คนเราส่วนใหญ่...
มักมีอดีตบางเรื่องที่ยังวางไม่ลง
อาจเป็นคำพูดเพียงประโยคเดียวที่แทงใจ
การถูกคนที่ไว้ใจหักหลัง
หรือความผิดพลาดบางอย่าง
ที่ยังย้อนกลับมาตำหนิตัวเองอยู่เสมอ
เหตุการณ์อาจผ่านไปนานแล้ว
คนบางคนอาจเดินออกจากชีวิตเราไปแล้วด้วยซ้ำ
แต่ในความคิดของเรา...
เรื่องเหล่านั้นกลับถูกนำมาฉายซ้ำ
ราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน
บางครั้งเรากอดอดีตเอาไว้
เพราะคิดว่าจะช่วยป้องกันไม่ให้เจ็บอีก
แต่การคิดถึงมันซ้ำๆ
อาจกลายเป็นการลงโทษตัวเองโดยไม่รู้ตัว
เหมือนเปิดประตูทิ้งไว้ให้ความเครียดเดินเข้าออก
จนค่อยๆ รบกวนทั้งการนอน ความสุข
และความสัมพันธ์ในปัจจุบัน
การวางอดีต...ไม่ได้แปลว่าเราต้องลืม
ไม่ได้แปลว่าต้องให้อภัยคนที่ยังไม่สำนึก
และไม่ได้แปลว่าสิ่งที่เขาทำกับเรานั้นถูกต้อง
มันเพียงหมายความว่า
เรากำลังเอาสิทธิ์ในการกำหนดชีวิตวันนี้
กลับคืนมาไว้ในมือของตัวเอง
เราอาจเก็บบทเรียนเอาไว้
แต่ไม่จำเป็นต้องเก็บความเจ็บปวดไว้ลงโทษตัวเองตลอดชีวิต
เมื่อความทรงจำเก่ากลับมา อาจค่อยๆ บอกหัวใจว่า
“เรื่องนี้เคยเกิดขึ้นแล้ว แต่มันไม่ได้กำลังเกิดขึ้นในวันนี้”
อดีตเป็นครูได้ แต่อย่าปล่อยให้มันกลายเป็นผู้คุม
เราไม่จำเป็นต้องกลับไปเป็นคนเดิมก่อนวันที่ถูกทำร้าย
เพียงค่อยๆ เป็นคนใหม่ที่อ่อนโยนขึ้น รอบคอบขึ้น
และไม่ยอมให้บาดแผลเก่า เลือกอนาคตแทนเราอีกต่อไป
บางเรื่องอาจยังลืมไม่ได้ในทันที
แต่วันนี้เราอาจเริ่มต้นได้
ด้วยการนึกถึงมันให้น้อยลง
และหันกลับมาใช้ชีวิตที่ยังเหลืออยู่ให้มากขึ้น
แล้วคุณล่ะครับ มีอดีตเรื่องใดบ้างไหมครับ
ที่วันนี้คุณอยากคืนมันให้กับวันวาน
แล้วพาหัวใจกลับมาอยู่กับปัจจุบัน
บอกเล่าสู่กันฟังได้นะครับ...
การวางอดีต ไม่ได้แปลว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่สำคัญ…แต่คือไม่ยอมให้มันใช้ชีวิตที่เหลือแทนเรา...
มักมีอดีตบางเรื่องที่ยังวางไม่ลง
อาจเป็นคำพูดเพียงประโยคเดียวที่แทงใจ
การถูกคนที่ไว้ใจหักหลัง
หรือความผิดพลาดบางอย่าง
ที่ยังย้อนกลับมาตำหนิตัวเองอยู่เสมอ
เหตุการณ์อาจผ่านไปนานแล้ว
คนบางคนอาจเดินออกจากชีวิตเราไปแล้วด้วยซ้ำ
แต่ในความคิดของเรา...
เรื่องเหล่านั้นกลับถูกนำมาฉายซ้ำ
ราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน
บางครั้งเรากอดอดีตเอาไว้
เพราะคิดว่าจะช่วยป้องกันไม่ให้เจ็บอีก
แต่การคิดถึงมันซ้ำๆ
อาจกลายเป็นการลงโทษตัวเองโดยไม่รู้ตัว
เหมือนเปิดประตูทิ้งไว้ให้ความเครียดเดินเข้าออก
จนค่อยๆ รบกวนทั้งการนอน ความสุข
และความสัมพันธ์ในปัจจุบัน
การวางอดีต...ไม่ได้แปลว่าเราต้องลืม
ไม่ได้แปลว่าต้องให้อภัยคนที่ยังไม่สำนึก
และไม่ได้แปลว่าสิ่งที่เขาทำกับเรานั้นถูกต้อง
มันเพียงหมายความว่า
เรากำลังเอาสิทธิ์ในการกำหนดชีวิตวันนี้
กลับคืนมาไว้ในมือของตัวเอง
เราอาจเก็บบทเรียนเอาไว้
แต่ไม่จำเป็นต้องเก็บความเจ็บปวดไว้ลงโทษตัวเองตลอดชีวิต
เมื่อความทรงจำเก่ากลับมา อาจค่อยๆ บอกหัวใจว่า
“เรื่องนี้เคยเกิดขึ้นแล้ว แต่มันไม่ได้กำลังเกิดขึ้นในวันนี้”
อดีตเป็นครูได้ แต่อย่าปล่อยให้มันกลายเป็นผู้คุม
เราไม่จำเป็นต้องกลับไปเป็นคนเดิมก่อนวันที่ถูกทำร้าย
เพียงค่อยๆ เป็นคนใหม่ที่อ่อนโยนขึ้น รอบคอบขึ้น
และไม่ยอมให้บาดแผลเก่า เลือกอนาคตแทนเราอีกต่อไป
บางเรื่องอาจยังลืมไม่ได้ในทันที
แต่วันนี้เราอาจเริ่มต้นได้
ด้วยการนึกถึงมันให้น้อยลง
และหันกลับมาใช้ชีวิตที่ยังเหลืออยู่ให้มากขึ้น
แล้วคุณล่ะครับ มีอดีตเรื่องใดบ้างไหมครับ
ที่วันนี้คุณอยากคืนมันให้กับวันวาน
แล้วพาหัวใจกลับมาอยู่กับปัจจุบัน
บอกเล่าสู่กันฟังได้นะครับ...