จากหนังแก๊งค์อาชญากรรมเล็กๆ(A Model Family) สู่หนังแก๊งค์อาชญากรรมระดับพรีเมียมแห่งประเทศอังกฤษ เมื่อชายผู้หนึ่งต้องการขับเคลื่อนชีวิตและครอบครัวให้มีความสุขมันจะเป็นไปได้จริงหรือ ถ้าคุณต้องไปยุ่งเกี่ยวกับอำนาจทางสังคม
เรื่องราวของหนังจะพาเราย้อนกลับไปยุค1919 ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่1
ตระกูลSherlbyแก๊งมาเฟียเชื้อสายยิปซี ณ เมืองเบอร์มิงแฮม ประเทศอังกฤษ
ได้เปิดโอกาสให้ “โทมัส เชลบี้” น้องคนรองที่กลับมาจากสงครามได้เข้ามาบริหารธุรกิจของคนภายในครอบครัว
การขับเคลื่อนธุรกิจพนันม้าใต้ดินเป็นรายได้หลักของครอบครัวนี้
โทมัสจึงต้องหาวิธีที่ทำกำไรให้ได้มากที่สุดเพื่อสนองความสุขและจ่ายส่วยให้กับตำรวจภายในพื้นที่
จนกระทั่งวันหนึ่ง
โทมัสได้แอบลักลอบขนอุปกรณ์ของหน่วยงานทางราชการมาเก็บไว้จนทำให้หน่วยงานต้องส่งตำรวจฝีมือดีมาตามล่า
นอกจากการตามล่าของตำรวจยังไม่พอยังมีการปะทะและแย่งตลาดธุรกิจพนันม้าของแก๊งอื่นทำให้โทมัสต้องตัดสินใจอย่างเด็ดขาดกับเรื่องเหล่านี้เพื่อเปลี่ยนจากรายย่อยเป็นเจ้าตลาดในเมืองนี้
หลังจากการจัดการที่เด็ดขาดในเรื่องอาวุธลับของราชการและพื้นที่ทางธุรกิจ
โทมัสต้องการขยายอำนาจเพิ่มมากขึ้นและมุ่งตรงเข้าสู่ลอนดอนที่เป็นใจกลางเมืองเพื่อคว้าโอกาส
ทำให้ไม่ใช่การปะทะแค่ภายในเมืองเล็กๆอีกต่อไป
เพราะเป็นการทำธุรกิจกับแก๊งชาวยิวที่มีแต่เล่ห์เหลี่ยมทางการค้าพร้อมทั้งยังต้องเจอกับแก๊งมาเฟียชาวอิตาลีที่คอยขัดขวางเพิ่มมาอีกแก๊ง
โทมัสเริ่มก้าวเข้าสู่อำนาจที่มองไม่เห็นและเริ่มเกี่ยวข้องกับรัฐบาลรัสเซียมากยิ่งขึ้นเพราะทุกจุดจบย่อมมีจุดเริ่มต้นเสมอ
แต่ถ้าเสี่ยงแล้วมีโอกาสทำให้เติบโต ก็น่าลงทุน
จากผลพวงของแก๊งมาเฟียอิตาลีที่โทมัสได้เคยลงมือไว้
ทำให้ลูกชายของแก๊งมาเฟียอิตาลีเดิมนั้นต้องการกลับมาล้างแค้นให้กับพ่อของตน
ขึ้นชื่อความโหดของมาเฟียอิตาลีทำให้โทมัสรู้สึกกลัวกับการไล่ล่าของเขา
พร้อมกับครอบครัวของโทมัสที่กำลังระส่ำระส่ายทำให้โทมัสต้องมีจุดอ่อนในการดูแลและจัดการกับเรื่องเหล่านี้
แต่วิกฤตย่อมมีโอกาส
เพราะนี่คือการกรุยทางทำให้เขาได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
จากนักธุรกิจข้างถนนที่ไม่มีใครเหลียวแลในตอนนี้ได้มีโอกาสเข้ามาในสภาอันทรงเกียรติแห่งลอนดอน
ก็ไม่วายถูกมองว่ายังเป็นนักเลงข้างถนนชั้นต่ำที่ดูแล้วไม่เหมาะสมแห่งสภาแห่งนี้
นอกจากสายตาที่เหยียดหยามแต่นั้นก็ไม่ใช่ประเด็น
ประเด็นมันคือการเผชิญสภาวะวิกฤตเศรษฐกิจของประเทศพร้อมการมาของนักการเมืองฟาสฅซิสต์ที่ต้องการเปลี่ยนการปกครอง
และปลุกระดมชาวอังกฤษให้แปรเปลี่ยนไปจากเดิมซึ่งมันส่งผลต่อธุรกิจโรงงานของโทมัส
เขาจะรับมือกับนักการเมืองอย่างไรเพราะนี่ไม่สามารถใช้วิธีเดิมเหมือนข้างถนนได้อีกต่อไป
จากจุดเริ่มต้นข้างถนนและผลักดันให้ตนเองและครอบครัวมาจุดสูงสุดในสังคมได้
โทมัสจะต้องยอมสูญเสียอะไรไปบ้างกับอำนาจที่มองไม่เห็น
และเขาจะมีวิธีบริหารคนพร้อมกับเผชิญปัญหาที่ต้องแบกรับไว้ได้อย่างไร
“คุณสามารถเปลี่ยนสิ่งที่คุณทำได้ แต่คุณไม่สามารถเปลี่ยนสิ่งที่คุณต้องการได้”
รีวิวหนัง "Peaky Blinder"
เรื่องราวของหนังจะพาเราย้อนกลับไปยุค1919 ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่1
ตระกูลSherlbyแก๊งมาเฟียเชื้อสายยิปซี ณ เมืองเบอร์มิงแฮม ประเทศอังกฤษ
ได้เปิดโอกาสให้ “โทมัส เชลบี้” น้องคนรองที่กลับมาจากสงครามได้เข้ามาบริหารธุรกิจของคนภายในครอบครัว
การขับเคลื่อนธุรกิจพนันม้าใต้ดินเป็นรายได้หลักของครอบครัวนี้
โทมัสจึงต้องหาวิธีที่ทำกำไรให้ได้มากที่สุดเพื่อสนองความสุขและจ่ายส่วยให้กับตำรวจภายในพื้นที่
จนกระทั่งวันหนึ่ง
โทมัสได้แอบลักลอบขนอุปกรณ์ของหน่วยงานทางราชการมาเก็บไว้จนทำให้หน่วยงานต้องส่งตำรวจฝีมือดีมาตามล่า
นอกจากการตามล่าของตำรวจยังไม่พอยังมีการปะทะและแย่งตลาดธุรกิจพนันม้าของแก๊งอื่นทำให้โทมัสต้องตัดสินใจอย่างเด็ดขาดกับเรื่องเหล่านี้เพื่อเปลี่ยนจากรายย่อยเป็นเจ้าตลาดในเมืองนี้
หลังจากการจัดการที่เด็ดขาดในเรื่องอาวุธลับของราชการและพื้นที่ทางธุรกิจ
โทมัสต้องการขยายอำนาจเพิ่มมากขึ้นและมุ่งตรงเข้าสู่ลอนดอนที่เป็นใจกลางเมืองเพื่อคว้าโอกาส
ทำให้ไม่ใช่การปะทะแค่ภายในเมืองเล็กๆอีกต่อไป
เพราะเป็นการทำธุรกิจกับแก๊งชาวยิวที่มีแต่เล่ห์เหลี่ยมทางการค้าพร้อมทั้งยังต้องเจอกับแก๊งมาเฟียชาวอิตาลีที่คอยขัดขวางเพิ่มมาอีกแก๊ง
โทมัสเริ่มก้าวเข้าสู่อำนาจที่มองไม่เห็นและเริ่มเกี่ยวข้องกับรัฐบาลรัสเซียมากยิ่งขึ้นเพราะทุกจุดจบย่อมมีจุดเริ่มต้นเสมอ
แต่ถ้าเสี่ยงแล้วมีโอกาสทำให้เติบโต ก็น่าลงทุน
จากผลพวงของแก๊งมาเฟียอิตาลีที่โทมัสได้เคยลงมือไว้
ทำให้ลูกชายของแก๊งมาเฟียอิตาลีเดิมนั้นต้องการกลับมาล้างแค้นให้กับพ่อของตน
ขึ้นชื่อความโหดของมาเฟียอิตาลีทำให้โทมัสรู้สึกกลัวกับการไล่ล่าของเขา
พร้อมกับครอบครัวของโทมัสที่กำลังระส่ำระส่ายทำให้โทมัสต้องมีจุดอ่อนในการดูแลและจัดการกับเรื่องเหล่านี้
แต่วิกฤตย่อมมีโอกาส
เพราะนี่คือการกรุยทางทำให้เขาได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
จากนักธุรกิจข้างถนนที่ไม่มีใครเหลียวแลในตอนนี้ได้มีโอกาสเข้ามาในสภาอันทรงเกียรติแห่งลอนดอน
ก็ไม่วายถูกมองว่ายังเป็นนักเลงข้างถนนชั้นต่ำที่ดูแล้วไม่เหมาะสมแห่งสภาแห่งนี้
นอกจากสายตาที่เหยียดหยามแต่นั้นก็ไม่ใช่ประเด็น
ประเด็นมันคือการเผชิญสภาวะวิกฤตเศรษฐกิจของประเทศพร้อมการมาของนักการเมืองฟาสฅซิสต์ที่ต้องการเปลี่ยนการปกครอง
และปลุกระดมชาวอังกฤษให้แปรเปลี่ยนไปจากเดิมซึ่งมันส่งผลต่อธุรกิจโรงงานของโทมัส
เขาจะรับมือกับนักการเมืองอย่างไรเพราะนี่ไม่สามารถใช้วิธีเดิมเหมือนข้างถนนได้อีกต่อไป
จากจุดเริ่มต้นข้างถนนและผลักดันให้ตนเองและครอบครัวมาจุดสูงสุดในสังคมได้
โทมัสจะต้องยอมสูญเสียอะไรไปบ้างกับอำนาจที่มองไม่เห็น
และเขาจะมีวิธีบริหารคนพร้อมกับเผชิญปัญหาที่ต้องแบกรับไว้ได้อย่างไร
“คุณสามารถเปลี่ยนสิ่งที่คุณทำได้ แต่คุณไม่สามารถเปลี่ยนสิ่งที่คุณต้องการได้”