ขนมวันสารทเดือนสิบ วันสารทเดือนสิบคือประเพณีของชาวภาคใต้ที่เป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว

กระทู้สนทนา
ขนมวันสารทเดือนสิบ 



วันสารทเดือนสิบคือประเพณีของชาวภาคใต้ที่เป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วแต่ยังตกอยู่ในเปรตภูมิเป็นคติของศาสนาพราหมณ์ที่ผสมกับประเพณีของพุทธศาสนา ในวันนี้ลูกหลานจะทำบุญโดยเตรียมขนมเดือนสิบ อาหาร และข้าวของเครื่องใช้จำเป็นอื่น ๆ ไปวัด และอุทิศส่วนกุศลไปให้บรรพบุรุษที่ล่วงลับและเปรตที่ไม่มีญาติด้วย

วันรับตายายปีนี้
วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2569
แรม 1 ค่ำ เดือน 10
วันส่งตายาย
วันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2569
แรม 15 ค่ำ เดือน 10

ขนมวันสารทเดือนสิบมีอะไรบ้าง 


ขนมเจาะหู บางพื้นที่จะเรียกขนมเจาะหูว่าขนมเจาะรูหรือขนมดีซำ เป็นขนมที่ทำจากแป้งข้าวเจ้าผสมแป้งข้าวเหนียวนวดกับน้ำตาลโตนด ปั้นแป้งให้เป็นรูแล้วนำลงทอดในน้ำมันจนเหลืองทอง จะได้ขนมเจาะหูที่กรอบนอกนุ่มใน หอมน้ำตาลโตนด เป็นสัญลักษณ์แทนเงินไว้ใช้จ่าย 


ขนมลา แป้งข้าวเจ้าผสมแป้งข้าวเหนียวนวดกับน้ำตาลแล้วนำแป้งมาโรยเป็นเส้นฝอย ๆ บนกระทะใบบัว ได้เป็นขนมลาแผ่นใหญ่แบบเหนียวนุ่ม ซึ่งปัจจุบันมีการทำขนมลาให้น่ากินขึ้นด้วยการแต่งสีผสมอาหารและนำไปอบเป็นขนมลาอบกรอบอีกด้วย ขนมลาเป็นสัญลักษณ์แทนเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม


ขนมพองหรือข้าวพอง ทำจากข้าวเหนียวที่ผ่านการแช่น้ำ1 คืน เมื่อนึ่งจนสุกแล้วตักใส่ในพิมพ์วงกลมและนำไปไปตากแดด เมื่อข้าวเหนียวแห้งดีแล้วนำไปทอด ขนมพองเป็นสัญลักษณ์แทนแพหรือพาหนะ ให้บรรพบุรุษใช้ในการเดินทาง 


ขนมเทียน ทำจากแป้งข้าวเหนียวนวดกับน้ำตาลโตนดห่อใบตองแล้วนึ่งจนสุก ไม่มีไส้ แต่บางท้องถิ่นนิยมสอดไส้มะพร้าวปรุงรสหวานหรือถั่วเขียวปรุงรสเค็ม ขนมเทียนจะถูกห่อเป็นรูปสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ จึงเป็นสัญลักษณ์ใช้แทนหมอนหนุน


ขนมบ้าทำจากแป้งข้าวเหนียวผสมแป้งข้าวเจ้าและมันเทศนึ่ง นวดให้เข้ากันแล้วปั้นเป็นลูกกลม ๆ แบน ๆ นำไปคลุกกับงาขาวแล้วทอด เป็นสัญลักษณ์แทนลูกสะบ้า เอาไว้เล่นสะบ้าในช่วงเทศกาลสงกรานต์


ขนมต้มสามเหลี่ยม ข้าวเหนียวที่ผัดกับกะทิแล้วห่อด้วยใบพ้อเป็นรูปทรงสามเหลี่ยมจากนั้นนำไปนึ่ง เป็นขนมอีกชนิดที่ไม่มีความหมายทางความเชื่อแต่ขาดไม่ได้สำหรับชาวสงขลาเพราะจะนำขนมต้มนี้ไปวัดเกือบทุกครั้งเมื่อมีการทำบุญ โดยเฉพาะในวันสารทเดือนสิบที่นอกจากจะนำขนมต้มไปวัดแล้ว ยังนำกะปิ ข้าวสาร หรือของแห้งอื่น ๆ ที่อยากอุทิศให้กับเปรตชนห่อเหมือนขนมต้มสามเหลี่ยมไปทำบุญอีกด้วย 


ในวันสารทเดือนสิบ ลูกหลานจะนำขนมเดือนสิบและอาหารต่าง ๆ ไปวางไว้ในบริเวณที่เรียกว่า “หลาเปรต” หรือศาลาเปรตซึ่งมีสายสิญจน์ที่พระสงฆ์จับเพื่อบังสุกุล และแบ่งขนมบางส่วนวางไว้หน้ากำแพงวัดสำหรับบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วแต่มีบาปหนาหรือเปรตไร้ญาติที่เข้าวัดไม่ได้ เมื่อพระสงฆ์สวดบังสุกุลเสร็จก็จะถึงช่วงที่เรียกว่า “ชิงเปรต” ลูกหลานทุกคนทั้งคนแก่และเด็ก ๆ จะไปแย่งขนมและสิ่งของที่ศาลาเปรตอย่างตั้งใจ เพราะมีความเชื่อว่าหากใครได้กินของที่เหลือจากการเซ่นไหว้บรรพบุรุษจะเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและครอบครัว 

ที่มา
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่