จะโกนไปทำไม แฟชั่นสาวGen Zในจีนฮิต "ย้อมขนรักแร้" สีสันสุดจี๊ด ปลดแอกจากค่านิยม ทวงคืนอำนาจเหนือร่างกายตนเอง
ลบภาพจำเดิมๆ ที่ว่า "ขนรักแร้" เป็นสิ่งที่ผู้หญิงต้องปกปิด หรือกำจัดทิ้งไปได้เลย! เพราะเวลานี้ สาวๆ Gen Z ในจีนกำลังลุกขึ้นมาเปลี่ยนพื้นที่ใต้วงแขนให้กลายเป็นรันเวย์แฟชั่น ทวงคืนอำนาจเหนือร่างกายตนเอง ด้วยเทรนด์ "ย้อมสีขนรักแร้" สุดจี๊ดจ๊าด พร้อมถ่ายรูปโพสต์อวดความมั่นใจกันรัวๆ บนแพลตฟอร์มไลฟ์สไตล์ชื่อดัง อย่างเสี่ยวหงซู (RedNote)
แม้นี่ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะในปี 2011 นักร้องชื่อดังอย่าง Lady Gaga ก็เคยสร้างความฮือฮา ด้วยการยอมย้อมขนรักแร้เป็นสีเขียวมาแล้ว และหลังจากนั้นแฟชั่นย้อมสีขนรักแร้สุดคัลเลอร์ฟูล รวมถึงเทรนด์ขนรักแร้ประดับกากเพชรสุดวิบวับ ก็ถูกเผยแพร่ไปทั่วโลก
ทว่าสำหรับจีน กระแสนี้เพิ่งจะปรากฏในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยในเสี่ยวหงซู สาวๆ ต่างออกมาแชร์ประสบการณ์ ว่าเทรนด์นี้ช่วยให้พวกเธอกลับมารัก ยอมรับ และมั่นใจในตัวเองมากขึ้น พร้อมทั้งแบ่งปันเทคนิคการฟอกและย้อมสีขนอย่างภาคภูมิใจ ควบคู่ไปกับการเตือนภัยเรื่องการระคายเคืองผิวและปัญหาเรื่องสีซีดจางไว
ความจริงแล้ว ทัศนคติเชิงลบต่อขนรักแร้เพิ่งเกิดขึ้นในสังคมจีนได้ไม่นาน เพราะหากย้อนกลับไปตามแนวคิดของขงจื๊อที่มองว่า
"ร่างกายได้รับมาจากพ่อแม่" ไม่ควรเปลี่ยนแปลงโดยไม่จำเป็น การมีขนรักแร้จึงถูกมองเป็นเรื่องปกติมาโดยตลอด สะท้อนได้จากภาพวาดหญิงสาวสมัยราชวงศ์ซ่ง หรือตัวละครหญิงในภาพยนตร์เรื่อง
Lust, Caution (เล่ห์ราคะ) ที่เผยให้เห็นขนใต้วงแขนอย่างเป็นธรรมชาติ
ชาวเน็ตรายหนึ่งแสดงความเห็นไว้อย่างน่าสนใจว่า
“การย้อมขนรักแร้ไม่เกี่ยวกับความอับอาย แต่เป็นเรื่องของ ‘ทางเลือก’ บางคนเลือกกำจัด บางคนเลือกเก็บไว้ บางคนเลือกย้อมสี สุดท้ายแล้ว รูปลักษณ์ใต้วงแขนของผู้หญิงก็ควรเป็นสิ่งที่เธอตัดสินใจด้วยตัวเอง”
ที่มา
จะโกนไปทำไม แฟชั่นสาวGen Zในจีนฮิต "ย้อมขนรักแร้" สีสันสุดจี๊ด แปลกใหม่ ปลดแอกจากค่านิยม ทวงคืนอำนาจเหนือร่างกายตนเอง
ลบภาพจำเดิมๆ ที่ว่า "ขนรักแร้" เป็นสิ่งที่ผู้หญิงต้องปกปิด หรือกำจัดทิ้งไปได้เลย! เพราะเวลานี้ สาวๆ Gen Z ในจีนกำลังลุกขึ้นมาเปลี่ยนพื้นที่ใต้วงแขนให้กลายเป็นรันเวย์แฟชั่น ทวงคืนอำนาจเหนือร่างกายตนเอง ด้วยเทรนด์ "ย้อมสีขนรักแร้" สุดจี๊ดจ๊าด พร้อมถ่ายรูปโพสต์อวดความมั่นใจกันรัวๆ บนแพลตฟอร์มไลฟ์สไตล์ชื่อดัง อย่างเสี่ยวหงซู (RedNote)
แม้นี่ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะในปี 2011 นักร้องชื่อดังอย่าง Lady Gaga ก็เคยสร้างความฮือฮา ด้วยการยอมย้อมขนรักแร้เป็นสีเขียวมาแล้ว และหลังจากนั้นแฟชั่นย้อมสีขนรักแร้สุดคัลเลอร์ฟูล รวมถึงเทรนด์ขนรักแร้ประดับกากเพชรสุดวิบวับ ก็ถูกเผยแพร่ไปทั่วโลก
ทว่าสำหรับจีน กระแสนี้เพิ่งจะปรากฏในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยในเสี่ยวหงซู สาวๆ ต่างออกมาแชร์ประสบการณ์ ว่าเทรนด์นี้ช่วยให้พวกเธอกลับมารัก ยอมรับ และมั่นใจในตัวเองมากขึ้น พร้อมทั้งแบ่งปันเทคนิคการฟอกและย้อมสีขนอย่างภาคภูมิใจ ควบคู่ไปกับการเตือนภัยเรื่องการระคายเคืองผิวและปัญหาเรื่องสีซีดจางไว
ความจริงแล้ว ทัศนคติเชิงลบต่อขนรักแร้เพิ่งเกิดขึ้นในสังคมจีนได้ไม่นาน เพราะหากย้อนกลับไปตามแนวคิดของขงจื๊อที่มองว่า "ร่างกายได้รับมาจากพ่อแม่" ไม่ควรเปลี่ยนแปลงโดยไม่จำเป็น การมีขนรักแร้จึงถูกมองเป็นเรื่องปกติมาโดยตลอด สะท้อนได้จากภาพวาดหญิงสาวสมัยราชวงศ์ซ่ง หรือตัวละครหญิงในภาพยนตร์เรื่อง Lust, Caution (เล่ห์ราคะ) ที่เผยให้เห็นขนใต้วงแขนอย่างเป็นธรรมชาติ
ชาวเน็ตรายหนึ่งแสดงความเห็นไว้อย่างน่าสนใจว่า “การย้อมขนรักแร้ไม่เกี่ยวกับความอับอาย แต่เป็นเรื่องของ ‘ทางเลือก’ บางคนเลือกกำจัด บางคนเลือกเก็บไว้ บางคนเลือกย้อมสี สุดท้ายแล้ว รูปลักษณ์ใต้วงแขนของผู้หญิงก็ควรเป็นสิ่งที่เธอตัดสินใจด้วยตัวเอง”
ที่มา