☘️​ ‘เลเซอร์กำจัดวัชพืช’ เทคโนโลยีที่สหรัฐฯ ผูกขาด กลายเป็นสินค้าที่จีนผลิตและส่งออกไปต่างประเทศ ใน 4 ปี

‘เลเซอร์กำจัดวัชพืช’ เทคโนโลยีที่สหรัฐฯ ผูกขาด กลายเป็นสินค้าที่จีนผลิตและส่งออกไปต่างประเทศ ใน 4 ปี
.
เมื่อ 4 ปีก่อน เทคโนโลยีกำจัดวัชพืชด้วยเลเซอร์ยังเป็นนวัตกรรมราคาแพงจากสหรัฐฯ และถูกห้ามจำหน่ายให้จีน แต่วันนี้บริษัทจีนกลับสามารถผลิตได้เองและส่งออกไปทั่วโลก
.
ย้อนกลับไปในปี 2022 ตอนที่สหรัฐฯ เปิดตัวเครื่องกำจัดวัชพืชด้วยเลเซอร์เชิงพาณิชย์เครื่องแรกของโลก จีนยังถูกมองว่าตามหลังด้านเทคโนโลยีอยู่มาก แต่เพียง 3 ปี เทคโนโลยีจีนก็พัฒนาจากห้องทดลองสู่การผลิตจำนวนมาก พร้อมลดราคาจากกว่า 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 32.76 ล้านบาท) เหลือไม่ถึง 1 ล้านหยวน (ราว 4.87 ล้านบาท) ทลายข้อจำกัดด้านเทคโนโลยีและการผูกขาดด้านราคาจากต่างประเทศ
.
เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา วงการนี้มีความคืบหน้าครั้งสำคัญ โดยต้นเดือน HGTech (华工智耘) ผู้พัฒนาเทคโนโลยีและอุปกรณ์กำจัดวัชพืชด้วยเลเซอร์ ส่งออกหุ่นยนต์กำจัดวัชพืชไปออสเตรเลียเป็นครั้งแรก ขณะที่ช่วงปลายเดือน Weilan (蔚蓝引擎) ผู้พัฒนาโซลูชันและอุปกรณ์การเกษตรอัจฉริยะ ก็ได้เข้าร่วมงานแสดงสินค้าเกษตรชั้นนำของยุโรปเป็นครั้งแรก
.
เบื้องหลังความสำเร็จนี้ไม่ใช่แค่การเปิดประตูสู่อุตสาหกรรมมูลค่าแสนล้านหยวน แต่คือการผสานพลังครั้งใหญ่ของห่วงโซ่อุตสาหกรรมเลเซอร์ เทคโนโลยี AI และการผลิตขั้นสูงของจีนที่กำลังจะพลิกเปลี่ยนภาคการเกษตร
.
หลักการของเทคโนโลยีกำจัดวัชพืชด้วยเลเซอร์ไม่ซับซ้อน ใช้ AI วิเคราะห์ภาพ แยกพืชผลออกจากวัชพืช ก่อนยิงเลเซอร์พลังงานสูงไปยังจุดเจริญเติบโตของวัชพืชอย่างแม่นยำ โดยไม่ใช้สารเคมีกำจัดวัชพืชและไม่ทำลายดิน แต่การพัฒนาให้เทคโนโลยีนี้กลายเป็นเครื่องจักรที่ใช้งานได้จริงในแปลงเกษตรกลับไม่ใช่เรื่องง่าย
.
ปี 2022 บริษัท Carbon Robotics ของสหรัฐฯ เปิดตัวเครื่องกำจัดวัชพืชด้วยเลเซอร์อัตโนมัติเชิงพาณิชย์เครื่องแรกของโลก แต่เทคโนโลยีที่ถูกผูกขาดทำให้เครื่องมีราคาสูงถึง 1.1-1.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 36-52.4 ล้านบาท) ต่อเครื่อง และยังห้ามจำหน่ายในจีน ทำให้เกษตรกรจีนอยู่ในภาวะ “อยากใช้แต่ซื้อไม่ได้” แต่สิ่งนี้ กลายเป็นแรงผลักดันให้จีนเร่งพัฒนาเทคโนโลยีของตนเอง
.
จีนไม่ได้พัฒนาเทคโนโลยีกำจัดวัชพืชด้วยเลเซอร์แบบต่างคนต่างทำ แต่ใช้แนวทาง “การวิจัยเชิงลึกควบคู่ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับภาคธุรกิจ” ทำให้ภายในเวลาเพียง 3 ปี เกิดหลายแนวทางที่พัฒนาไปพร้อมกัน โดยบริษัท HGTech ร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีฮาร์บิน พัฒนาเครื่องจักรขนาดใหญ่สำหรับพื้นที่เกษตรกรรมขนาดใหญ่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ
.
เดือนมิถุนายน 2024 เทคโนโลยีดังกล่าวผ่านการทดสอบภาคสนาม กำจัดวัชพืชได้มากกว่า 95% และมีอัตราความเสียหายต่อต้นกล้าต่ำกว่า 0.1% ก่อนที่ต่อมาจีนจะเปิดโครงการนำร่องการใช้งานขนานใหญ่แห่งแรกที่อำเภอหมิงสุ่ย มณฑลเฮยหลงเจียงในเดือนกุมภาพันธ์ 2026
จนในเดือนกรกฎาคม หุ่นยนต์ Laser Weeder H8 ถูกส่งออกไปออสเตรเลียเป็นครั้งแรก ขณะเดียวกัน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีฉางชุนและ IBIN (宁波一彬电子科技) ผู้พัฒนาอุปกรณ์และระบบอิเล็กทรอนิกส์สำหรับเทคโนโลยีการเกษตรก็พัฒนาอีกแนวทาง โดยเน้นระบบไฟฟ้าล้วนและการออกแบบแบบโมดูลาร์น้ำหนักเบา
.
โครงการดังกล่าวเริ่มขึ้นในเดือนกรกฎาคม 2023 และในเดือนพฤษภาคม 2026 ได้ต้นแบบรุ่นที่ 4 ซึ่งสามารถแยกแยะพืชผลได้แม่นยำกว่า 99.5% และทำงานได้เร็วกว่าแรงงานคนกว่า 50 เท่า เหมาะกับฟาร์มขนาดกลางและพืชเศรษฐกิจในภาคตะวันออกและภาคกลางของจีน อีกทั้งการออกแบบแบบโมดูลาร์ใหม่ยังช่วยลดต้นทุนติดตั้งและบำรุงรักษา โดยคาดว่าจะเริ่มผลิตจำนวนมากได้ภายในสิ้นปี 2026
.
ขณะเดียวกัน สถาบันวิจัยเครื่องจักรกลการเกษตรหนานจิง ร่วมกับ Shunda Mold Technology (顺达激光) ซึ่งดำเนินธุรกิจผลิต จำหน่ายและนำเข้า-ส่งออกแม่พิมพ์และชิ้นส่วนหล่อขึ้นรูปด้วยแรงดัน ได้พัฒนาเทคโนโลยีในระดับชิ้นส่วน โดยใช้เลเซอร์เซมิคอนดักเตอร์ แทนเลเซอร์ CO₂ ที่นิยมใช้ในต่างประเทศเพื่อกำจัดวัชพืชแบบ “ยิงเฉพาะจุด”
.
ทั้ง 3 แนวทางที่กล่าวมาครอบคลุมตั้งแต่พื้นที่เกษตรขนาดใหญ่ไปจนถึงฟาร์มและตั้งแต่เครื่องจักรทั้งระบบไปจนถึงชิ้นส่วนสำคัญ ทำให้จีนก้าวจากตลาดที่ “ถูกห้ามจำหน่าย” สู่ “การผลิตได้เอง” ในเวลาไม่ถึง 4 ปี
.
การพัฒนาเทคโนโลยีสำเร็จเป็นเพียงก้าวแรก เพราะหัวใจสำคัญคือทำให้เกษตรกรทั่วไปเข้าถึงได้ ต้นทุนที่ลดลงไม่ได้แลกมาด้วยประสิทธิภาพที่ลดลง แต่เกิดจากห่วงโซ่อุตสาหกรรมเลเซอร์ที่ครบวงจร  ทั้งเลเซอร์เซมิคอนดักเตอร์ เลนส์ และชิ้นส่วนสำคัญต่างๆ ที่สามารถผลิตจำนวนมากในประเทศ
.
ข้อมูลจาก The Business Research Company บริษัทวิจัยและวิเคราะห์ตลาดระดับโลกระบุว่า ตลาดหุ่นยนต์กำจัดวัชพืชด้วยเลเซอร์ทั่วโลกจะเติบโตจาก 420 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.37 หมื่นล้านบาท) ในปี 2025 เป็น 540 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.76 หมื่นล้านบาท) ในปี 2026 เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 27% ต่อปี และคาดว่าจะพุ่งแตะ 1.38 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 4.52 หมื่นล้านบาท) ในปี 2030 โดยจีนกำลังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดโลกด้วยพื้นที่เพาะปลูกขนาดใหญ่และห่วงโซ่อุปทานที่ครบวงจร
.
อีกปัจจัยสำคัญที่คือภาครัฐจีน โดยในปี 2026 จีนบรรจุเครื่องจักรกลการเกษตรอัจฉริยะในกลุ่มอุปกรณ์สำคัญที่ได้รับการสนับสนุนด้านเงินอุดหนุน หรือในบางพื้นที่ ระบุชื่อชัดเจนว่าเป็น “เครื่องกำจัดวัชพืชด้วยเลเซอร์อัจฉริยะ”
.
ต่างจากเครื่องจักรการเกษตรทั่วไปที่ทำงานตามคำสั่งเพียงอย่างเดียว อุปกรณ์กำจัดวัชพืชด้วยเลเซอร์ยังทำหน้าที่เป็นระบบเก็บข้อมูลภาคสนามเคลื่อนที่ โดยใช้กล้องหลายสเปกตรัมและ AI วิเคราะห์ภาพเพื่อเก็บข้อมูลความหนาแน่นของต้นกล้า สัญญาณเริ่มต้นของโรคและแมลงศัตรูพืช รวมถึงความชื้นในดิน ก่อนนำมาจัดทำเป็นข้อมูลการเติบโตแบบดิจิทัลของแต่ละแปลง
.
ข้อมูลเหล่านี้สามารถเชื่อมต่อกับระบบเกษตรอัจฉริยะ เช่น การใส่ปุ๋ยแบบแม่นยำ การใช้สารกำจัดศัตรูพืชตามความจำเป็นและการประเมินผลผลิต ทำให้การเก็บข้อมูลในแปลงที่เดิมเคยต้องลงทุนแยกกัน สามารถทำได้ในคราวเดียว กลายเป็นผลพลอยได้จากการกำจัดวัชพืช
.
ข้อมูลจากการสำรวจสำมะโนการเกษตรแห่งชาติจีนครั้งที่ 3 ระบุว่าผู้ประกอบอาชีพด้านการเกษตรทั่วประเทศที่มีอายุ 55 ปีขึ้นไปคิดเป็น 33.6% ขณะที่แรงงานวัยหนุ่มสาวในชนบททยอยย้ายออกจากภาคเกษตร ส่งผลให้ต้นทุนแรงงานเพิ่มขึ้นเฉลี่ยกว่า 10% ต่อปี ปัญหา “ขาดแคลนแรงงานและต้นทุนแรงงานสูง” จึงกลายเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูก
.
หุ่นยนต์กำจัดวัชพืชด้วยเลเซอร์จึงเข้ามาแก้ปัญหานี้ได้ตรงจุด โดยเครื่องเดียวสามารถทำงานได้เทียบเท่าแรงงานหลายสิบคนต่อวันและทำงานต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง ไม่เพียงช่วยเติมเต็มแรงงานที่ขาดแคลนในช่วงงานยุ่ง  แต่ยังทำให้การบริหารพื้นที่เพาะปลูกขนาดใหญ่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
.
เมื่อจีนมีตลาดขนาดใหญ่ ห่วงโซ่อุตสาหกรรมครบวงจร และนโยบายสนับสนุนที่ชัดเจน เทคโนโลยีที่เคยถูกจำกัดจากต่างประเทศก็สามารถพัฒนาจาก “ไล่ตาม” สู่ “ก้าวแซง” ได้ในเวลาไม่นาน และแนวทางนี้อาจถูกนำไปใช้กับอุปกรณ์และเทคโนโลยีขั้นสูงอื่นๆ ที่เคยถูกต่างประเทศผูกขาดต่อไป
.
.
📧 ติดต่อเรา Email: info@jeenthainews.com
.
#เกษตรอัจฉริยะ #เลเซอร์กำจัดวัชพืช
.
https://www.facebook.com/share/p/1BfB37CMhN/


แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่