ชอบกลั้นอึเพราะไม่อยากเข้าห้องน้ำนอกบ้าน! ระวังสิ่งนี้ถ้ายังไม่เลิกทำ!



มีใครเป็นแบบนี้บ้างครับ ปวดอึตอนอยู่นอกบ้าน แต่พอเห็นห้องน้ำแล้วคิดว่า
“ไม่เอาดีกว่า กลับบ้านค่อยเข้า”
แล้วก็กลั้นไปเรื่อย ๆ จนบางทีผ่านไปหลายชั่วโมง จากที่ปวดมาก ๆ กลายเป็นไม่ปวดแล้ว
หลายคนคิดว่าแบบนี้เก่งครับ อดทนดี เดี๋ยวกลับบ้านค่อยจัดการ
แต่จริง ๆ ถ้าทำบ่อย ๆ ร่างกายอาจเริ่ม ชินกับการถูกสั่งให้เงียบ จนสัญญาณอยากถ่ายลดลง อุจจาระแข็งขึ้น ถ่ายยากขึ้น และพาไปถึงปัญหาท้องผูก ริดสีดวง หรือแผลปริที่ทวารได้ครับ

1. พอปวดแล้วไม่ถ่าย ลำไส้ใหญ่จะดูดน้ำกลับต่อ
เวลาของเสียเดินทางมาถึงลำไส้ใหญ่ ร่างกายจะค่อย ๆ ดูดน้ำกลับครับ
ถ้าเราถ่ายตอนที่ร่างกายส่งสัญญาณ อุจจาระมักยังมีความนุ่มอยู่พอสมควร
แต่ถ้าเรากลั้นไว้หลายชั่วโมง น้ำก็ถูกดูดกลับเพิ่มขึ้น
จากก้อนที่เคยนิ่ม ก็เริ่มแห้งและแข็งขึ้น
พอถึงบ้าน จากที่คิดว่า
“เดี๋ยวค่อยเข้า”
กลายเป็นนั่งเบ่งอยู่ครึ่งชั่วโมงแทนครับ
ยิ่งถ้าดื่มน้ำน้อย กินผักน้อย หรือเคลื่อนไหวน้อยอยู่แล้ว ผลยิ่งชัดขึ้น

2. กลั้นบ่อย ๆ สัญญาณปวดอึอาจเริ่มเบาลง
ตรงนี้สำคัญครับ
ปกติเมื่ออุจจาระลงมาถึงไส้ตรง ผนังลำไส้จะถูกยืด แล้วส่งสัญญาณไปสมองว่า
“ถึงเวลาเข้าห้องน้ำแล้ว”
แต่ถ้าเราได้รับสัญญาณแล้วตอบกลับไปทุกครั้งว่า
“ยังไม่ว่าง”
ร่างกายก็อาจเริ่มปรับตัวกับการที่ไส้ตรงถูกยืดค้าง
บางคนเลยเจอว่าเมื่อก่อนปวดอึทุกเช้า
แต่หลัง ๆ กลายเป็น 2–3 วันถึงจะปวดที
ไม่ได้แปลว่าของเสียน้อยลงนะครับ
แต่ระบบเตือนอาจทำงานช้าลง และอุจจาระก็มีเวลาค้างอยู่ในลำไส้นานขึ้น
เหมือนนาฬิกาปลุกที่เรากดเลื่อนปลุกทุกวัน สุดท้ายเสียงดังแค่ไหนก็ยังนอนต่อครับ

3. อึแข็งขึ้น ก็ต้องเบ่งแรงขึ้น แล้วริดสีดวงก็ตามมาได้
พออุจจาระแข็ง เราก็ต้องออกแรงเบ่งมากขึ้น
การเบ่งแรงและนาน ทำให้แรงดันบริเวณหลอดเลือดรอบทวารเพิ่มขึ้น
ระยะยาวจึงสัมพันธ์กับปัญหาอย่าง
ริดสีดวงทวาร
ทวารหนักบวม
เจ็บเวลาถ่าย
หรือมีเลือดสดติดกระดาษชำระ
บางคนกลั้นเพราะไม่อยากเข้าห้องน้ำนอกบ้าน
แต่สุดท้ายกลับต้องมานั่งกลัวเข้าห้องน้ำที่บ้าน เพราะทุกครั้งที่ถ่ายก็เจ็บ
อันนี้ไม่คุ้มครับ

4. ถ้าอึแข็งมาก อาจเกิดแผลปริที่ทวารได้
อีกปัญหาที่เจอได้คือ แผลปริขอบทวาร หรือ anal fissure
มักเกิดจากอุจจาระก้อนใหญ่หรือแข็งมากผ่านออกมา แล้วไปทำให้ผิวบริเวณปากทวารฉีก
อาการที่เจอบ่อยคือ
เจ็บแสบมากตอนถ่าย
เจ็บต่อหลังถ่ายอีกพักหนึ่ง
มีเลือดสดติดกระดาษหรือผิวอุจจาระ
บางคนพอเจ็บ ก็ยิ่งไม่อยากถ่าย
พอยิ่งกลั้น อึก็ยิ่งแข็ง
กลายเป็นวงจร
กลัวเจ็บ → กลั้น → อึแข็ง → เจ็บกว่าเดิม
ตรงนี้ยิ่งต้องรีบตัดวงจรครับ

5. กลั้นเป็นนิสัย อาจพาไปสู่ท้องผูกเรื้อรังได้
ถ้ากลั้นบ่อยจนถ่ายน้อยลง อึแข็ง และต้องเบ่งเป็นประจำ สุดท้ายอาจกลายเป็นท้องผูกเรื้อรังครับ
โดยทั่วไปเราจะมองเรื่องท้องผูกจากหลายอย่างร่วมกัน เช่น
ถ่ายน้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์
อุจจาระแข็งบ่อย
ต้องเบ่งมาก
รู้สึกถ่ายไม่สุด
หรือรู้สึกเหมือนมีอะไรอุดอยู่
บางคนยังถ่ายทุกวัน แต่ต้องนั่ง 30 นาที เบ่งจนหน้าดำ แบบนี้ก็ไม่ได้แปลว่าการขับถ่ายดีนะครับ
เรื่องขับถ่ายไม่ได้ดูแค่ “ทุกวันไหม”
แต่ต้องดูด้วยว่า ออกง่ายไหม นิ่มไหม และรู้สึกสุดไหม

6. ถ้าต้องออกนอกบ้านบ่อย ควรฝึกให้ลำไส้มีเวลาเป็นของตัวเอง
ผมเข้าใจครับว่าห้องน้ำนอกบ้านบางที่ก็ทำใจยากจริง
แต่ถ้ารู้ตัวว่าเป็นคนไม่ชอบเข้าห้องน้ำนอกบ้าน ลองแก้ที่ต้นทาง
เช่น ฝึกเข้าห้องน้ำช่วงเช้าเป็นเวลา โดยเฉพาะหลังอาหารเช้า
เพราะหลังเรากินอาหาร ลำไส้ใหญ่จะมีการบีบตัวเพิ่มขึ้นตามธรรมชาติ เรียกว่า gastrocolic reflex
ช่วงนี้จึงเป็นจังหวะที่ดีในการฝึกขับถ่ายครับ
ลองเผื่อเวลาในตอนเช้าอีก 10–15 นาที
กินอาหาร
ดื่มน้ำ
แล้วนั่งห้องน้ำแบบไม่รีบ
ไม่ต้องเบ่งถ้าไม่ปวด
แต่ให้ร่างกายได้รู้ว่า “เวลานี้คือเวลาถ่าย”
ทำต่อเนื่อง ระบบจะจับจังหวะได้ดีขึ้นครับ

ถ้าไม่อยากให้อึแข็ง ลองทำ 5 อย่างนี้
• ปวดแล้วพยายามอย่ากลั้นนาน โดยเฉพาะถ้าสถานการณ์เอื้อให้เข้าห้องน้ำได้
• เพิ่มใยอาหารให้พอ จากผัก ผลไม้ ถั่ว ธัญพืชไม่ขัดสี หรือ psyllium ตามความเหมาะสม
• ดื่มน้ำให้พอ โดยเฉพาะคนที่กินไฟเบอร์เพิ่ม เพราะเพิ่มแต่ไฟเบอร์แต่ไม่เพิ่มน้ำ บางทีอึกลับแน่นกว่าเดิมครับ
• ขยับร่างกายทุกวัน การเดินช่วยกระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้ได้
• จัดท่านั่งถ่ายให้ดี ถ้ามีที่วางเท้าให้เข่าสูงกว่าสะโพกเล็กน้อย จะช่วยให้ทางเดินอุจจาระตรงขึ้นและเบ่งน้อยลงได้ครับ

แล้วอาการแบบไหนไม่ควรโทษแค่ “กลั้นอึ”?
ถ้ามีท้องผูกหรือถ่ายผิดปกติร่วมกับ
เลือดออกมากหรือเลือดปนในอุจจาระ
น้ำหนักลดโดยไม่ได้ตั้งใจ
ซีด
ปวดท้องมาก
อุจจาระเล็กลงหรือรูปแบบเปลี่ยนชัดเจนต่อเนื่อง
เริ่มท้องผูกใหม่ในวัยที่ไม่เคยเป็น
หรือมีประวัติมะเร็งลำไส้ในครอบครัว
ควรไปประเมินเพิ่มเติมครับ
เพราะท้องผูกไม่ได้เกิดจากพฤติกรรมอย่างเดียวเสมอไป

ถ้าปวดอึแล้วกลั้นเป็นครั้งคราวเพราะสถานการณ์จำเป็น ไม่ได้แปลว่าจะเกิดโรคทันทีครับ
แต่ถ้าทำจนเป็นนิสัย
อุจจาระจะค้างนานขึ้น
น้ำถูกดูดกลับมากขึ้น
อึแข็งขึ้น
สัญญาณอยากถ่ายลดลง
แล้วตามมาด้วยการเบ่ง ริดสีดวง หรือแผลปริได้
ดังนั้นคราวหน้าถ้าร่างกายส่งข้อความมาว่า
“ถึงเวลาแล้วครับ”
ถ้ามีห้องน้ำที่ใช้ได้ ก็อย่ากดอ่านแล้วไม่ตอบบ่อยเกินไปครับ
ใครเป็นสายกลับบ้านค่อยถ่ายบ้างครับ แล้วเคยกลั้นจนพอกลับบ้านไม่ปวดแล้วไหม ลองมาเล่ากันได้ครับ


ที่มา  หมอเจด

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่