เปิดแฟ้มคดีจากภารกิจสู้โควิด สู่คำถามสั่ง ATK เกือบ 10 ล้าน และโทษปลดจากราชการ
ในวันที่สังคมกำลังกลับมาจับตาเรื่อง โควิด-19 วัคซีน และการรับมือโรคระบาด อีกครั้ง จากกระแสโควิด-19 ยังไม่หายไปจากประเทศไทย
ขณะที่ภาครัฐยังเดินหน้าติดตามสายพันธุ์และแนวทางวัคซีนอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางบทเรียนจากวิกฤตครั้งใหญ่ในอดีต
การรับมือโรคระบาดต้องแข่งกับเวลา แต่ทุกการใช้งบประมาณก็ต้องตรวจสอบได้
ชื่อของ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ กลับมาอยู่ในความสนใจจากอีกมุมหนึ่ง
หนึ่งในคดีที่สะท้อนคำถามนี้ คือ
นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ กับการจัดซื้อชุดตรวจ ATK มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท ในช่วงโควิดปี 2564
ซื้ออะไร? ทำไมต้อง 5 ครั้ง?
โรงพยาบาลจัดซื้อ ATK
5 ครั้ง รวม 42,854 ชุด มูลค่า 9,856,420 บาท โดยแต่ละครั้งวงเงินไม่เกิน 2 ล้านบาท
ฝ่ายสอบสวนมองว่า การจัดซื้อในลักษณะดังกล่าวเข้าข่าย
แบ่งซื้อแบ่งจ้าง และมีประเด็นเรื่องการนำ ATK ไปใช้ก่อน
แล้วจึงดำเนินการจัดซื้อภายหลัง จนนำไปสู่ข้อสรุปว่าเป็น
ความผิดวินัยอย่างร้ายแรง
แต่คำถามคือ…
นี่คือการแบ่งซื้อเพื่อหลีกเลี่ยงระเบียบ?
หรือเป็นการซื้อเพิ่มตามสถานการณ์ฉุกเฉิน เพราะไม่มีใครรู้ล่วงหน้าว่าจะมีประชาชนมาตรวจมากแค่ไหน?
นี่คือข้อโต้แย้งสำคัญของ นพ.สุภัทร ซึ่งยืนยันว่า การจัดซื้อเกิดขึ้นตามภารกิจตรวจโควิดในช่วงวิกฤต ไม่ได้มีเจตนาแบ่งซื้อเพื่อหลีกเลี่ยงกฎ
นำไปสู่การโทษปลดจากราชการ
วันที่
22 มกราคม 2569 อ.ก.พ. กระทรวงสาธารณสุข มีมติ
4 ต่อ 3 ให้ปลด นพ.สุภัทรออกจากราชการ โดยฝ่ายกระทรวง
ยืนยันว่าเป็นผลจากกระบวนการสอบสวนทางวินัย และไม่มีใบสั่ง ทางการเมือง
จึงเกิดคำถามสำคัญว่า…
ซื้อ ATK เพื่อภารกิจโควิดเกือบ 10 ล้านบาท
ความผิดอยู่ที่ “เงิน” หรืออยู่ที่ “วิธีจัดซื้อ”?
และถ้าในวันนั้นเจ้าหน้าที่ต้องตัดสินใจแข่งกับเวลาเพื่อรับมือโรคระบาด
ความเร่งด่วน ควรมีน้ำหนักแค่ไหน เมื่อถูกตรวจสอบย้อนหลัง?
นี่ไม่ใช่เพียงเรื่องของ หมอสุภัทร แต่เป็นบทเรียนว่า
เมื่อเกิดโรคระบาดครั้งใหม่ คนหน้างานจะกล้าตัดสินใจเร็วแค่ไหน
และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะวางเส้นแบ่งระหว่าง ทำงานเร็ว กับ ผิดระเบียบ ไว้ตรงไหน
ขอบคุณข้อมูลข่าว เพิ่มเติม
https://www.isranews.org/article/isranews-news/145053-isra-news-100.html
เปิดแฟ้มคดีจากภารกิจสู้โควิด สู่คำถามสั่ง ATK เกือบ 10 ล้าน และโทษปลดจากราชการ
ในวันที่สังคมกำลังกลับมาจับตาเรื่อง โควิด-19 วัคซีน และการรับมือโรคระบาด อีกครั้ง จากกระแสโควิด-19 ยังไม่หายไปจากประเทศไทย
ขณะที่ภาครัฐยังเดินหน้าติดตามสายพันธุ์และแนวทางวัคซีนอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางบทเรียนจากวิกฤตครั้งใหญ่ในอดีต
การรับมือโรคระบาดต้องแข่งกับเวลา แต่ทุกการใช้งบประมาณก็ต้องตรวจสอบได้
ชื่อของ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ กลับมาอยู่ในความสนใจจากอีกมุมหนึ่ง
หนึ่งในคดีที่สะท้อนคำถามนี้ คือ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ กับการจัดซื้อชุดตรวจ ATK มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท ในช่วงโควิดปี 2564
ซื้ออะไร? ทำไมต้อง 5 ครั้ง?
โรงพยาบาลจัดซื้อ ATK 5 ครั้ง รวม 42,854 ชุด มูลค่า 9,856,420 บาท โดยแต่ละครั้งวงเงินไม่เกิน 2 ล้านบาท
ฝ่ายสอบสวนมองว่า การจัดซื้อในลักษณะดังกล่าวเข้าข่าย แบ่งซื้อแบ่งจ้าง และมีประเด็นเรื่องการนำ ATK ไปใช้ก่อน
แล้วจึงดำเนินการจัดซื้อภายหลัง จนนำไปสู่ข้อสรุปว่าเป็น ความผิดวินัยอย่างร้ายแรง
แต่คำถามคือ…นี่คือการแบ่งซื้อเพื่อหลีกเลี่ยงระเบียบ?
หรือเป็นการซื้อเพิ่มตามสถานการณ์ฉุกเฉิน เพราะไม่มีใครรู้ล่วงหน้าว่าจะมีประชาชนมาตรวจมากแค่ไหน?
นี่คือข้อโต้แย้งสำคัญของ นพ.สุภัทร ซึ่งยืนยันว่า การจัดซื้อเกิดขึ้นตามภารกิจตรวจโควิดในช่วงวิกฤต ไม่ได้มีเจตนาแบ่งซื้อเพื่อหลีกเลี่ยงกฎ
นำไปสู่การโทษปลดจากราชการ
วันที่ 22 มกราคม 2569 อ.ก.พ. กระทรวงสาธารณสุข มีมติ 4 ต่อ 3 ให้ปลด นพ.สุภัทรออกจากราชการ โดยฝ่ายกระทรวง
ยืนยันว่าเป็นผลจากกระบวนการสอบสวนทางวินัย และไม่มีใบสั่ง ทางการเมือง
จึงเกิดคำถามสำคัญว่า…
ซื้อ ATK เพื่อภารกิจโควิดเกือบ 10 ล้านบาท
ความผิดอยู่ที่ “เงิน” หรืออยู่ที่ “วิธีจัดซื้อ”?
และถ้าในวันนั้นเจ้าหน้าที่ต้องตัดสินใจแข่งกับเวลาเพื่อรับมือโรคระบาด ความเร่งด่วน ควรมีน้ำหนักแค่ไหน เมื่อถูกตรวจสอบย้อนหลัง?
นี่ไม่ใช่เพียงเรื่องของ หมอสุภัทร แต่เป็นบทเรียนว่า เมื่อเกิดโรคระบาดครั้งใหม่ คนหน้างานจะกล้าตัดสินใจเร็วแค่ไหน
และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะวางเส้นแบ่งระหว่าง ทำงานเร็ว กับ ผิดระเบียบ ไว้ตรงไหน
ขอบคุณข้อมูลข่าว เพิ่มเติม https://www.isranews.org/article/isranews-news/145053-isra-news-100.html