนทบุรีแมกเน็ตเป็นหนึ่งในโรงเรียนที่ อบจ.นนทบุรี ดูแลโดยตรง และเป็นโรงเรียนที่ได้รับการดูแลและดำเนินการมาตั้งแต่นายก อบจ. คนก่อน วันนี้จึงตั้งใจที่จะมาพูดคุยกับคุณครู กับเด็กนักเรียน กับผู้ปกครองที่โรงเรียน เพื่อที่จะเข้ามาส่งต่อนโยบายและแสดงถึงความตั้งใจว่า ทีมงานของพรรคประชาชนที่นำโดยนาย
เดชรัต ตน รวมถึง ส.ส. และทีมงานของพรรคประชาชนทุกคน อยากจะช่วยกันยกระดับการศึกษา
.
นาย
ณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ส่วนงบประมาณที่ดูแลเรื่องการศึกษาโดย อบจ.นนทบุรีนั้น ย้ำว่าจะไม่มีการปรับลดใด ๆ แน่นอน โดยปัจจุบันงบประมาณที่วางแผนกันไว้ก็อยู่ที่ประมาณ 1.6 พันล้านบาท ส่วนนโยบายด้านการศึกษาอีกทั้ง 5 ด้าน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องการยกระดับทักษะเด็กนักเรียน การดูแลคุณภาพชีวิตครู การดูแลสุขภาพจิตสุขภาพใจทั้งครูและเด็กนักเรียน การลดความเหลื่อมล้ำทางด้านการศึกษา และเพิ่มพื้นที่การเรียนรู้ ก็จะเป็นนโยบายที่นาย
เดชรัตจะมาดำเนินการให้กับชาวนนทบุรีโดยตรง
JJNY : ไอติมแฉ‘นภินทร’ ภท.ประท้วง│สภาวุ่น! ปกรณ์วุฒิงัดข้อบังคับ│เดชรัตควงเท้งชู 5 นโยบาย│สหรัฐเหลือน้ำมันสำรองต่ำสุด
https://www.matichon.co.th/politics/news_5864416
.
.
‘ไอติม’ ยืมเวทีสภาฯ ลากไส้ ‘นภินทร’ เอี่ยวโกงเลือกสว. แฉ เรียกอดีตผู้สมัครสว.ไปพบที่ห้องทำงาน ก.พาณิชย์ ก่อนเลือกระดับประเทศ 1 วันบีบให้เซ็นใบลาออกล่วงหน้า
.
เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 27 สิงหาคม 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานที่ประชุม วาระพิจารณากระทู้ถามสดของ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เรื่องข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตของ นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ถาม นายนภินทร แต่นายนภินทร ติดภารกิจขอเลื่อนตอบกระทู้
.
นายพริษฐ์ กล่าวว่า ในสมัยที่แล้วนายโสภณก็เคยกำชับว่าต้องการให้รัฐมนตรีทุกคนรับผิดชอบต่อสภาผู้แทนราษฎร แต่เปิดประชุมสภามาแค่สัปดาห์แรก กระทู้แรกของฝ่ายค้าน รัฐมนตรีก็เทไม่มาตอบกระทู้แล้ว สิ่งที่น่าผิดหวังคือตนได้รับหนังสือชี้แจงสาเหตุที่นายนภินทรไม่สามารถมาตอบกระทู้ได้ โดยอ้างว่าติดภารกิจตรวจราชการที่จังหวัดราชบุรี ตนเห็นว่ามีความสำคัญ แต่ในเมื่อรัฐมนตรีทุกคนรู้อยู่แล้วว่าช่วงเช้าวันพฤหัสบดีเป็นช่วงที่มีการถามกระทู้สด ท่านควรที่จะบริหารจัดการตารางงานของท่านให้อยู่ในกรุงเทพฯ ในห้วงเวลาดังกล่าว คิดว่าข้ออ้างเหล่านี้ฟังไม่ขึ้น เพราะในข้อบังคับข้อที่ 151 ระบุว่ามีเหตุจำเป็นที่ไม่ควรหลีกเลี่ยงได้
.
และสาเหตุสองที่ทำให้ตัวเองผิดหวังคือตามคำแนะนำของนายโสภณ วิปสองฝ่ายได้มีการประสานกันมาตลอด ซึ่งตนได้แจ้งวิปรัฐบาลว่าตนมีความประสงค์จะถามนายนภินทรวันนี้ และได้แจ้งไปตั้งแต่เย็นวันจันทร์แล้ว มีเวลามากเพียงพอที่รัฐมนตรีจะสามารถบริหารจัดการเวลาของของตัวเอง ให้มาตอบกระทู้ได้ ซึ่งตนเห็นใจวิปรัฐบาลและเข้าใจว่าพยายามประสานงานอย่างเต็มที่ แต่บางครั้งการที่รัฐมนตรีจะมาตอบหรือไม่มาตอบ อาจจะไม่ได้ขึ้นอยู่ที่การประสานงาน แต่ขึ้นอยู่ที่จิตสำนึกของรัฐบาลมากกว่า
.
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า หัวข้อที่ตนตั้งถามนายนภินทรเกี่ยวข้องกับการทุจริตที่รัฐมนตรีอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้อง คือเรื่องการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาหรือคดีโกง ส.ว. โดยนายนภินทรเป็น 1 ใน 229 คนที่ถูกกล่าวหา ซึ่งท่านควรที่จะต้องไปชี้แจงต่อหน้าศาลด้วย แต่ตนมีความกังวลใจว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะทำงานตรงไปตรงมาหรือไม่ ในการสั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คนไปที่ศาล โดยเฉพาะผู้ถูกกล่าวหาที่นั่งอยู่ในคณะรัฐมนตรี (ครม.) และในส่วนของหลักฐานที่ตนได้รับมานั้นย่อมเป็นข้อมูลและข้อกล่าวหา แต่หากเป็นเรื่องจริงก็จะบ่งชี้ชัดว่าว่านายนภินทรเกี่ยวข้องกับการโกง ส.ว. ซึ่งข้อมูลที่ตนได้รับมาเป็นข้อมูลที่บ่งชี้ว่าช่วงไม่นานก่อนการเลือกส.ว. มีผู้สมัคร ส.ว.ท่านหนึ่ง ตนขอเรียกว่านายเอ ซึ่งได้เข้าไปพบกับนายนภินทรสมัยที่เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ถึง 2 ครั้ง โดยครั้งที่ 1 คือวันที่ 24 มิถุนายน 2567 หรือ 2 วันก่อนการเลือกส.ว.ระดับประเทศ โดยอ้างว่ามีคนจะขอดูตัว เมื่อนายเอเดินทางไปถึงกระทรวงแล้วได้พบกับรัฐมนตรี และมีการกล่าวหาว่ารัฐมนตรีพูดประมาณว่าหากได้เป็นส.ว. แล้วจะขอสัก 2-3 อย่าง เหตุการณ์ที่ 2 คือวันที่ 25 มิถุนายน 2567 โดยข้อมูลที่ตนได้รับมาคือนายเอถูกเรียกให้กลับไปที่กระทรวงพาณิชย์ และถูกเชิญไปที่ห้องทำงานห้องเดิมอีกครั้ง โดยนายนภินทรได้นำเอกสารลาออกมาให้นายเอเซ็น โดยมีนัยยะคือการลาออกล่วงหน้า หรือคนที่มีใบลาออกจะสามารถควบคุมการลงมติของนายเอได้ หากนายเอได้เป็นส.ว.
.
นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า ฉะนั้นจึงอยากถามนายนภินทรว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ท่านได้มีการเชิญผู้สมัครสว.ไปพบรัฐมนตรีที่ห้องทำงานของตัวเองในวันที่ 24-25 มิถุนายน 2567 หรือไม่ วันนี้หากรัฐมนตรีมา ตนคิดว่าท่านไม่กล้าปฏิเสธและจะยอมรับว่าการประชุมดังกล่าวในวันดังกล่าวเกิดขึ้นจริง แต่ก็เชื่อว่าท่านจะหยิบยกข้ออ้างขึ้นมา ซึ่งเป็นข้ออ้างที่ตนเคยได้ยินมาว่า มีการอ้างกับคนอื่นว่าแม้จะเจอนายเอในห้องทำงานจริง แต่เป็นการประชุมที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเลือกส.ว.
.
ทำให้ นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นประท้วงว่า กระทู้สดต้องเป็นกระทู้ถามเกี่ยวกับการบริหารราชการของรัฐมนตรี แต่ที่ท่านกำลังพูดเป็นเรื่องส่วนตัว ซึ่งไม่เกี่ยวกับการบริหารราชการในฐานะรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ฉะนั้น จึงขอให้ประธานดำเนินการไปตามข้อบังคับด้วย
.
จากนั้นนายโสภณ วินิจฉัยว่า เนื่องจากการพิจารณากระทู้สด ตนได้มอบให้รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 และคณะกรรมการเป็นผู้พิจารณา เมื่อคณะกรรมการพิจารณาว่าเป็นกระทู้สด ตนที่ทำหน้าที่ประธานก็ต้องพิจารณาให้สามารถถามได้ แต่ขอนายพริษฐ์อย่าลงรายละเอียดมาก
.
นายพริษฐ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ได้ไม่เกี่ยวข้องกับญัตติของตน แต่จะเป็นการเซ็ตบรรทัดฐาน ทั้งนี้ หากรัฐมนตรีจะอ้างว่าการประชุมทั้ง 2 ครั้งไม่ได้เกี่ยวกับการเลือกสว. แต่เป็นปัญหาเรื่องไก่งวงล้นตลาดนั้น
.
ระหว่างนี้ นายศุภชัย ลุกขึ้นประท้วงอีกครั้งว่า ท่านจะตั้งกระทู้สดถามรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ขอให้ประธานควบคุมการประชุมให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และยืนยันว่าผู้อภิปรายทำผิดข้อบังคับ ท่านมาถามเรื่องฮั้วส.ว. ทุกวันท่านก็ฮั้วสว. ตนก็ฮั้วสว.กับท่านด้วยทุกวัน ประเด็นอยู่ที่วันนี้หากรัฐมนตรีไม่มา ท่านก็ควรที่จะยุติญัตติ แบบนี้เป็นลักษณะของการตีหัวเข้าบ้าน
.
นายโสภณ กล่าวว่า ตนฟังผู้ประท้วงแล้วเห็นว่าฟังขึ้น มีเหตุผล แต่เราต้องเคารพการวินิจฉัยของคณะกรรมการ เมื่อมีคณะกรรมการวินิจฉัยอย่างใดอย่างหนึ่ง แล้วเรามอบอำนาจให้เขาไปแล้ว เราก็ต้องเคารพการตัดสินใจ ตนต้องอนุญาตให้นายพริษฐ์ได้พูด แต่ก็ขออย่าลงรายละเอียดมาก เพราะผู้ตอบไม่ได้มาตอบ มันจะไม่ถูกต้อง ฉะนั้น ขอให้นายพริษฐ์สรุปสั้นๆ แล้วจบ
.
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า หากผู้ประท้วงไม่ประท้วงก็จะจบแล้ว ยืนยันว่าตนไม่ได้ทำอะไรที่ผิดข้อบังคับ ทั้งนี้ ตนเชื่อว่านายนภินทรอาจจะมีการหยิบเอกสารขึ้นมาเพื่อให้เห็นว่ามีหนังสือร้องเรียนไปที่ท่าน แต่สิ่งที่ตนอยากถามคือเอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารจริงหรือไม่ เพราะหากเป็นเอกสารที่มีอยู่จริงต้องมีเลขรับในระบบราชการ แต่ข้อมูลที่ตนได้รับร้องเรียนเข้ามา เป็นการบ่งบอกว่ามีการตรวจสอบแล้วแต่กลับไม่พบเลขรับของหนังสือดังกล่าวในระบบราชการของกระทรวงพาณิชย์
.
ส่วนประเด็นที่ 2 ตนคาดเดาว่าหากรัฐมนตรีมา ท่านก็จะอ้างว่าในห้องทำงานของท่านวันนั้น มีคนอื่นที่อยู่ในห้องด้วยอีกประมาณ 10 คน โดยอาจจะเอาบุคคลเหล่านั้นมายืนยันว่าอาจจะไม่มีการพูดถึงเรื่องนั้น แต่เราจะเชื่อคำพูดของคนเหล่านั้นได้แค่ไหน เพราะจากการตรวจสอบรายชื่อพบว่ามี 8 คนอยู่ในคดีฮั้วสว. อีก 2 คนเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของนายนภินทร นี่เป็นข้อร้องเรียนที่ตนอยากถามรัฐมนตรี
.
นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า อยากฝากคำถามถึงรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือ
.
1. อยากเรียกร้องให้นายนภินทรตอบคำถามเกี่ยวกับข้อกล่าวหาดังกล่าวชัด ขอให้ท่านตอบที่สาธารณะต่อประชาชนที่ให้ความไว้วางใจท่านมา
2. อยากขอความร่วมมือไปยัง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ณ เวลานี้ ซึ่งท่านไม่ได้เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหา แต่ตนมีข้อกังวลว่าจะมีข้าราชการที่เคยร่วมงานกับนายนภินทรไปสร้างเอกสารเท็จย้อนหลังหรือไม่ เพื่อปกปิดเรื่องดังกล่าว ขอให้นางศุภจีพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องไม่ให้มีคนในกระทรวงไปสร้างหลักฐานเท็จย้อนหลังได้ สุดท้ายอยากฝากไปยังองค์กรอิสระ เช่น กกต. ขอให้ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา อย่ายกคำร้องให้ใครเพียงเพื่อจะปกป้องใครในระบอบสีน้ำเงิน หรือตอบแทนบุญคุณใครที่มีส่วนเลือกท่านมา
.
.
สภาวุ่น! ปกรณ์วุฒิ งัดข้อบังคับ แนะยืดเวลาถามกระทู้ โสภณ ย้อนเหมือนท่านสอนปธ. ทำโต้เดือด
https://www.matichon.co.th/politics/news_5864347
.
สภาเดือดตั้งแต่เปิดสมัย “โสภณ-ปกรณ์วุฒิ” ปะทะคารมเรื่องข้อบังคับการประชุม ย้อนเหมือนท่านสอนปธ. ทำโต้เดือด ฮึ่มไม่อยากเอาตำรวจสภาฯมาลากออกไป หวั่นภาพพจน์ไม่ดี
.
เมื่อเวลา 11.20 น.วันที่ 27 สิงหาคม 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาวาระกระทู้ถามสด ทั้งนี้เมื่อจบกระทู้ถามสดด้วยวาจากระทู้แรก เรื่องการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือปัญหาอุทกภัยที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ที่ นายอภิวิชญญ์ ทิพย์รัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมพลังประชาชน เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม
.
จากนั้น นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ลุกขึ้นหารือว่าข้อบังคับการประชุมข้อที่ 160 ระบุชัดเจนว่ากระทู้ถามสดกระทู้ละ 30 นาที แต่มีข้อยกเว้นว่าถ้ามีกระทู้สดไม่ถึง 3 กระทู้ สามารถขยายเวลาได้ ซึ่งประธานฯน่าจะทราบอยู่แล้วว่ากระทู้ที่ 2 เลื่อนตอบ จึงอาจจะสามารถขยายเวลาตามข้อบังคับข้อ 160 ได้ เพื่อประโยชน์ในกระทู้สดครั้งถัดๆไปด้วย
.
นายโสภณ จึงกล่าวตอบว่า เหมือนท่านมาสอนตน ท่านใช้โอกาสแบบนี้ ถ้าตนไม่ทำตามข้อบังคับ ท่านก็จะบอกว่าตนละเมิดข้อบังคับ ซึ่งไม่เป็นประโยชน์ ขอให้นั่งลงเพราะไม่มีสาระ ทำให้นายปกรณ์วุฒิ ประท้วงประธานฯจนเกิดวิวาทะกัน กระทั่ง นายโสภณ ตนมีหน้าที่ควบคุมการประชุมให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สมาชิกจะเอาความรู้สึกมาใช้ในที่ประชุมนี้ไม่ได้ อย่าใช้วิธีแบบนี้ สมาชิกมีหน้าที่เคารพการวินิจฉัย ท่านฝ่าฝืนข้อบังคับการประชุม ท่านประสงค์จะให้ตำรวจมาลากท่านไป ตนก็ไม่อยากให้เกิดภาพพจน์แบบนี้แก่ท่าน และสภาฯแห่งนี้ ดังนั้น ขอให้จบได้แล้ว และขอดำเนินการประชุมต่อ
.
.
เดชรัต ควง เท้ง รับฟังครู-นร.-ผู้ปกครอง ชู 5 นโยบายสานต่อ ลดเหลื่อมล้ำการศึกษานนทบุรี
https://www.matichon.co.th/politics/news_5864436
.
เดชรัต ควง เท้ง รับฟังเสียงครู-นักเรียน-ผู้ปกครอง ชู 5 นโยบายสานต่อ-ต่อยอดการศึกษานนทบุรี
.
เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน ที่โรงเรียนนนทบุรีแมกเน็ต จ.นนทบุรี นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ลงพื้นที่ช่วยหาเสียงให้นายเดชรัต สุขกำเนิด ผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นนทบุรี พรรคประชาชน เพื่อสอบถามความเห็นต่อนักเรียนผู้ปกครองและบุคลากรของโรงเรียน ถึงความต้องการที่จะทำให้การเรียนของนักเรียนในจังหวัดนนทบุรีนั้นง่ายขึ้น
.
โดยณัฐพงษ์ กล่าวว่า พวกเราทราบดีว่าพี่น้องชาวนนทบุรีให้ความสำคัญกับเรื่องการศึกษา โดยโรงเรียนนนทบุรีแมกเน็ตเป็นหนึ่งในโรงเรียนที่ อบจ.นนทบุรี ดูแลโดยตรง และเป็นโรงเรียนที่ได้รับการดูแลและดำเนินการมาตั้งแต่นายก อบจ. คนก่อน วันนี้จึงตั้งใจที่จะมาพูดคุยกับคุณครู กับเด็กนักเรียน กับผู้ปกครองที่โรงเรียน เพื่อที่จะเข้ามาส่งต่อนโยบายและแสดงถึงความตั้งใจว่า ทีมงานของพรรคประชาชนที่นำโดยนายเดชรัต ตน รวมถึง ส.ส. และทีมงานของพรรคประชาชนทุกคน อยากจะช่วยกันยกระดับการศึกษา
.
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ส่วนงบประมาณที่ดูแลเรื่องการศึกษาโดย อบจ.นนทบุรีนั้น ย้ำว่าจะไม่มีการปรับลดใด ๆ แน่นอน โดยปัจจุบันงบประมาณที่วางแผนกันไว้ก็อยู่ที่ประมาณ 1.6 พันล้านบาท ส่วนนโยบายด้านการศึกษาอีกทั้ง 5 ด้าน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องการยกระดับทักษะเด็กนักเรียน การดูแลคุณภาพชีวิตครู การดูแลสุขภาพจิตสุขภาพใจทั้งครูและเด็กนักเรียน การลดความเหลื่อมล้ำทางด้านการศึกษา และเพิ่มพื้นที่การเรียนรู้ ก็จะเป็นนโยบายที่นายเดชรัตจะมาดำเนินการให้กับชาวนนทบุรีโดยตรง