☕​🤖​ ร้านกาแฟหุ่นยนต์จีนสร้างสถิติ Guinness World Records ชง 202 แก้วใน 1 ชั่วโมง

ร้านกาแฟหุ่นยนต์จีนสร้างสถิติ Guinness World Records ชง 202 แก้วใน 1 ชั่วโมง
.
เมื่อไม่นานมานี้ ที่อาคาร Galaxy SOHO กรุงปักกิ่ง “7Fresh Coffee” แบรนด์กาแฟชงสดในเครือ JD.com เปิดให้บริการร้านกาแฟอัจฉริยะแบบไร้พนักงานตลอด 24 ชั่วโมงเป็นสาขาแรก โดยไฮไลต์ในวันเปิดร้านคือหุ่นยนต์ชงกาแฟในร้านสร้างสถิติ Guinness World Records และสามารถชงกาแฟได้ 202 แก้วภายใน 1 ชั่วโมง สร้างสถิติใหม่ด้านจำนวนแก้วที่ผลิตได้ต่อชั่วโมงสำหรับร้านกาแฟไร้พนักงาน
.
จุดเด่นของการท้าทายสถิติครั้งนี้คือทุกขั้นตอนดำเนินการโดยหุ่นยนต์และไม่มีมนุษย์เข้ามาช่วย ตั้งแต่การบดเมล็ดกาแฟ การสกัดกาแฟ ไปจนถึงการเสิร์ฟลงแก้ว ความสำเร็จดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีอุปกรณ์ชงเครื่องดื่มสดแบบไร้พนักงานมีประสิทธิภาพและความเสถียรมากขึ้นและเริ่มมีศักยภาพรองรับการดำเนินธุรกิจในวงกว้างได้แล้ว
.
เบื้องหลังความสำเร็จในการท้าทายสถิติครั้งนี้ มีหัวใจสำคัญคืออุปกรณ์สุดล้ำอย่างเครื่องชงชาและกาแฟอัจฉริยะแบบครบวงจร โดย 7Fresh Coffee นอกจากจะเน้นการผลิตเครื่องดื่มให้ได้มาตรฐานแล้ว ยังเพิ่มฟังก์ชัน DIY ที่เปิดให้ลูกค้าปรับรายละเอียดเครื่องดื่มได้เอง ตั้งแต่ความเข้มของกาแฟ ความหวาน ไปจนถึงความเข้มข้นของน้ำผลไม้ โดยปรับได้ตั้งแต่ 1-100% เช่น สั่งอเมริกาโนที่มีความเข้มกาแฟ 49% และความหวาน 51%
.
นอกจากนี้ ยังสามารถตั้งชื่อเครื่องดื่มและสร้างการ์ดดิจิทัลสำหรับเอาไว้แชร์ได้อีกด้วย ถือเป็นฟังก์ชันที่พบได้ไม่บ่อยในอุปกรณ์บริการแบบไร้พนักงานและช่วยให้บริการยังคงความรวดเร็วควบคู่กับการตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะบุคคล
.
ข้อมูลระบุว่าเครื่องชงอัจฉริยะดังกล่าวได้รับการพัฒนาโดย MINI-CO (小咖咖啡) ซึ่งเป็นผู้พัฒนาอุปกรณ์เครื่องดื่มอัตโนมัติ โดยตัวเครื่องผสานเทคโนโลยีที่ได้รับสิทธิบัตรของบริษัท 15 รายการ ใช้เวลาพัฒนานาน 1 ปี และมีทีมวิจัยและพัฒนามากกว่า 70 คน โดยกว่า 60% เป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทและปริญญาเอก
.
การเปิดตัวด้วยจุดขาย “ร้านกาแฟหุ่นยนต์ท้าสถิติโลก” ช่วยดึงความสนใจและสร้างกระแสให้ร้านได้ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้น เทคโนโลยีอัตโนมัติมีข้อได้เปรียบด้านประสิทธิภาพอย่างชัดเจน แต่ในระยะยาวก็ยังมีโจทย์ที่ต้องพิสูจน์
.
จุดเด่นสำคัญของร้านแบบไร้พนักงานอยู่ที่โครงสร้างต้นทุน โดยทั่วไป ค่าแรงของร้านกาแฟแบบดั้งเดิมคิดเป็นสัดส่วนราว 20% ของต้นทุนทั้งหมด ขณะที่ช่วงกลางคืนยังมีต้นทุนค่าเช่า แม้ร้านจะปิดให้บริการและไม่มีรายได้ แต่เมื่อเปลี่ยนมาใช้ระบบอัตโนมัติ เครื่องสามารถทำงานต่อเนื่องได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้ช่วงเวลาที่ร้านแบบเดิมต้องปิด กลายเป็นช่วงเวลาที่สามารถสร้างยอดขายเพิ่มเติมได้ อย่างไรก็ตาม ยังมี 2 ประเด็นสำคัญที่จะเป็นตัวตัดสินว่ากระแสความสนใจในช่วงแรกจะเปลี่ยนเป็นการกลับมาซื้อซ้ำได้จริงหรือไม่
.
ประเด็นแรกคือ “ประสบการณ์ระหว่างรับเครื่องดื่ม” กาแฟชงสดไม่ได้มีแค่รสชาติ แต่ยังมีเรื่องของบรรยากาศและความรู้สึกเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการพูดคุยหรือปฏิสัมพันธ์ระหว่างบาริสต้ากับลูกค้า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ที่ร้านกาแฟทั่วไปมอบให้ แม้หุ่นยนต์จะมีจุดเด่นด้านความรวดเร็วและการชงที่ได้มาตรฐาน แต่ในแง่ประสบการณ์และความรู้สึก ยังไม่สามารถทดแทนการบริการจากคนได้ทั้งหมด
.
ประเด็นที่สองคือ ความต้องการใช้บริการในช่วงกลางคืน การเปิดร้านตลอด 24 ชั่วโมงจะคุ้มค่าหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าช่วงดึกมีลูกค้ามากพอที่จะสร้างรายได้ครอบคลุมค่าเสื่อมของอุปกรณ์ ค่าไฟและค่าบำรุงรักษาหรือไม่ เพราะแต่ละทำเลมีความต้องการในช่วงกลางคืนแตกต่างกันอย่างมาก ซึ่งต้องพิสูจน์จากข้อมูลการใช้งานจริงต่อไป สิ่งที่น่าจับตากว่าจึงไม่ใช่แค่การที่เทคโนโลยีสามารถทำงานแทนคนได้ แต่คือ การนำเทคโนโลยีจากแนวคิดมาสู่การใช้งานในชีวิตประจำวันจริงๆ
.
ก่อนหน้านี้แนวคิด “AI + ร้านค้าไร้พนักงาน” มักอยู่ในงานแสดงเทคโนโลยีหรือห้องทดลอง แต่ครั้งนี้ถูกนำมาใช้ในศูนย์การค้าจริงในกรุงปักกิ่ง ลูกค้าสามารถสั่งเครื่องดื่ม ชำระเงินและรับสินค้าได้ด้วยตัวเอง ถือเป็นการก้าวจาก “การสาธิตเทคโนโลยี” สู่ “การให้บริการจริง” แม้ความสำเร็จในระยะยาวยังต้องดูจากยอดซื้อซ้ำ ผลประกอบการต่อสาขาและการรักษาฐานลูกค้า แต่ก็เริ่มมีความเป็นไปได้มากขึ้นในการนำ AI และหุ่นยนต์มาใช้ดำเนินธุรกิจร้านกาแฟและร้านเครื่องดื่ม
.
ในมุมอุตสาหกรรม อุปกรณ์ชงเครื่องดื่มอัตโนมัติยังมีโจทย์เรื่องความหลากหลายของเมนู การเก็บรักษาวัตถุดิบ และต้นทุนการดูแลระบบ แต่ความสามารถในการชง 202 แก้วภายใน 1 ชั่วโมง แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการของอุปกรณ์ที่ผลิตในจีน ทั้งด้านความเร็ว ความเสถียร และการลดการพึ่งพาแรงงานคน
.
หน่วยงานด้านตลาดวิเคราะห์ว่า ความต้องการอุปกรณ์ชงเครื่องดื่มแบบไร้พนักงานในพื้นที่ที่มีผู้คนใช้บริการจำนวนมาก เช่น อาคารสำนักงาน นิคมอุตสาหกรรม และศูนย์กลางการคมนาคมในจีน จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มูลค่าคำสั่งซื้อในตลาดนี้อาจแตะ 2-3 พันล้านหยวน (ราว 9.72 พัน- 1.45 หมื่นล้านบาทครับ) ในอนาคต โดยความสามารถในการทำงานที่มีมาตรฐานและระบบอัจฉริยะของอุปกรณ์ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดว่าธุรกิจร้านค้าไร้พนักงานจะ“การขยายธุรกิจในวงกว้าง” ได้หรือไม่
.
ข้อมูลล่าสุดระบุว่า นับตั้งแต่ก่อตั้งในปี 2017 MINI-CO ได้รับเงินลงทุนมาแล้ว 7 รอบ รวมมูลค่า 1.14 พันล้านหยวน (ราว 5.54 พันล้านบาท) นอกจากความร่วมมือด้านเทคโนโลยีกับ JD.com แล้ว บริษัทยังมีแผนขยายร้านของตัวเองให้เกิน 5,000 แห่งภายในสิ้นปีนี้ และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 1 แสนแห่งภายใน 5 ปีข้างหน้า
.
.
📧 ติดต่อเรา Email: info@jeenthainews.com
.
#หุ่นยนต์ #ร้านกาแฟไร้พนักงาน #GuinnessWorldRecords
.
https://www.facebook.com/share/p/19B4xuAn4K/


แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่