รสนิยมเรื่อง Sex ต่างกันสุดขั้ว เป็นอุปสรรคต่อความสัมพันธ์ระยะยาวจริงไหม?

รูปแบบความสัมพันธ์ทางเพศระหว่างคู่รัก ที่หาข้อมูลมาแบ่งแบบคร่าว ๆ ได้ตามระดับของการเปิดความสัมพันธ์ประมาณนี้ค่ะ

1. ทั่วไป (Monogamous)
มีเพศสัมพันธ์กันเฉพาะคนรัก/คู่ของตัวเอง ไม่เปิดให้บุคคลอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง

2. Soft Swing
ยังเป็นคู่กันเป็นหลัก แต่เปิดรับกิจกรรมบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับคนอื่น โดยมีขอบเขต เช่น การดูหรือมีส่วนร่วมบางรูปแบบ แต่ไม่จำเป็นต้องมีเพศสัมพันธ์กับคนอื่นโดยตรง นัดอีกคู่ไปมีกิจกรรม (2 คู่ ในห้องเดียวกันแต่ไม่แลกคู่)

3. Swing / Full Swing
คู่รักเปิดให้มีเพศสัมพันธ์กับบุคคลหรือคู่อื่น โดยทั้งสองฝ่ายรับรู้และยินยอม นัดอีกคู่ไปมีกิจกรรม (2 คู่ ในห้องเดียวกันแบบแลกคู่ได้)

ส่วนเราชอบแบบทั่วไป แบบที่ 1 ค่ะ

ถ้าคู่รักที่มีรสนิยมทางเพศแตกต่างกัน เช่น ฝ่ายหนึ่งชอบความสัมพันธ์แบบทั่วไป (แบบที่ 1) แต่อีกฝ่ายชอบ Soft Swing (แบบที่ 2) แล้วฝ่ายที่ชอบแบบที่ 2 พยายามโน้มน้าวให้อีกฝ่ายเปิดใจทดลอง ทั้งที่อีกฝ่ายไม่ได้ชอบหรือไม่ได้ต้องการจะเปิดใจ การที่ฝ่ายหนึ่งต้องฝืนทำในสิ่งที่ตัวเองไม่ต้องการ อาจทำให้ความสุขและความสบายใจของทั้งคู่ในเรื่องเพศลดลงได้

หากในระยะยาวทั้งสองฝ่ายไม่สามารถยอมรับความแตกต่าง หรือหาจุดที่ทั้งคู่รู้สึกสบายใจร่วมกันได้ ความสัมพันธ์ก็อาจดำเนินต่อไปได้ยาก เพราะเรื่องเพศเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความต้องการและขอบเขตส่วนบุคคลค่อนข้างมาก

ในทางตรงกันข้าม หากฝ่ายที่ไม่ได้มีรสนิยมแบบนั้นสามารถเปิดใจและยอมรับกิจกรรมดังกล่าวได้ โดยเป็นการยินยอมอย่างเต็มใจ ไม่ใช่การฝืนตัวเอง และทั้งคู่มีความสุขกับมัน ก็อาจกลายเป็นทางออกที่ทำให้ความสัมพันธ์ลงเอยแบบ Happy Ending ได้

แต่ไม่ว่าท้ายที่สุดฝ่ายที่ไม่ชอบจะเลือก “ยอมเปิดใจ” หรือ “ไม่ยอม” ก็ไม่ได้หมายความว่าฝ่ายนั้นผิด เห็นแก่ตัว หรือรักอีกฝ่ายน้อยกว่า เพราะเรื่องรสนิยมทางเพศและขอบเขตของตัวเองเป็นสิทธิส่วนบุคคลเช่นกัน

การไม่ยินยอมในสิ่งที่ตัวเองไม่ต้องการ ไม่ใช่ความเห็นแก่ตัว และการยอมเปิดใจก็ไม่ได้แปลว่าเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องทำเพื่อรักษาความสัมพันธ์ สิ่งสำคัญที่สุดคือทั้งสองฝ่ายต้องยินยอมโดยสมัครใจ และไม่มีฝ่ายใดถูกกดดันให้ทำสิ่งที่ขัดกับความรู้สึกหรือขอบเขตของตัวเอง
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่