📢รู้ไว้ก่อนไปช้อปที่ญี่ปุ่น! เปลี่ยนจากระบบ Tax Free (ได้ภาษีคืนที่ร้านค้าทันที) เป็น Tax Refund (จ่ายก่อน แล้วค่อยขอคืนภาษี) เริ่ม 1 พฤศจิกายน 2026 👜
📌ขั้นตอนการขอคืนภาษีก็ง่าย ๆ ตามนี้
1. เมื่อซื้อสินค้า ณ ร้านค้าที่สามารถขอคืนภาษีได้
-แสดงหนังสือเดินทาง (Passport) หรือ Tax-refund QR Code ที่ลงทะเบียนข้อมูลแล้วใน Visit Japan Web
-เลือกช่องทางรับเงินภาษีคืน เช่น บัตรเครดิต หรือวิธีรับเงินอื่น ๆ ที่ร้านกำหนด
2. ก่อนเดินทางออกจากญี่ปุ่น (ภายใน 90 วันนับจากวันที่ซื้อสินค้า)
-ไปที่จุดดำเนินการขอคืนภาษีภายในสนามบิน ก่อนทำการเช็กอินและโหลดกระเป๋าเดินทางกับสายการบิน (เนื่องจากเจ้าหน้าที่อาจขอตรวจสอบสินค้าที่ขอคืนภาษี) สแกนพาสปอร์ต ณ จุดที่กำหนด
-หากขึ้นสีเขียวคือ ผ่าน (ไม่ต้องตรวจสอบสินค้าเพิ่มเติม) เป็นอันเสร็จขั้นตอน
-หากขึ้นสีแดง หมายถึง ต้องแสดงสินค้าเพื่อตรวจสอบเพิ่มเติมกับเจ้าหน้าที่ศุลกากร
-บางสนามบินหลัก เช่น Narita, Haneda, Kansai, Chubu Centrair, Fukuoka, New Chitose และ Naha สามารถดำเนินการขอคืนภาษีผ่าน Visit Japan Web ได้เองทางมือถือ โดยเชื่อมต่อกับ WiFi ณ จุดที่กำหนดในสนามบิน
3. เมื่อผ่านการตรวจแล้ว รับเงินภาษีคืนตามช่องทางที่ลงทะเบียนไว้ เช่น บัตรเครดิต หรือวิธีรับเงินอื่น ๆ ที่รองรับ สิ่งสำคัญที่ต้องรู้ !
-ต้องแสดงสินค้าที่ขอคืนภาษีต่อเจ้าหน้าที่ได้ เมื่อเรียกตรวจสอบ
-หากไม่สามารถแสดงสินค้าที่ขอคืนภาษี อาจหมดสิทธิ์คืนภาษีสำหรับสินค้าอื่นที่อยู่ในใบเสร็จเดียวกันด้วย
-สินค้ามูลค่า 1 ล้านเยนขึ้นไป อาจเรียกตรวจสอบเอกสารเพิ่มเติม เช่น ใบรับรองสินค้า หรือใบรับประกันสินค้า เป็นต้น
✅ทริคที่แนะนำ
-ไปถึงสนามบินให้เร็วขึ้น เพราะขั้นตอนการขอคืนภาษี อาจมีคิวยาว
-แนะนำให้ลงทะเบียนข้อมูลการขอคืนภาษีใน Visit Japan Web เพื่อความสะดวก
-แยกใบเสร็จสำหรับสินค้าที่ต้องการบริโภคในญี่ปุ่น กับสินค้าที่ต้องการขอคืนภาษี เนื่องจากหากไม่สามารถแสดงสินค้า อาจหมดสิทธิ์คืนภาษีสำหรับสินค้าทั้งหมดที่อยู่ในใบเสร็จเดียวกัน
-แยกของที่ต้องการขอคืนภาษี ในกระเป๋าล่วงหน้า จะได้ไม่ต้องรื้อหาเมื่อมีการเรียกตรวจสอบ
-เก็บใบเสร็จให้ครบ เผื่อเป็นเอกสารหลักฐานเมื่อดำเนินการขอคืนภาษี
-ข้อมูลเพิ่มเติม :
www.mlit.go.jp
-ใครมีแพลนไปญี่ปุ่นหลังเดือนพฤศจิกายน 2026 อย่าลืมอ่านข้อมูลและเงื่อนไข Tax Refund ก่อนช้อปกันนะ
🙏ขอบคุณข้อมูลจาก
FB การท่องเที่ยวญี่ปุ่น - Visit Japan
❗สายช้อปที่ญี่ปุ่น! เปลี่ยนระบบเป็น Tax Refund (จ่ายก่อน แล้วค่อยขอคืนภาษี) เริ่ม 1 พฤศจิกายน 2569 🇯🇵
📌ขั้นตอนการขอคืนภาษีก็ง่าย ๆ ตามนี้
1. เมื่อซื้อสินค้า ณ ร้านค้าที่สามารถขอคืนภาษีได้
-แสดงหนังสือเดินทาง (Passport) หรือ Tax-refund QR Code ที่ลงทะเบียนข้อมูลแล้วใน Visit Japan Web
-เลือกช่องทางรับเงินภาษีคืน เช่น บัตรเครดิต หรือวิธีรับเงินอื่น ๆ ที่ร้านกำหนด
2. ก่อนเดินทางออกจากญี่ปุ่น (ภายใน 90 วันนับจากวันที่ซื้อสินค้า)
-ไปที่จุดดำเนินการขอคืนภาษีภายในสนามบิน ก่อนทำการเช็กอินและโหลดกระเป๋าเดินทางกับสายการบิน (เนื่องจากเจ้าหน้าที่อาจขอตรวจสอบสินค้าที่ขอคืนภาษี) สแกนพาสปอร์ต ณ จุดที่กำหนด
-หากขึ้นสีเขียวคือ ผ่าน (ไม่ต้องตรวจสอบสินค้าเพิ่มเติม) เป็นอันเสร็จขั้นตอน
-หากขึ้นสีแดง หมายถึง ต้องแสดงสินค้าเพื่อตรวจสอบเพิ่มเติมกับเจ้าหน้าที่ศุลกากร
-บางสนามบินหลัก เช่น Narita, Haneda, Kansai, Chubu Centrair, Fukuoka, New Chitose และ Naha สามารถดำเนินการขอคืนภาษีผ่าน Visit Japan Web ได้เองทางมือถือ โดยเชื่อมต่อกับ WiFi ณ จุดที่กำหนดในสนามบิน
3. เมื่อผ่านการตรวจแล้ว รับเงินภาษีคืนตามช่องทางที่ลงทะเบียนไว้ เช่น บัตรเครดิต หรือวิธีรับเงินอื่น ๆ ที่รองรับ สิ่งสำคัญที่ต้องรู้ !
-ต้องแสดงสินค้าที่ขอคืนภาษีต่อเจ้าหน้าที่ได้ เมื่อเรียกตรวจสอบ
-หากไม่สามารถแสดงสินค้าที่ขอคืนภาษี อาจหมดสิทธิ์คืนภาษีสำหรับสินค้าอื่นที่อยู่ในใบเสร็จเดียวกันด้วย
-สินค้ามูลค่า 1 ล้านเยนขึ้นไป อาจเรียกตรวจสอบเอกสารเพิ่มเติม เช่น ใบรับรองสินค้า หรือใบรับประกันสินค้า เป็นต้น
✅ทริคที่แนะนำ
-ไปถึงสนามบินให้เร็วขึ้น เพราะขั้นตอนการขอคืนภาษี อาจมีคิวยาว
-แนะนำให้ลงทะเบียนข้อมูลการขอคืนภาษีใน Visit Japan Web เพื่อความสะดวก
-แยกใบเสร็จสำหรับสินค้าที่ต้องการบริโภคในญี่ปุ่น กับสินค้าที่ต้องการขอคืนภาษี เนื่องจากหากไม่สามารถแสดงสินค้า อาจหมดสิทธิ์คืนภาษีสำหรับสินค้าทั้งหมดที่อยู่ในใบเสร็จเดียวกัน
-แยกของที่ต้องการขอคืนภาษี ในกระเป๋าล่วงหน้า จะได้ไม่ต้องรื้อหาเมื่อมีการเรียกตรวจสอบ
-เก็บใบเสร็จให้ครบ เผื่อเป็นเอกสารหลักฐานเมื่อดำเนินการขอคืนภาษี
-ข้อมูลเพิ่มเติม : www.mlit.go.jp
-ใครมีแพลนไปญี่ปุ่นหลังเดือนพฤศจิกายน 2026 อย่าลืมอ่านข้อมูลและเงื่อนไข Tax Refund ก่อนช้อปกันนะ
🙏ขอบคุณข้อมูลจาก FB การท่องเที่ยวญี่ปุ่น - Visit Japan