สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 6
แขก 100 - 120 คน ไม่ใช่งานเล็กเป็นงานเริ่มจะไซส์กลาง ๆ
ไม่ทราบว่าความคิดใครที่จะจัดไซส์นี้แต่ถ้าบอกตลอดทางว่างบจำกัด ทรัพย์จำกัด ฯลฯ แต่ยังจะจัดไซส์นี้ก็ขอวิจารณ์อย่างตรงไปตรงมาว่าคล้ายจัดงานเอาหน้าเอาตาไปหน่อยครับ ซึ่งไม่ได้บอกว่าผิด ถ้าพร้อมจัดใหญ่ไซส์หลายร้อยคนก็จัดไปเพื่อนผมจัดการแต่งใหญ่หลายล้านบาทแต่ฝ่ายชายรวย แต่จากที่ฟังเคสคุณเหมือนฝ่ายชายไม่เงินมากหรือเผลอๆ พ่อแม่เขานังต้องอุ้มงานแต่งลูกชายด้วยซ้ำไปหรือไม่
ค่าสินสอดจะครึ่งล้าน จัดงานแต่งไซส์ร้อยกว่าผมว่าเบ็ดเสร็จอาจจบที่ 8 แสนเกือบล้าน หนักมากสำหรับคนมีรายได้แบบหาเช้ากินค่ำกินเงินเดือนประจำ
คำถามข้อ 1 - 5 รวบดังนี้
- ลดไซส์ลง 50% ครอบครัวและเพื่อนรวมกันไปไม่เกิน 50 คน
- สินสอดตัวเงินสดเช่ามาวางโชว์ และเหลือแค่ทอง 2 บาทเป็นสินสอดจริงจากฝ่ายชาย
- ค่าจัดงานหารกัน
ถ้าครอบครัวฝั่งคุณไม่เอาเล็กไปจะเอาใหญ่ๆ ก็เลิกคุยครับ คุณก็ไปบอกฝ่ายชายว่ายังไม่ต้องแต่งครับ
ไม่ทราบว่าความคิดใครที่จะจัดไซส์นี้แต่ถ้าบอกตลอดทางว่างบจำกัด ทรัพย์จำกัด ฯลฯ แต่ยังจะจัดไซส์นี้ก็ขอวิจารณ์อย่างตรงไปตรงมาว่าคล้ายจัดงานเอาหน้าเอาตาไปหน่อยครับ ซึ่งไม่ได้บอกว่าผิด ถ้าพร้อมจัดใหญ่ไซส์หลายร้อยคนก็จัดไปเพื่อนผมจัดการแต่งใหญ่หลายล้านบาทแต่ฝ่ายชายรวย แต่จากที่ฟังเคสคุณเหมือนฝ่ายชายไม่เงินมากหรือเผลอๆ พ่อแม่เขานังต้องอุ้มงานแต่งลูกชายด้วยซ้ำไปหรือไม่
ค่าสินสอดจะครึ่งล้าน จัดงานแต่งไซส์ร้อยกว่าผมว่าเบ็ดเสร็จอาจจบที่ 8 แสนเกือบล้าน หนักมากสำหรับคนมีรายได้แบบหาเช้ากินค่ำกินเงินเดือนประจำ
คำถามข้อ 1 - 5 รวบดังนี้
- ลดไซส์ลง 50% ครอบครัวและเพื่อนรวมกันไปไม่เกิน 50 คน
- สินสอดตัวเงินสดเช่ามาวางโชว์ และเหลือแค่ทอง 2 บาทเป็นสินสอดจริงจากฝ่ายชาย
- ค่าจัดงานหารกัน
ถ้าครอบครัวฝั่งคุณไม่เอาเล็กไปจะเอาใหญ่ๆ ก็เลิกคุยครับ คุณก็ไปบอกฝ่ายชายว่ายังไม่ต้องแต่งครับ
สมาชิกหมายเลข 1559314 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 9431768 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 806687 ถูกใจ, hippe ถูกใจ, ลาบราดอร์สีดำ ถูกใจ
ความคิดเห็นที่ 11
คุยกับฝ่ายชายก่อนว่าฝ่ายชายสามารถจ่ายได้เท่าไหร่
แล้วส่วนต่างที่เหลือก็เป็นหน้าที่ของฝ่ายหญิงรับไป
ถ้าฝ่ายหญิงก็เงินไม่พอจ่ายเหมือนกัน ก็ต้องลดค่าใช้จ่ายของงานลง
เพราะ
1. เป็นความต้องการของฝ่ายหญิงที่ต้องการจัดงานใหญ่เกินฐานะของฝ่ายชาย
2. รู้ทั้งรู้ว่าฝ่ายชายจ่ายไม่ไหวแน่ๆ ยังจะไปบังคับให้เค้าหารครึ่งอีกเหรอ
นี่คือคนที่รักกันและกำลังจะสร้างครอบครัวด้วยกันแน่นะ
เราไม่รู้ว่าคนที่ต้องการให้ฝ่ายชายออกเงินเกินฐานะคือเจ้าสาวหรือพ่อแม่เจ้าสาว
แต่ถ้าเราเป็นคุณ เราจะจัดงานตามฐานะของเราเองโดยไม่ใช้เงินของพ่อแม่เลย
และการตัดสินใจทั้งหมดจะอยู่ที่เราค่ะ ไม่ใช่ที่พ่อแม่
แล้วส่วนต่างที่เหลือก็เป็นหน้าที่ของฝ่ายหญิงรับไป
ถ้าฝ่ายหญิงก็เงินไม่พอจ่ายเหมือนกัน ก็ต้องลดค่าใช้จ่ายของงานลง
เพราะ
1. เป็นความต้องการของฝ่ายหญิงที่ต้องการจัดงานใหญ่เกินฐานะของฝ่ายชาย
2. รู้ทั้งรู้ว่าฝ่ายชายจ่ายไม่ไหวแน่ๆ ยังจะไปบังคับให้เค้าหารครึ่งอีกเหรอ
นี่คือคนที่รักกันและกำลังจะสร้างครอบครัวด้วยกันแน่นะ
เราไม่รู้ว่าคนที่ต้องการให้ฝ่ายชายออกเงินเกินฐานะคือเจ้าสาวหรือพ่อแม่เจ้าสาว
แต่ถ้าเราเป็นคุณ เราจะจัดงานตามฐานะของเราเองโดยไม่ใช้เงินของพ่อแม่เลย
และการตัดสินใจทั้งหมดจะอยู่ที่เราค่ะ ไม่ใช่ที่พ่อแม่
thai orchid ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1559314 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 801640 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 806687 ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 6551170 ถูกใจ, ลาบราดอร์สีดำ ถูกใจ, สมาชิกหมายเลข 1624493 ถูกใจ
▼ กำลังโหลดข้อมูล... ▼
แสดงความคิดเห็น
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นกับกระทู้นี้ได้ด้วยการเข้าสู่ระบบ
จัดงานแต่งที่เริ่มต้นมาด้วยคำว่า "หารครึ่ง"
กำลังจะแต่งงานปีหน้าค่ะ ตอนนี้กำลังคุยกันเรื่องงบงานแต่งและสินสอด เลยอยากขอความคิดเห็นจากคนที่เคยแต่งงานแล้ว โดยเฉพาะบ้านจีน หรือบ้านที่มีธรรมเนียมเรื่องงานแต่งแตกต่างกันค่ะ
เรื่องของเราคือ ทางบ้านฝ่ายชายมีธรรมเนียมว่า ฝ่ายหญิงเป็นคนออกค่าจัดงานแต่ง ส่วนฝ่ายชายรับผิดชอบเรื่องสินสอด
แต่ทางบ้านเราเป็นครอบครัวคนจีน ซึ่งมีความคาดหวังว่าฝ่ายชายควรช่วย support ค่าใช้จ่ายในการจัดงานด้วย
ตอนแรกเรากับแฟนเลยตกลงกันตรงกลางว่า ค่าจัดงานแบ่งกันคนละครึ่ง โดยแต่ละครอบครัวช่วยรับผิดชอบในส่วนของตัวเอง เพื่อไม่ให้ภาระตกอยู่กับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทั้งหมด
ปัญหาคือ ฝ่ายชายค่อนข้างมีทรัพย์สิน/ความพร้อมทางการเงินจำกัด และมองว่าอยากจัดงาน เล็ก ๆ ง่าย ๆ ไม่ต้องใช้งบเยอะ
ซึ่งตรงนี้เราเข้าใจนะคะ และตัวเราเองก็ไม่ได้อยากจัดงานใหญ่หรือฟุ่มเฟือย แต่คำว่า “งานเล็ก ๆ ง่าย ๆ” ของแต่ละบ้านอาจไม่เหมือนกัน
เพราะสำหรับทางบ้านเรา ต่อให้ลดให้เป็นงานเรียบง่ายที่สุดแล้ว ด้วยจำนวนแขกประมาณ 100–120 คน รวมสถานที่ อาหาร และสิ่งจำเป็นต่าง ๆ งบเริ่มต้นก็ประมาณ 200,000 กว่าบาทแล้ว และถ้าจัดในรูปแบบที่เหมาะสมกับแขกและผู้ใหญ่ของครอบครัว งบประมาณที่เราประเมินตอนนี้อยู่ประมาณ 250,000 บาท
อีกอย่างคือบ้านเรามีผู้ใหญ่และคนรู้จักของครอบครัวค่อนข้างเยอะ และครอบครัวมีหน้ามีตาทางสังคมพอสมควร จึงไม่สามารถลดจำนวนแขกเหลือแค่ญาติสนิทหรือจัดแบบเล็กมาก ๆ เหมือนงานทั่วไปได้ง่าย ๆ
ดังนั้นถ้าหารค่าจัดงานคนละครึ่ง ฝ่ายละประมาณ 125,000 บาท ซึ่งสำหรับฝ่ายชายอาจเป็นภาระค่อนข้างมาก
ส่วนสินสอดที่ตกลงกันไว้ประมาณ 200,000 บาท + ทอง 2 บาท ซึ่งแยกจากค่าจัดงานค่ะ
เลยเริ่มมีคำถามว่า จริง ๆ แล้วเราควรจัดการเรื่องนี้ยังไงถึงจะเหมาะสมกับทั้งสองฝ่าย
เพราะถ้าฝ่ายชายมีความพร้อมจำกัด และอยากจัดงานเล็กเพื่อควบคุมงบ เราก็เข้าใจและพร้อมปรับงานให้เหมาะสมกับกำลัง แต่ในขณะเดียวกัน มาตรฐานคำว่า “เล็กและง่าย” ของบ้านเราก็ยังมีต้นทุนขั้นต่ำอยู่ดี และเราไม่อยากให้สุดท้ายกลายเป็นว่าฝ่ายหนึ่งต้องลดความต้องการของตัวเองลงทั้งหมด เพียงเพราะอีกฝ่ายมีงบจำกัด
เลยอยากถามประสบการณ์ค่ะว่า
1. สินสอดกับค่าจัดงานแต่ง ปกติถือว่าเป็นคนละส่วนกันไหมคะ?
2. ถ้าฝ่ายชายมีสินสอดให้แล้ว แต่ค่าใช้จ่ายงานแต่งตกลงกันว่าหารครึ่ง แบบนี้ถือว่าแฟร์ไหม?
3. ถ้าฝ่ายหนึ่งมีงบจำกัด แต่อีกฝ่ายมีความจำเป็นต้องจัดงานในระดับหนึ่งตามฐานะและแขกของครอบครัว ควรหาจุดตรงกลางกันยังไง?
4. ในกรณีที่ตอนแรกตกลงกันว่าจะหารค่าจัดงานคนละครึ่ง แต่พอถึงเวลาจริงพบว่างบที่จำเป็นสูงกว่าที่ฝ่ายชายคาดไว้ ควรปรับ ลดงาน / ลดจำนวนแขก / เพิ่มเงินในส่วนของฝ่ายชาย / หรือให้ครอบครัวทั้งสองฝ่ายช่วยกัน แบบไหนถึงจะเหมาะสม?
5. แล้วถ้าเรื่องสินสอดที่ตกลงกันไว้ 200,000 + ทอง 2 บาท ฝ่ายหญิงรู้สึกว่ายังไม่ค่อยสอดคล้องกับภาพรวมของงานและความคาดหวังของครอบครัว สามารถหยิบเรื่องนี้กลับมาคุยและทบทวนกันได้ไหมคะ?
ไม่ได้ต้องการให้ฝ่ายชายรับผิดชอบทุกอย่างนะคะ เพราะเราก็เข้าใจเรื่องความพร้อมทางการเงิน และเราก็ไม่ได้อยากจัดงานใหญ่เกินกำลัง
แต่อยากหาวิธีที่ ทั้งสองฝ่ายรู้สึกว่าได้รับความเข้าใจและไม่ได้เสียสละอยู่ฝ่ายเดียว เลยอยากฟังประสบการณ์จริงของแต่ละบ้านค่ะ ว่าถ้าเจอสถานการณ์ประมาณนี้ คุยและแบ่งค่าใช้จ่ายกันยังไง 🙏🏻