สวัสดีครับทุกท่าน! หลังจากที่ผมกับแฟนฝ่าฟันมรสุมกระบวนการทำเด็กหลอดแก้วมาจนถึงโค้งสำคัญ
คือวันที่เจ้าหน้าที่โทรมาแจ้งผลการเพาะเลี้ยง "ตัวอ่อน"
ตอนแรกผมนึกว่าผลตรวจจะออกมาเป็นเกรดเหมือนหมูสามชั้น หรือเกรดเนื้อวากิว A4 B5 ซะอีก
แต่พอเห็นรายงานในกระดาษที่มีทั้งตัวเลขและตัวอักษรผสมกันชวนปวดหัว เช่น 5AA, 4AB, 3BB
เล่นเอาคุณพ่อมือใหม่อย่างผมถึงกับต้องกุมขมับ รีบไปเปิดตำรากูเกิลแทบไม่ทัน
วันนี้ในฐานะสามีผู้ผ่านศึกห้องเก็บน้ำเชื้อและยืนลุ้นผลการเก็บไข่ของแฟน
ขอมาสรุปเกรดตัวอ่อนแบบฉบับเข้าใจง่าย ไม่เครียด ให้ฟังกันครับ!
วิธีอ่านรหัสลับตัวอ่อน (ระยะ Blastocyst วันที่ 5-6)
ก่อนจะไปดูเกรด เราต้องรู้ก่อนว่ารหัส 3 หลักที่นักวิทยาศาสตร์ (Embryologist) เขาให้มาเนี่ย มันประกอบด้วยอะไรบ้าง
- ตัวเลขด้านหน้า (1-6) : บอกถึง "ความขยายตัว" (Expansion) ของตัวอ่อน ยิ่งเลขเยอะ ยิ่งโตพร้อมลุยออกจากเปลือก
- ตัวอักษรตัวแรก : บอกเกรดของ "เซลล์ที่จะเติบโตไปเป็นตัวเด็ก" (Inner Cell Mass - ICM)
- ตัวอักษรตัวท้าย : บอกเกรดของ "เซลล์ที่จะเติบโตไปเป็นรก" (Trophectoderm - TE)
โดยเกรดของตัวอักษรจะแบ่งหลักๆ เป็น A (ดีเยี่ยม), B (ดี/ปานกลาง), และ C (น้อย/พอใช้)
แล้วเกรด A กับเกรด B มันต่างกันตรงไหน? แล้วถ้าได้เกรด C มาเนี่ย... มันยังใช้ได้อยู่ไหม หรือต้องร้องไห้หน้าคลินิก
เวลาหมอบอกว่าตัวนี้ เกรด A ตัวนี้ เกรด B สารภาพเลยว่าความรู้สึกมันต่างกันนิดหน่อย
แต่ในมุมมองของนักวิทยาศาสตร์ (Embryologist) เขาดูจาก "ความเนี๊ยบและความแน่นของเซลล์" ครับ
เกรด A (ตัวตึง สวยเป๊ะ) : ตัวนี้คือเด็กห้อง King หน้าตาหล่อสวยสมมาตร เซลล์แบ่งตัวกันแน่นปั๊ด
สมบูรณ์แบบไร้ที่ติ มองผ่านกล้องแล้วออร่าความเทพพุ่งกระฉูด โอกาสฝังตัวคือยืนหนึ่งในรุ่นตามสถิติ
เกรด B (สายสมดุล ขวัญใจมหาชน) : น้องอาจจะมีเซลล์แอบเบี้ยวไปนิดนึง มีพื้นที่ว่างข้างในมากกว่าเกรด A เล็กน้อย
หรือมีเศษขยะเซลล์หลุดรอดมาให้เห็นบ้าง แต่ถามว่าแย่ไหม? บอกเลยว่า "ไม่ !" เกรด B นี่แหละคือมาตรฐานหลัก
ที่หมอย้ายเข้ามดลูกแล้วประสบความสำเร็จกันมานักต่อนัก หน้าตาอาจจะไม่ได้ระดับนางงามจักรวาล แต่แข็งแรงใช้งานได้จริงแน่นอน
สรุปสั้นๆ : เกรด A กับ B ต่างกันแค่ความเป๊ะความเนี๊ยบ แต่เรื่องความสามารถในการเติบโตต่อ สูสีกันพอสมควรเลยครับ!
แล้วตัวอ่อน "เกรด C" ล่ะ... มันยังดีอยู่ไหมอันนี้แหละที่ทำเอาคุณพ่อคุณแม่ใจแป้ว นั่งหน้าเครียดหลายนาที
ขอตอบให้สบายใจตรงนี้เลยครับว่า "เกรด C มันยังใช้ได้ และมีโอกาสท้องได้ครับ!"
แต่มันมีเงื่อนไขแบบนี้ เซลล์มันเริ่มหลวมแล้ว หรือเซลล์ที่จะไปทำหน้าที่เป็นรกมันดูไม่ค่อยเรียบร้อย
นักวิทยาศาสตร์อาจจะมองว่ามัน "ขี้เกียจ" หรือโตช้ากว่าชาวบ้านนิดนึง
สุดท้ายนี้ ไม่ว่าจะได้เกรดอะไร สิ่งสำคัญที่สุดคือความพร้อมของร่างกายคุณแม่และการตรวจโครโมโซมตัวอ่อน
ใครที่กำลังเครียดกับเกรดตัวอ่อนในมือ ยิ้มเข้าไว้ครับ ตัวอ่อนเขารับรู้พลังงานบวกจากพ่อแม่นะเว้ย!
มีคุณพ่อคุณแม่ท่านไหนเคยอุ้มท้องน้องจากตัวอ่อนเกรด B หรือ C มาแชร์พลังใจกันหน่อยครับ ว่าปัจจุบันแสบซ่าขนาดไหนแล้วววว
เด็กหลอดแก้ว ตัวอ่อนเกรด A กับเกรด B ต่างกันอย่างไร?
คือวันที่เจ้าหน้าที่โทรมาแจ้งผลการเพาะเลี้ยง "ตัวอ่อน"
ตอนแรกผมนึกว่าผลตรวจจะออกมาเป็นเกรดเหมือนหมูสามชั้น หรือเกรดเนื้อวากิว A4 B5 ซะอีก
แต่พอเห็นรายงานในกระดาษที่มีทั้งตัวเลขและตัวอักษรผสมกันชวนปวดหัว เช่น 5AA, 4AB, 3BB
เล่นเอาคุณพ่อมือใหม่อย่างผมถึงกับต้องกุมขมับ รีบไปเปิดตำรากูเกิลแทบไม่ทัน
วันนี้ในฐานะสามีผู้ผ่านศึกห้องเก็บน้ำเชื้อและยืนลุ้นผลการเก็บไข่ของแฟน
ขอมาสรุปเกรดตัวอ่อนแบบฉบับเข้าใจง่าย ไม่เครียด ให้ฟังกันครับ!
วิธีอ่านรหัสลับตัวอ่อน (ระยะ Blastocyst วันที่ 5-6)
ก่อนจะไปดูเกรด เราต้องรู้ก่อนว่ารหัส 3 หลักที่นักวิทยาศาสตร์ (Embryologist) เขาให้มาเนี่ย มันประกอบด้วยอะไรบ้าง
- ตัวเลขด้านหน้า (1-6) : บอกถึง "ความขยายตัว" (Expansion) ของตัวอ่อน ยิ่งเลขเยอะ ยิ่งโตพร้อมลุยออกจากเปลือก
- ตัวอักษรตัวแรก : บอกเกรดของ "เซลล์ที่จะเติบโตไปเป็นตัวเด็ก" (Inner Cell Mass - ICM)
- ตัวอักษรตัวท้าย : บอกเกรดของ "เซลล์ที่จะเติบโตไปเป็นรก" (Trophectoderm - TE)
โดยเกรดของตัวอักษรจะแบ่งหลักๆ เป็น A (ดีเยี่ยม), B (ดี/ปานกลาง), และ C (น้อย/พอใช้)
แล้วเกรด A กับเกรด B มันต่างกันตรงไหน? แล้วถ้าได้เกรด C มาเนี่ย... มันยังใช้ได้อยู่ไหม หรือต้องร้องไห้หน้าคลินิก
เวลาหมอบอกว่าตัวนี้ เกรด A ตัวนี้ เกรด B สารภาพเลยว่าความรู้สึกมันต่างกันนิดหน่อย
แต่ในมุมมองของนักวิทยาศาสตร์ (Embryologist) เขาดูจาก "ความเนี๊ยบและความแน่นของเซลล์" ครับ
เกรด A (ตัวตึง สวยเป๊ะ) : ตัวนี้คือเด็กห้อง King หน้าตาหล่อสวยสมมาตร เซลล์แบ่งตัวกันแน่นปั๊ด
สมบูรณ์แบบไร้ที่ติ มองผ่านกล้องแล้วออร่าความเทพพุ่งกระฉูด โอกาสฝังตัวคือยืนหนึ่งในรุ่นตามสถิติ
เกรด B (สายสมดุล ขวัญใจมหาชน) : น้องอาจจะมีเซลล์แอบเบี้ยวไปนิดนึง มีพื้นที่ว่างข้างในมากกว่าเกรด A เล็กน้อย
หรือมีเศษขยะเซลล์หลุดรอดมาให้เห็นบ้าง แต่ถามว่าแย่ไหม? บอกเลยว่า "ไม่ !" เกรด B นี่แหละคือมาตรฐานหลัก
ที่หมอย้ายเข้ามดลูกแล้วประสบความสำเร็จกันมานักต่อนัก หน้าตาอาจจะไม่ได้ระดับนางงามจักรวาล แต่แข็งแรงใช้งานได้จริงแน่นอน
สรุปสั้นๆ : เกรด A กับ B ต่างกันแค่ความเป๊ะความเนี๊ยบ แต่เรื่องความสามารถในการเติบโตต่อ สูสีกันพอสมควรเลยครับ!
แล้วตัวอ่อน "เกรด C" ล่ะ... มันยังดีอยู่ไหมอันนี้แหละที่ทำเอาคุณพ่อคุณแม่ใจแป้ว นั่งหน้าเครียดหลายนาที
ขอตอบให้สบายใจตรงนี้เลยครับว่า "เกรด C มันยังใช้ได้ และมีโอกาสท้องได้ครับ!"
แต่มันมีเงื่อนไขแบบนี้ เซลล์มันเริ่มหลวมแล้ว หรือเซลล์ที่จะไปทำหน้าที่เป็นรกมันดูไม่ค่อยเรียบร้อย
นักวิทยาศาสตร์อาจจะมองว่ามัน "ขี้เกียจ" หรือโตช้ากว่าชาวบ้านนิดนึง
สุดท้ายนี้ ไม่ว่าจะได้เกรดอะไร สิ่งสำคัญที่สุดคือความพร้อมของร่างกายคุณแม่และการตรวจโครโมโซมตัวอ่อน
ใครที่กำลังเครียดกับเกรดตัวอ่อนในมือ ยิ้มเข้าไว้ครับ ตัวอ่อนเขารับรู้พลังงานบวกจากพ่อแม่นะเว้ย!
มีคุณพ่อคุณแม่ท่านไหนเคยอุ้มท้องน้องจากตัวอ่อนเกรด B หรือ C มาแชร์พลังใจกันหน่อยครับ ว่าปัจจุบันแสบซ่าขนาดไหนแล้วววว