มีบริษัทหนึ่งเปิดรับสมัครตำแหน่งเซลล์ ซึ่งผมสนใจมาก จึงทักไปสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับงาน หลังจากพูดคุยกันประมาณ 2–3 วัน ทางบริษัทก็โทรมาสัมภาษณ์เบื้องต้นกับ HR ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
หลังจากสัมภาษณ์รอบแรก ผมก็คิดว่าน่าจะมีโอกาสได้สัมภาษณ์รอบต่อไป จึงรอการติดต่อกลับ แต่ผ่านไปเกือบ 1 สัปดาห์ก็ยังไม่มีการนัดหมาย ผมจึงทักไปสอบถาม HR ว่าจะมีนัดสัมภาษณ์รอบ 2 เมื่อไหร่
คำตอบที่ได้รับคือ ตำแหน่งที่ผมสมัครกำลังอยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างของบริษัท ทำให้ตำแหน่งดังกล่าวถูกยกเลิกหรือยังไม่มีการรับในช่วงนั้น ผมก็เข้าใจและตอบกลับไปว่าไม่เป็นไร แม้ในใจจะรู้สึกเสียดายอยู่บ้าง เพราะคิดว่าคงหมดโอกาสแล้ว
แต่ประมาณ 1 สัปดาห์กว่า ๆ ต่อมา กลับมีสายโทรเข้าจากบริษัทเดิม โดย HR เป็นอีกคนหนึ่งโทรมาแจ้งว่าเป็นบริษัทที่ผมเคยสัมภาษณ์เบื้องต้นไว้ ตอนแรกผมก็งง เพราะก่อนหน้านี้ HR คนแรกแจ้งว่าตำแหน่งถูกยุบหรือไม่มีการรับแล้ว แต่สุดท้ายบริษัทกลับมาเปิดรับอีกครั้ง
HR คนใหม่แจ้งว่าได้ดูประวัติของผม รวมถึงข้อมูลจากการสัมภาษณ์เบื้องต้นของ HR คนแรกแล้ว และมองว่าผมเป็นผู้สมัครที่น่าสนใจ จึงอยากให้กลับมาสัมภาษณ์อีกครั้ง
ผมจึงได้เข้าสัมภาษณ์อีกครั้ง ใช้เวลาประมาณ 40–50 นาที และครั้งนี้ทางบริษัทก็นัดผมเข้าสัมภาษณ์รอบ 2 ต่อ
จนกระทั่งถึงวันสัมภาษณ์รอบ 3 ผมเจอผู้สัมภาษณ์ประมาณ 5 คน รวม HR ด้วย การสัมภาษณ์ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง บรรยากาศจริงจังมาก และหลังสัมภาษณ์ทางบริษัทแจ้งว่าจะใช้เวลาประมาณ 3–5 วันในการพิจารณาผล
ผมก็รออย่างตั้งใจ จนประมาณวันที่ 4 ผมจึงทักไปสอบถามความคืบหน้า แต่ข้อความก็ไม่ได้รับการอ่านหรือมีการตอบกลับ
สุดท้ายผมได้รับอีเมลแจ้งว่า “ไม่ผ่านการสัมภาษณ์งาน”
ยอมรับว่ารู้สึกเซ็งและผิดหวังอยู่เล็กน้อย เพราะบริษัทนี้ผมผ่านการสัมภาษณ์ถึง 3 ครั้ง ใช้เวลาพูดคุยและเตรียมตัวหลายรอบ แถมระหว่างทางก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้รู้สึกว่าตัวเองมีโอกาสมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะตอนที่บริษัทกลับมาเรียกสัมภาษณ์อีกครั้งและบอกว่าโปรไฟล์ของผมเป็นคนที่น่าสนใจ
มันเลยให้ความรู้สึกเหมือนว่า...
“ตอนแรกคิดว่าหมดโอกาสแล้ว แต่บริษัทกลับมาให้ความหวังอีกครั้ง พอเดินมาถึงรอบสุดท้าย กลับกลายเป็นว่าไม่ผ่านอยู่ดี”
ไม่ใช่ความเสียใจที่ไม่ได้งานเพียงอย่างเดียว แต่เป็นความรู้สึกจากการที่ต้องผ่านกระบวนการสัมภาษณ์ถึง 3 รอบ ทำให้เราคิดว่าโอกาสน่าจะอยู่ตรงหน้าแล้ว สุดท้ายกลับต้องเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม ผมก็ถือว่าอย่างน้อยประสบการณ์ครั้งนี้ทำให้รู้ว่า การที่บริษัทเรียกสัมภาษณ์หลายรอบ ไม่ได้หมายความว่าเราจะได้รับเลือกเสมอไป และถึงแม้สุดท้ายจะไม่ผ่าน แต่การที่บริษัทกลับมาเรียกผมอีกครั้งหลังจากเคยยกเลิกตำแหน่ง ก็แสดงให้เห็นเหมือนกันว่า อย่างน้อยเขามองเห็นบางอย่างที่น่าสนใจในตัวผม
ครั้งนี้อาจไม่ใช่ที่ของผมก็ได้
แต่ก็อดเสียดายไม่ได้จริง ๆ เพราะกว่าจะมาถึงรอบสุดท้าย มันทำให้ผมมีความหวังไปแล้ว
สัมภาษณ์งานมาราธอน
หลังจากสัมภาษณ์รอบแรก ผมก็คิดว่าน่าจะมีโอกาสได้สัมภาษณ์รอบต่อไป จึงรอการติดต่อกลับ แต่ผ่านไปเกือบ 1 สัปดาห์ก็ยังไม่มีการนัดหมาย ผมจึงทักไปสอบถาม HR ว่าจะมีนัดสัมภาษณ์รอบ 2 เมื่อไหร่
คำตอบที่ได้รับคือ ตำแหน่งที่ผมสมัครกำลังอยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างของบริษัท ทำให้ตำแหน่งดังกล่าวถูกยกเลิกหรือยังไม่มีการรับในช่วงนั้น ผมก็เข้าใจและตอบกลับไปว่าไม่เป็นไร แม้ในใจจะรู้สึกเสียดายอยู่บ้าง เพราะคิดว่าคงหมดโอกาสแล้ว
แต่ประมาณ 1 สัปดาห์กว่า ๆ ต่อมา กลับมีสายโทรเข้าจากบริษัทเดิม โดย HR เป็นอีกคนหนึ่งโทรมาแจ้งว่าเป็นบริษัทที่ผมเคยสัมภาษณ์เบื้องต้นไว้ ตอนแรกผมก็งง เพราะก่อนหน้านี้ HR คนแรกแจ้งว่าตำแหน่งถูกยุบหรือไม่มีการรับแล้ว แต่สุดท้ายบริษัทกลับมาเปิดรับอีกครั้ง
HR คนใหม่แจ้งว่าได้ดูประวัติของผม รวมถึงข้อมูลจากการสัมภาษณ์เบื้องต้นของ HR คนแรกแล้ว และมองว่าผมเป็นผู้สมัครที่น่าสนใจ จึงอยากให้กลับมาสัมภาษณ์อีกครั้ง
ผมจึงได้เข้าสัมภาษณ์อีกครั้ง ใช้เวลาประมาณ 40–50 นาที และครั้งนี้ทางบริษัทก็นัดผมเข้าสัมภาษณ์รอบ 2 ต่อ
จนกระทั่งถึงวันสัมภาษณ์รอบ 3 ผมเจอผู้สัมภาษณ์ประมาณ 5 คน รวม HR ด้วย การสัมภาษณ์ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง บรรยากาศจริงจังมาก และหลังสัมภาษณ์ทางบริษัทแจ้งว่าจะใช้เวลาประมาณ 3–5 วันในการพิจารณาผล
ผมก็รออย่างตั้งใจ จนประมาณวันที่ 4 ผมจึงทักไปสอบถามความคืบหน้า แต่ข้อความก็ไม่ได้รับการอ่านหรือมีการตอบกลับ
สุดท้ายผมได้รับอีเมลแจ้งว่า “ไม่ผ่านการสัมภาษณ์งาน”
ยอมรับว่ารู้สึกเซ็งและผิดหวังอยู่เล็กน้อย เพราะบริษัทนี้ผมผ่านการสัมภาษณ์ถึง 3 ครั้ง ใช้เวลาพูดคุยและเตรียมตัวหลายรอบ แถมระหว่างทางก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้รู้สึกว่าตัวเองมีโอกาสมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะตอนที่บริษัทกลับมาเรียกสัมภาษณ์อีกครั้งและบอกว่าโปรไฟล์ของผมเป็นคนที่น่าสนใจ
มันเลยให้ความรู้สึกเหมือนว่า...
“ตอนแรกคิดว่าหมดโอกาสแล้ว แต่บริษัทกลับมาให้ความหวังอีกครั้ง พอเดินมาถึงรอบสุดท้าย กลับกลายเป็นว่าไม่ผ่านอยู่ดี”
ไม่ใช่ความเสียใจที่ไม่ได้งานเพียงอย่างเดียว แต่เป็นความรู้สึกจากการที่ต้องผ่านกระบวนการสัมภาษณ์ถึง 3 รอบ ทำให้เราคิดว่าโอกาสน่าจะอยู่ตรงหน้าแล้ว สุดท้ายกลับต้องเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม ผมก็ถือว่าอย่างน้อยประสบการณ์ครั้งนี้ทำให้รู้ว่า การที่บริษัทเรียกสัมภาษณ์หลายรอบ ไม่ได้หมายความว่าเราจะได้รับเลือกเสมอไป และถึงแม้สุดท้ายจะไม่ผ่าน แต่การที่บริษัทกลับมาเรียกผมอีกครั้งหลังจากเคยยกเลิกตำแหน่ง ก็แสดงให้เห็นเหมือนกันว่า อย่างน้อยเขามองเห็นบางอย่างที่น่าสนใจในตัวผม
ครั้งนี้อาจไม่ใช่ที่ของผมก็ได้
แต่ก็อดเสียดายไม่ได้จริง ๆ เพราะกว่าจะมาถึงรอบสุดท้าย มันทำให้ผมมีความหวังไปแล้ว