ลับสมองคนขี้เกียจ: ทำไมถึงเป็นสุดยอดนักนวัตกรรมที่โลกตามหา!

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวพันทิปที่รักทุกท่าน

วันนี้ผมมีเรื่องจะมาเปิดโปง เอ้ย! มาเล่าให้ฟังครับ เรื่องที่ว่าด้วย "ความขี้เกียจ" ที่เรามักมองว่าเป็นเรื่องไม่ดี เป็นอุปสรรคของการประสบความสำเร็จ แต่เชื่อมั้ยครับว่า ผมกำลังจะบอกว่า ความขี้เกียจนี่แหละ คือพลังขับเคลื่อนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่นำไปสู่นวัตกรรม!

ฟังดูบ้าบอใช่มั้ยครับ? แต่มันคือเรื่องจริง!

ลองนึกภาพตามนะครับ ถ้าเราเป็นคนขยันแบบสุดๆ ทำอะไรเป๊ะตามขั้นตอนที่กำหนดมาอย่างไม่เคยบ่น ทำงานซ้ำๆ ซากๆ ได้โดยไม่รู้สึกเบื่อเลยแม้แต่น้อย ชีวิตเราคงจะราบรื่น ไม่มีอะไรต้องเปลี่ยนแปลงใช่มั้ยครับ?

แต่สำหรับคนขี้เกียจอย่างเราๆ เนี่ย (ขออนุญาตใช้คำว่าเรานะครับ เพราะผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้น ฮ่าๆ) พอเจออะไรที่ต้องทำซ้ำๆ ต้องเสียแรงเยอะๆ หรือต้องใช้เวลานานๆ ปุ๊บ สมองมันจะเริ่มทำงานทันทีครับ มันจะเกิดคำถามขึ้นมาในหัวว่า "เฮ้ย! มันต้องมีวิธีที่ง่ายกว่านี้สิวะ" หรือ "ทำไมต้องทำแบบนี้ให้มันยากด้วยวะ"



นี่แหละครับ จุดเริ่มต้นของนวัตกรรม! ความขี้เกียจมันไม่ใช่การนั่งๆ นอนๆ อยู่เฉยๆ นะครับ แต่มันคือแรงกระตุ้นให้เราฉุกคิดถึงวิธีที่จะ "ทำให้น้อยลง แต่ได้ผลลัพธ์เท่าเดิมหรือดีกว่าเดิม" ต่างหากครับ

ลองดูสิ่งประดิษฐ์รอบตัวเราสิครับ รีโมททีวี? เกิดจากคนไม่อยากลุกไปเปลี่ยนช่องครับ เครื่องซักผ้า? เกิดจากคนไม่อยากซักผ้ามือครับ ระบบอัตโนมัติในโรงงานต่างๆ? เกิดจากคนไม่อยากทำอะไรซ้ำๆ ซากๆ นั่นแหละครับ

พูดง่ายๆ คือคนขี้เกียจเนี่ย เป็นพวก "นักแก้ปัญหาตัวยง" ครับ แต่ไม่ใช่แก้ปัญหาด้วยการทนทำนะครับ แต่แก้ปัญหาด้วยการหาทาง "ไม่ทำ" หรือ "ทำให้น้อยที่สุด" ซึ่งการจะไปถึงจุดนั้นได้ มันต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ ต้องใช้จินตนาการ ต้องคิดนอกกรอบ และต้องลงมือสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ขึ้นมาครับ



แล้วเราจะเอา "ความขี้เกียจเชิงสร้างสรรค์" นี้มาใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างไรบ้างครับ?

1.  มองหางานที่น่าเบื่อ งานไหนที่รู้สึกว่าทำแล้วเสียเวลา ทำแล้วน่าเบื่อ ลองถามตัวเองว่า "มีวิธีไหนที่จะทำให้งานนี้เสร็จเร็วขึ้น ง่ายขึ้น หรือไม่ต้องทำเลยได้มั้ย?"
2.  ตั้งคำถามกับขั้นตอนเดิมๆ อย่าเพิ่งเชื่อว่า "มันต้องทำแบบนี้แหละ" ลองตั้งคำถามว่า "ทำไมต้องเป็นแบบนี้? มีทางเลือกอื่นอีกมั้ย?"
3.  หาเครื่องมือมาช่วย สมัยนี้มีแอปพลิเคชัน โปรแกรม หรืออุปกรณ์มากมายที่ช่วยให้ชีวิตเราง่ายขึ้นเยอะครับ อย่ากลัวที่จะเรียนรู้และนำมาปรับใช้ครับ
4.  ใช้เวลา "ขี้เกียจ" ให้เป็นประโยชน์ แทนที่จะรู้สึกผิดเวลาที่เราอยากพักผ่อน ลองใช้เวลานั้นคิดทบทวนสิ่งที่กำลังทำอยู่ หรือระดมสมองหาวิธีใหม่ๆ ก็ได้นะครับ บางทีไอเดียดีๆ อาจจะผุดขึ้นมาตอนที่เราสบายๆ ไม่ได้เคร่งเครียดก็ได้ครับ



จำไว้นะครับว่าโลกนี้ขับเคลื่อนด้วยคน "ฉลาดขี้เกียจ" ครับ ไม่ใช่คนขยันแบบไร้ทิศทาง เพราะความขี้เกียจนี่แหละที่ทำให้เกิดแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ที่ทำให้ชีวิตเราง่ายขึ้น สบายขึ้น และมีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิมครับ

ฉะนั้น อย่าเพิ่งดูถูกความขี้เกียจในตัวคุณนะครับ มันอาจจะเป็นกุญแจสำคัญสู่การเป็นนักนวัตกรรมที่คุณไม่เคยรู้ตัวก็ได้ครับ!

แล้วพบกันใหม่ในกระทู้หน้าครับ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่