ท่องเที่ยวจีนไม่เหมือนเดิม บ.ทัวร์ปิดตัวกว่า 2,400 แห่ง ไกด์เร่งปรับตัวรับยุคเที่ยวเอง-วางแผนด้วย AI
.
ตลาดท่องเที่ยวจีนเริ่มฟื้นตัว แต่บริษัททัวร์แบบดั้งเดิมกลับเผชิญแรงกดดันจากการปรับโครงสร้างตลาด โดยผู้ประกอบการหลายรายเปิดเผยว่าจำนวนกรุ๊ปทัวร์ช่วงฤดูร้อนปีนี้ (ช่วงเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคม) ลดลงอย่างชัดเจน เช่น เส้นทางภาคตะวันออกของประเทศ ซึ่งช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมปกติเป็นช่วงที่มีทัวร์ออกต่อเนื่องและแต่ละกรุ๊ปมีมากกว่า 40 คน แต่ปีนี้เหลือเฉลี่ยราว 25 คน ขณะที่ไกด์ต้องรอรับงานนานขึ้น และบางรายไม่มีงานต่อเนื่องนานถึง 1 สัปดาห์
.
ขณะเดียวกัน ทางการจีนเร่งจัดระเบียบตลาดท่องเที่ยว โดยช่วงครึ่งปีแรก กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวจีนดำเนินการตรวจสอบบริษัททัวร์ทั่วประเทศ พร้อมจัดการบริษัทที่ใช้ชื่อบังหน้าและบริษัทที่ไม่มีการดำเนินธุรกิจจริง ส่งผลให้มีการยกเลิก ถอน หรือเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจของบริษัททัวร์แล้วกว่า 2,400 แห่ง ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของตลาดและการที่โซเชียลมีเดียกับ AI ทำให้การวางแผนท่องเที่ยวด้วยตัวเองง่ายขึ้น จึงเกิดคำถามว่าเมื่อเดินทางไปยังเมืองที่ไม่คุ้นเคย นักท่องเที่ยวยังจำเป็นต้องพึ่งบริษัททัวร์และไกด์นำเที่ยวอยู่หรือไม่
.
■ ดาบสองคมของ "ทัวร์ราคาถูก"
.
ความต้องการท่องเที่ยวของชาวจีนยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่ตลาดกลับมีลักษณะ “นักท่องเที่ยวเพิ่ม แต่การใช้จ่ายโตช้า” โดยกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวจีนระบุว่าช่วงครึ่งแรกของปีนี้ ชาวจีนเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ 3.46 พันล้านครั้ง เพิ่มขึ้น 5.4% ขณะที่ใช้จ่ายรวม 3.21 ล้านล้านหยวน (ราว 15.6 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้นเพียง 2% ด้านพนักงานบริษัททัวร์เผยว่าลูกค้ามักนำโปรแกรมเดียวกันไปขอราคาจากหลายบริษัทก่อนตัดสินใจ “ไปเที่ยวเอง” ซึ่งแทบกลายเป็นเรื่องปกติ
.
ในยุคดิจิทัล “ทัวร์ผู้สูงวัย” ยังคงเป็นตลาดหลักของบริษัททัวร์แบบดั้งเดิม เพราะลูกค้ากลุ่มนี้ให้ความสำคัญกับราคา ทำให้บริษัททัวร์แข่งขันกันลดราคา จาก 3,000 หยวน (ราว 14,580 บาท) เหลือ 2,000 หยวน (ราว 9,720 บาท) และถูกกดลงเหลือเพียง 1,000 หยวน (ราว 4,860 บาท) ทั้งที่ต้นทุนค่าที่พัก รถบัส อาหาร ค่าเข้าชมสถานที่และค่าไกด์ยังเท่าเดิม เมื่อค่าทัวร์ไม่พอครอบคลุมต้นทุน การพาไปซื้อสินค้าและกิจกรรมที่ต้องจ่ายเพิ่มจึงกลายเป็นช่องทางสร้างรายได้
.
เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวจีนเผยกรณีบังคับให้นักท่องเที่ยวใช้จ่าย โดยพบปัญหาขยายไปถึงทัวร์ต่างประเทศ ทัวร์ราคาถูกสำหรับผู้สูงวัย และทัวร์กลุ่มลูกค้าประกันภัย เช่น บริษัททัวร์ที่ไม่มีใบอนุญาต เรียกเก็บคนละ 1,580 หยวน (ราว 7,679 บาท) พานักท่องเที่ยว 126 คนไปญาจาง ประเทศเวียดนามและบังคับให้ซื้อสินค้าและบริการระหว่างทริป ส่วนอีกกรณี บริษัททัวร์ขาย “เที่ยวกุ้ยหลิน 6 วัน 199 หยวน (ราว 967 บาท)” ผ่านโซเชียลมีเดีย ก่อนพานักท่องเที่ยวสูงวัยเข้าสถานที่ชอปปิงถึง 7 แห่งพร้อมเรียกเก็บค่าหัวและส่วนแบ่งจากการซื้อสินค้าและบริการเสริม
.
รูปแบบนี้มีมานานแต่ยังไม่หายไปจากตลาด โดยพนักงานบริษัททัวร์มองว่าทัวร์ชอปปิงบางแห่งมีลักษณะหลอกลวงและไม่เหมาะกับการทำธุรกิจระยะยาว แต่การแข่งขันด้านราคาทำให้บริษัทที่ไม่ทำทัวร์ราคาถูกแทบไม่มีลูกค้า ส่งผลให้ไกด์ซึ่งใกล้ชิดนักท่องเที่ยวที่สุดต้องเผชิญกับบทบาทที่ซับซ้อนมากขึ้น
.
ไกด์หลายรายเผยว่าทัวร์ราคาถูกบางแพ็กเกจให้ค่าตอบแทนพื้นฐานต่ำมากและบางครั้งไกด์ยังต้องออกค่าใช้จ่ายล่วงหน้าเอง เมื่อรายได้ผูกกับการซื้อสินค้าและบริการเสริม ไกด์จึงต้องทำหน้าที่ทั้งดูแลนักท่องเที่ยวและทำยอดขาย กลายเป็นวงจรที่บริษัททัวร์ใช้ราคาถูกดึงลูกค้า จนกระทบประสบการณ์ของนักท่องเที่ยว
.
อย่างไรก็ตาม ทัวร์ลักษณะนี้ไม่ต้องใช้ความรู้ด้านวัฒนธรรมมากนักและดูแลนักท่องเที่ยวที่ไม่ซับซ้อน จึงยังมีไกด์จำนวนไม่น้อยอยู่ในตลาด ไกด์บางรายให้เหตุผลว่าไม่มีทางเลือกจึงยังต้องทำรูปแบบเดิมซ้ำๆ และหากช่วงไหนไม่มีกรุ๊ปทัวร์ให้รับ รายได้ก็จะหดหายไปกว่าครึ่ง
.
■ ไกด์ดีๆ หายไปไหน?
.
หากมองเฉพาะตลาดทัวร์ชาวจีนแบบดั้งเดิม ปัจจุบันจำนวนไกด์ถือว่ามีมากกว่าความต้องการ แต่ตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับขาดแคลนไกด์ที่มีทักษะภาษาและประสบการณ์ โดยเฉพาะภาษาเกาหลี สเปน และรัสเซีย ซึ่งหาคนที่มีคุณสมบัติครบได้ไม่ง่าย
.
เฉินอวี่ ซึ่งอาศัยอยู่ในนิวซีแลนด์ เริ่มทำตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าจีนตั้งแต่ปี 2025 โดยเริ่มจากนักท่องเที่ยวนิวซีแลนด์ ก่อนขยายไปยังเกาหลีใต้และรัสเซีย แต่เมื่อธุรกิจเติบโตกลับพบว่าไกด์ภาษาต่างประเทศที่มีความพร้อมมีจำนวนจำกัด
.
ข้อมูลจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองแห่งชาติจีนระบุว่าช่วงครึ่งแรกของปีนี้ จีนตรวจสอบการเดินทางเข้าประเทศของชาวต่างชาติ 45.91 ล้านครั้ง เพิ่มขึ้น 20.6% โดยเป็นชาวต่างชาติเดินทางเข้าจีน 22.91 ล้านครั้ง เพิ่มขึ้น 20.4% ขณะที่ผู้เดินทางเข้าจีนโดยไม่ต้องขอวีซ่ามี 17.82 ล้านครั้ง เพิ่มขึ้น 30.6% แม้ตลาดจะโตเรื่อยๆ แต่ในทางปฏิบัติกลับข้อจำกัดในเรื่องไกด์ ไม่ว่าจะเป็นทั้งด้านภาษาและใบอนุญาตประกอบอาชีพ
.
ไกด์กลุ่มนี้ต้องมีมากกว่าทักษะภาษา เพราะต้องรู้ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมจีน รวมถึงรับมือเหตุฉุกเฉิน เช่น เที่ยวบินล่าช้า เอกสารสูญหาย หรือนักท่องเที่ยวเจ็บป่วยได้ ที่สำคัญคือต้องสื่อสารกับชาวต่างชาติได้อย่างยืดหยุ่นและเข้าใจความแตกต่างทางวัฒนธรรม ด้วยเหตุนี้ เฉินอวี่จึงสนับสนุนให้นักศึกษาสาขาภาษาต่างประเทศสอบใบอนุญาตประกอบอาชีพไกด์มากขึ้น เพราะตลาดท่องเที่ยวต้องการไกด์ที่มีทักษะและคุณภาพสูงขึ้น
.
(อ่านต่อในคอมเมนต์)
.
.
📧 ติดต่อเรา Email: info@jeenthainews.com
.
#ท่องเที่ยวจีน #ธุรกิจท่องเที่ยว #ไกด์นำเที่ยว
.
https://www.facebook.com/share/p/1MkuxsKagR/
🤖💸 ท่องเที่ยวจีนไม่เหมือนเดิม บ.ทัวร์ปิดตัวกว่า 2,400 แห่ง ไกด์เร่งปรับตัวรับยุคเที่ยวเอง-วางแผนด้วย AI
.
ตลาดท่องเที่ยวจีนเริ่มฟื้นตัว แต่บริษัททัวร์แบบดั้งเดิมกลับเผชิญแรงกดดันจากการปรับโครงสร้างตลาด โดยผู้ประกอบการหลายรายเปิดเผยว่าจำนวนกรุ๊ปทัวร์ช่วงฤดูร้อนปีนี้ (ช่วงเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคม) ลดลงอย่างชัดเจน เช่น เส้นทางภาคตะวันออกของประเทศ ซึ่งช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมปกติเป็นช่วงที่มีทัวร์ออกต่อเนื่องและแต่ละกรุ๊ปมีมากกว่า 40 คน แต่ปีนี้เหลือเฉลี่ยราว 25 คน ขณะที่ไกด์ต้องรอรับงานนานขึ้น และบางรายไม่มีงานต่อเนื่องนานถึง 1 สัปดาห์
.
ขณะเดียวกัน ทางการจีนเร่งจัดระเบียบตลาดท่องเที่ยว โดยช่วงครึ่งปีแรก กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวจีนดำเนินการตรวจสอบบริษัททัวร์ทั่วประเทศ พร้อมจัดการบริษัทที่ใช้ชื่อบังหน้าและบริษัทที่ไม่มีการดำเนินธุรกิจจริง ส่งผลให้มีการยกเลิก ถอน หรือเพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจของบริษัททัวร์แล้วกว่า 2,400 แห่ง ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของตลาดและการที่โซเชียลมีเดียกับ AI ทำให้การวางแผนท่องเที่ยวด้วยตัวเองง่ายขึ้น จึงเกิดคำถามว่าเมื่อเดินทางไปยังเมืองที่ไม่คุ้นเคย นักท่องเที่ยวยังจำเป็นต้องพึ่งบริษัททัวร์และไกด์นำเที่ยวอยู่หรือไม่
.
■ ดาบสองคมของ "ทัวร์ราคาถูก"
.
ความต้องการท่องเที่ยวของชาวจีนยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่ตลาดกลับมีลักษณะ “นักท่องเที่ยวเพิ่ม แต่การใช้จ่ายโตช้า” โดยกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวจีนระบุว่าช่วงครึ่งแรกของปีนี้ ชาวจีนเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ 3.46 พันล้านครั้ง เพิ่มขึ้น 5.4% ขณะที่ใช้จ่ายรวม 3.21 ล้านล้านหยวน (ราว 15.6 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้นเพียง 2% ด้านพนักงานบริษัททัวร์เผยว่าลูกค้ามักนำโปรแกรมเดียวกันไปขอราคาจากหลายบริษัทก่อนตัดสินใจ “ไปเที่ยวเอง” ซึ่งแทบกลายเป็นเรื่องปกติ
.
ในยุคดิจิทัล “ทัวร์ผู้สูงวัย” ยังคงเป็นตลาดหลักของบริษัททัวร์แบบดั้งเดิม เพราะลูกค้ากลุ่มนี้ให้ความสำคัญกับราคา ทำให้บริษัททัวร์แข่งขันกันลดราคา จาก 3,000 หยวน (ราว 14,580 บาท) เหลือ 2,000 หยวน (ราว 9,720 บาท) และถูกกดลงเหลือเพียง 1,000 หยวน (ราว 4,860 บาท) ทั้งที่ต้นทุนค่าที่พัก รถบัส อาหาร ค่าเข้าชมสถานที่และค่าไกด์ยังเท่าเดิม เมื่อค่าทัวร์ไม่พอครอบคลุมต้นทุน การพาไปซื้อสินค้าและกิจกรรมที่ต้องจ่ายเพิ่มจึงกลายเป็นช่องทางสร้างรายได้
.
เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวจีนเผยกรณีบังคับให้นักท่องเที่ยวใช้จ่าย โดยพบปัญหาขยายไปถึงทัวร์ต่างประเทศ ทัวร์ราคาถูกสำหรับผู้สูงวัย และทัวร์กลุ่มลูกค้าประกันภัย เช่น บริษัททัวร์ที่ไม่มีใบอนุญาต เรียกเก็บคนละ 1,580 หยวน (ราว 7,679 บาท) พานักท่องเที่ยว 126 คนไปญาจาง ประเทศเวียดนามและบังคับให้ซื้อสินค้าและบริการระหว่างทริป ส่วนอีกกรณี บริษัททัวร์ขาย “เที่ยวกุ้ยหลิน 6 วัน 199 หยวน (ราว 967 บาท)” ผ่านโซเชียลมีเดีย ก่อนพานักท่องเที่ยวสูงวัยเข้าสถานที่ชอปปิงถึง 7 แห่งพร้อมเรียกเก็บค่าหัวและส่วนแบ่งจากการซื้อสินค้าและบริการเสริม
.
รูปแบบนี้มีมานานแต่ยังไม่หายไปจากตลาด โดยพนักงานบริษัททัวร์มองว่าทัวร์ชอปปิงบางแห่งมีลักษณะหลอกลวงและไม่เหมาะกับการทำธุรกิจระยะยาว แต่การแข่งขันด้านราคาทำให้บริษัทที่ไม่ทำทัวร์ราคาถูกแทบไม่มีลูกค้า ส่งผลให้ไกด์ซึ่งใกล้ชิดนักท่องเที่ยวที่สุดต้องเผชิญกับบทบาทที่ซับซ้อนมากขึ้น
.
ไกด์หลายรายเผยว่าทัวร์ราคาถูกบางแพ็กเกจให้ค่าตอบแทนพื้นฐานต่ำมากและบางครั้งไกด์ยังต้องออกค่าใช้จ่ายล่วงหน้าเอง เมื่อรายได้ผูกกับการซื้อสินค้าและบริการเสริม ไกด์จึงต้องทำหน้าที่ทั้งดูแลนักท่องเที่ยวและทำยอดขาย กลายเป็นวงจรที่บริษัททัวร์ใช้ราคาถูกดึงลูกค้า จนกระทบประสบการณ์ของนักท่องเที่ยว
.
อย่างไรก็ตาม ทัวร์ลักษณะนี้ไม่ต้องใช้ความรู้ด้านวัฒนธรรมมากนักและดูแลนักท่องเที่ยวที่ไม่ซับซ้อน จึงยังมีไกด์จำนวนไม่น้อยอยู่ในตลาด ไกด์บางรายให้เหตุผลว่าไม่มีทางเลือกจึงยังต้องทำรูปแบบเดิมซ้ำๆ และหากช่วงไหนไม่มีกรุ๊ปทัวร์ให้รับ รายได้ก็จะหดหายไปกว่าครึ่ง
.
■ ไกด์ดีๆ หายไปไหน?
.
หากมองเฉพาะตลาดทัวร์ชาวจีนแบบดั้งเดิม ปัจจุบันจำนวนไกด์ถือว่ามีมากกว่าความต้องการ แต่ตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับขาดแคลนไกด์ที่มีทักษะภาษาและประสบการณ์ โดยเฉพาะภาษาเกาหลี สเปน และรัสเซีย ซึ่งหาคนที่มีคุณสมบัติครบได้ไม่ง่าย
.
เฉินอวี่ ซึ่งอาศัยอยู่ในนิวซีแลนด์ เริ่มทำตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าจีนตั้งแต่ปี 2025 โดยเริ่มจากนักท่องเที่ยวนิวซีแลนด์ ก่อนขยายไปยังเกาหลีใต้และรัสเซีย แต่เมื่อธุรกิจเติบโตกลับพบว่าไกด์ภาษาต่างประเทศที่มีความพร้อมมีจำนวนจำกัด
.
ข้อมูลจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองแห่งชาติจีนระบุว่าช่วงครึ่งแรกของปีนี้ จีนตรวจสอบการเดินทางเข้าประเทศของชาวต่างชาติ 45.91 ล้านครั้ง เพิ่มขึ้น 20.6% โดยเป็นชาวต่างชาติเดินทางเข้าจีน 22.91 ล้านครั้ง เพิ่มขึ้น 20.4% ขณะที่ผู้เดินทางเข้าจีนโดยไม่ต้องขอวีซ่ามี 17.82 ล้านครั้ง เพิ่มขึ้น 30.6% แม้ตลาดจะโตเรื่อยๆ แต่ในทางปฏิบัติกลับข้อจำกัดในเรื่องไกด์ ไม่ว่าจะเป็นทั้งด้านภาษาและใบอนุญาตประกอบอาชีพ
.
ไกด์กลุ่มนี้ต้องมีมากกว่าทักษะภาษา เพราะต้องรู้ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมจีน รวมถึงรับมือเหตุฉุกเฉิน เช่น เที่ยวบินล่าช้า เอกสารสูญหาย หรือนักท่องเที่ยวเจ็บป่วยได้ ที่สำคัญคือต้องสื่อสารกับชาวต่างชาติได้อย่างยืดหยุ่นและเข้าใจความแตกต่างทางวัฒนธรรม ด้วยเหตุนี้ เฉินอวี่จึงสนับสนุนให้นักศึกษาสาขาภาษาต่างประเทศสอบใบอนุญาตประกอบอาชีพไกด์มากขึ้น เพราะตลาดท่องเที่ยวต้องการไกด์ที่มีทักษะและคุณภาพสูงขึ้น
.
(อ่านต่อในคอมเมนต์)
.
.
📧 ติดต่อเรา Email: info@jeenthainews.com
.
#ท่องเที่ยวจีน #ธุรกิจท่องเที่ยว #ไกด์นำเที่ยว
.
https://www.facebook.com/share/p/1MkuxsKagR/