“วัดไร่ขิง” งานวัดระดับประเทศที่ร้านค้ายอมทุ่มหลักล้านเพื่อแย่งกันเป็นเจ้าของแผง 9 วัน

“วัดไร่ขิง” งานวัดระดับประเทศที่ร้านค้ายอมทุ่มหลักล้านเพื่อแย่งกันเป็นเจ้าของแผง 9 วัน

“วัดไร่ขิง” เป็นวัดเก่าแก่ของจังหวัดนครปฐม ขึ้นชื่อเรื่องงานประจำปีที่พ่อค้าแม่ค้าต้องประมูลแย่งกันเป็นหลักเป็นล้านบาทเพื่อให้ได้แผงขายของ
หากเป็นงานตลาดทั่วไป หรืองานแฟร์ตามที่ต่างๆ ส่วนใหญ่ค่าเช่าพื้นที่จะอยู่ที่ประมาณหลักร้อยหรือพันบาทต่อวัน
.
แล้วอะไรที่ทำให้งานวัดแห่งหนึ่งมีมูลค่าพื้นที่ขายของสูงถึงระดับนี้ได้?
.
วัดไร่ขิง พระอารามหลวง ตั้งอยู่ริมแม่น้ำท่าจีน ตำบลไร่ขิง อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ชื่อ “ไร่ขิง” มาจากชุมชนแถบนี้ในอดีตที่เป็นถิ่นฐานของชาวจีน และนิยมปลูกขิงกันอย่างแพร่หลาย
.
วัดแห่งนี้มีประวัติยาวนาน บ้างก็ว่าสร้างขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2394 ในสมัยรัชกาลที่ 3 เป็นวัดหนึ่งที่อยู่คู่กับวิถีชีวิตคนนครปฐมมายาวนาน สิ่งที่ทำให้วัดไร่ขิงเป็นระดับแม่เหล็กที่ดึงดูดคนได้ คือ มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เช่น การเปิดให้ญาติโยมผู้มีจิตศรัทธาเข้าสักการะได้ตลอด 24 ชั่วโมง มาเป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว
.
พื้นที่รอบวัดยังมีความเป็นระบบนิเวศ (Ecosystem) ของตัวเองอย่างชัดเจน มีรถเมล์ประจำทางวิ่งเข้าถึง ซึ่งนับว่าเป็นระยะที่ไกลมาก ในตัววัดยังมีพื้นที่สำหรับจัดค่ายธรรมะศึกษา ที่โรงเรียนหลายแห่งในนครปฐมส่งเด็กนักเรียนมาเข้าค่ายเป็นประจำ รวมถึงมีการจัดกิจกรรมและงานบุญต่างๆ ที่ช่วยหารายได้เข้าวัดได้หลายทาง เช่น ทำบุญทอดผ้าป่า และทอดกฐิน
.
รอบวัดยังมีสถานศึกษาครบทุกระดับ ตั้งแต่โรงเรียนวัดไร่ขิง (สุนทรอุทิศ) ระดับอนุบาลถึงประถมศึกษา และโรงเรียนไร่ขิงวิทยา ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 ไปจนถึงวิทยาลัยการอาชีพนครปฐม มีระดับ ปวช. และ ปวส. และวิทยาลัยสงฆ์ ภายใต้มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ที่เปิดสอนทั้งพระสงฆ์และบุคคลทั่วไป มีตั้งแต่วุฒิ ป.ตรี ไปถึง ป.เอก
.
นอกจากนี้ยังมีโรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง) และหน่วยงานอื่นๆ อีกมากมายตั้งอยู่ในพื้นที่โดยรอบ ทำให้ชื่อของ “วัดไร่ขิง” ไม่ต่างจากเมืองเล็กๆ ที่มีครบทุกอย่าง สามารถดึงคนทั้งจังหวัดนครปฐมและจังหวัดใกล้เคียงให้เข้ามาได้ทุกวัน ทั้งกลุ่มนักเรียน นักศึกษา คนทำงาน หรือคนทั่วไปที่มาสักการะ และจับจ่ายใช้สอย
.
ในแง่พื้นที่ค้าขาย วัดไร่ขิงมีตลาดนัดระดับชาวบ้านเปิดหลายวันต่อสัปดาห์ โดยตลาดหลักคือวันอาทิตย์ แต่ไฮไลต์สำคัญที่ทำให้วัดไร่ขิงกลายเป็นงานวัดระดับเทศกาลใหญ่ มีอยู่ด้วยกัน 2 งาน
.
งานแรก คือ งานนมัสการปิดทองหลวงพ่อวัดไร่ขิง หรืองานประจำปีเดือน 5 จัดขึ้นช่วงเดือนมี.ค.-เม.ย. ของทุกปี ระยะเวลา 9 วัน 9 คืน
.
งานที่สอง คือ งานนมัสการบรมธาตุมหาเจดีย์ หรืองานเจดีย์ ซึ่งจัดขึ้นในช่วงออกพรรษา ประมาณเดือน ต.ค. ของทุกปี ระยะเวลา 9 วัน 9 คืนเช่นกัน
.
และงานนี้เองที่กลายเป็นไฮไลต์ระดับงานใหญ่แห่งชาติ ซึ่งเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัยรวมกัน แม่เหล็กหลักของงานก็ยังคงเป็นการสักการะหลวงพ่อวัดไร่ขิง ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องการขอเรื่องโรคภัยไข้เจ็บและความสงบสุขร่มเย็น ในตัวงานก็มีการแบ่งพื้นที่กิจกรรมต่างๆ ทั้งงานมหรสพและกิจกรรมมากมาย ไปจนถึงพื้นที่ขายสินค้าและอาหาร ทำให้คนมาแล้วรู้สึกว่าได้หลายอย่างในครั้งเดียว
.
ประกอบกับวัดไร่ขิงมีชื่อเสียงในวงกว้าง และมีความเป็น Ecosystem ในตัวเองอยู่แล้ว จึงดึงดูดคนจากทั่วทุกสารทิศให้มารวมตัวกันอยู่ที่นี่ได้ไม่ยาก
เมื่อมีแนวโน้มว่าจะมีคนมาเที่ยวงานจำนวนมาก ผู้ประกอบการหลายรายก็สนใจที่จะเข้ามาตั้งแผงขายของในงาน
.
แน่นอนว่าต้องมีการเปิดประมูลกัน ซึ่งราคาต่อแผงพุ่งไปถึงหลักหลายแสนหรือหลักล้านบาท เช่นกรณีล่าสุดที่หลายคนอาจเห็นข่าวมาก่อนแล้วว่ามีร้าน “ปังเว่อร์” ประมูลถึงหลัก 1,800,000 บาท สำหรับพื้นที่ขาย 1 ล็อค ในงานประจำปีที่จะจัดเดือน ต.ค. นี้
.
ตัวเลขนี้สะท้อนว่า ผู้ประกอบการเห็นความสำคัญของงานนี้ และยอมจ่ายแพงกว่าการขายของตามงานอื่นๆ หลายเท่าตัว ยิ่งมีข่าวค่าเช่าแผงหลักล้านออกไป ก็ยิ่งทำให้คนสนใจมากขึ้นไปอีก เหมือนได้โปรโมทงานไปในตัวโดยไม่ต้องทำการตลาดเพิ่ม
.
กรณีของวัดไร่ขิงจึงน่าสนใจมากกว่าเรื่อง “ค่าแผงหลักล้าน” เพราะเบื้องหลังราคาประมูลไม่ได้มาจากงานวัด 9 วันเพียงอย่างเดียว
.
แต่เกิดจากการสร้างระบบนิเวศที่ดึงผู้คนจำนวนมากเข้ามาได้จากหลายทาง ทั้งศรัทธา การศึกษา การรักษาพยาบาล ตลาด และกิจกรรมต่างๆ ตลอดทั้งปี
เมื่อมีคนมากพอ และมีความต้องการซื้อสูง พื้นที่ตรงนี้ก็สร้างมูลค่าและมีเงินสะพัด จนพ่อค้าแม่ค้าต้องแย่งชิงกันเป็นหลักล้านบาทเพื่อให้ได้พื้นที่ขายของในงานประจำปี
.
ที่มา : Marketeer Online
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่