ทำไมบ้านเราที่เป็นเพื่อนสนิทกัน เวลาทำธุรกิจร่วมกันถึงชอบทำสัญญาใจปากเปล่า เพราะขี้เกรงใจเหรอ ทำไมไม่ตรงไปตรงมาแบบฝรั่ง

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
ผมสังเกตนะครับ คนไทยขี้เกรงใจ โดยเฉพาะเพื่อนสนิท หรือแม้แต่ญาติด้วยกันเอง ติดกับดักวลีที่ว่า "ไม่ไว้ใจเหรอ?"
พอเริ่มตั้งต้นธุรกิจนับจาก 0 เริ่มสร้างมาด้วยกัน จะคิดแค่ว่าใจซื้อใจเว้ยเพื่อน ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันหว่ะเพื่อน เพื่อนเจ็บฉันก็เจ็บฮูฮาฮู....ตอนทำแรกๆ ก็ทำด้วยใจกันอย่างชื่นมื่นมีความสุขมิตรภาพ แต่พอเม็ดเงินเริ่มไหลเข้ามาจำนวนมาก บริหารจัดการไม่ถูก เริ่มทะเลาะเรื่องผลประโยชน์ไม่ลงตัว สุดท้ายแตกหักกันในที่สุด แต่ถ้าเป็นฝรั่ง เวลามีไอเดียธุรกิจคิดค้นอะไรได้ ถ้าเพื่อนสนิทร่วมก่อตั้งมาด้วยกัน คือ คุยกันชัดเจนเลยว่า เห้ยถ้าเอาโปรเจ็คไปเสนอตีราคามาแล้ว จะมาแบ่งกันกี่ % ทำสัญญาลงนามชัดเจนเลย แกเอากี่% ฉันเอามกี่ % คุยกันเป็น % ชัดเจนไปเลยตั้งแต่แรก
เรื่องงานธุรกิจ ฝรั่งก็จะคุยแยกชัดเจนเลย จริงจังไปเลย แต่พอนอกเวลา ก็คุยกันเป็นเพื่อนปกติ แยกชัดเจน ฝรั่งยึดสัญญาที่เซ็นเป็นหลัก เพราะเป็นตัวกลางที่ตกลงกันได้ชัดเจนที่สุด ไม่มีคำว่าสัญญาใจปากเปล่า
แปลกนะครับ ว่าบ้านเราถ้าพูดเรื่องธุรกิจกับเพื่อน ก็หาว่าหน้าเงินไปอีก แต่ที่จริงมันกีนะแยกชัดเจนไปเลย เรื่องมิตรภาพมันเอามาปนกันในเรื่องนี้ไม่ได้
อย่างเช่นสมมุตินะครับ ญาติมีโรงงานผลิตของ แล้วญาติอีกคนมาขอให้ทำเตโม่ตัวสินค้า ถ้าแบบไทยๆ คือมีน้ำใจทำให้ฟรี แต่ถ้าเป็นฝรั่ง ยูมาทำสัญญาก่อน จะเอากี่ตัวโปรดักซ์ลักษณะไหน เซ็นเอกสารต้วย ลิขสิทธิ์สินค้าสัญญาเป็นไง บลาๆ ประมาณนั้น ไม่ใช่ว่า เห็นเป็นญาติกันช่วยๆกันหน่อยหน่า มีน้ำใจหน่อยอะไรแบบนั้น

เพื่อนเพื่อนมีมุมมองอย่างไร

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่