ผมเชื่อว่าหลายคนน่าจะเคยเป็นแบบนี้ครับ
ต้นเดือนตั้งใจไว้ว่า
“เดือนนี้จะต้องเก็บเงินให้ได้”
แต่พอเงินเดือนเข้า...
ค่าอาหาร
ค่าเดินทาง
ค่าน้ำค่าไฟ
ค่าบัตรเครดิต
ค่าใช้จ่ายจิปาถะ
ผ่านไปไม่กี่สัปดาห์ เงินก็เริ่มลดลงเรื่อย ๆ
พอถึงสิ้นเดือนเหลือไม่มาก
แล้วก็บอกตัวเองว่า
“เอาไว้เดือนหน้าค่อยเริ่มใหม่”
วนแบบนี้ไปเรื่อย ๆ
ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่เรา “ไม่มีวินัย” อย่างเดียวครับ
แต่อาจอยู่ที่
วิธีการเก็บเงิน
ลองดูภาพนี้ครับ จะเห็นความแตกต่างระหว่าง “วิธีเดิม” กับ “วิธีที่ออกแบบระบบให้ตัวเอง”
วิธีที่หลายคนคุ้นเคยคือ
ได้เงิน → จ่ายทุกอย่าง → เหลือเท่าไรค่อยเก็บ
แต่ปัญหาคือ เงินสำรองจะกลายเป็น “สิ่งที่ทำถ้ามีเหลือ”
ผมจึงมองว่าการสร้างเงินสำรองควรกลับลำดับใหม่
ได้เงิน → จัดสรรเงินสำรอง → จัดการค่าใช้จ่ายจากเงินที่เหลือ
ไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องเก็บจำนวนเท่ากันนะครับ
แต่ควรกำหนดจำนวนที่
ไม่ทำให้กระแสเงินสดในชีวิตประจำวันตึงเกินไป และสามารถทำต่อเนื่องได้
สิ่งที่ช่วยได้คือ
1. ตั้งเป้าหมาย
รู้ว่าต้องการเงินสำรองเท่าไร
2. แยกบัญชี
อย่าให้เงินสำรองปะปนกับเงินใช้จ่าย
3. จัดสรรทันทีเมื่อมีรายได้
ไม่รอถึงสิ้นเดือน
4. ทำระบบอัตโนมัติ
ถ้าบัญชีรองรับ อาจตั้งโอนเป็นประจำ
และถ้าจำนวนที่ตั้งไว้ทำไม่ได้จริง ก็ไม่ใช่เรื่องน่าอายครับ
ปรับจำนวนให้เหมาะกับสถานการณ์ แล้วทำต่อเนื่อง
สุดท้ายแล้ว การสร้างเงินสำรองไม่ได้วัดกันที่ว่า
“ใครเก็บได้เยอะที่สุด”
แต่สำคัญว่า
“ใครสร้างระบบที่ทำให้ตัวเองเก็บได้อย่างสม่ำเสมอ”
เพราะเงินสำรองคือเงินที่เราต้องการให้พร้อมในวันที่เกิดเรื่องไม่คาดคิด
แต่ยังมีอีกกลุ่มหนึ่งที่อาจเจอความท้าทายมากกว่า
คนที่รายได้แต่ละเดือนไม่เท่ากัน
ถ้าใช้วิธีเก็บเงินจำนวนเท่ากันทุกเดือน จะเหมาะหรือไม่?
หรือควรออกแบบวิธีเก็บให้สัมพันธ์กับรายได้?
S04 EP.06:
รายได้ไม่แน่นอน...สร้างเงินสำรองฉุกเฉินอย่างไร?
มาคุยกันต่อครับ
S04: เงินสำรองฉุกเฉิน. EP.05: ทำไมบางคนตั้งใจเก็บเงินสำรองทุกเดือน แต่ผ่านไปนานเท่าไรก็ไม่ถึงเป้า?
ต้นเดือนตั้งใจไว้ว่า
“เดือนนี้จะต้องเก็บเงินให้ได้”
แต่พอเงินเดือนเข้า...
ค่าอาหาร
ค่าเดินทาง
ค่าน้ำค่าไฟ
ค่าบัตรเครดิต
ค่าใช้จ่ายจิปาถะ
ผ่านไปไม่กี่สัปดาห์ เงินก็เริ่มลดลงเรื่อย ๆ
พอถึงสิ้นเดือนเหลือไม่มาก
แล้วก็บอกตัวเองว่า
“เอาไว้เดือนหน้าค่อยเริ่มใหม่”
วนแบบนี้ไปเรื่อย ๆ
ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่เรา “ไม่มีวินัย” อย่างเดียวครับ
แต่อาจอยู่ที่ วิธีการเก็บเงิน
ลองดูภาพนี้ครับ จะเห็นความแตกต่างระหว่าง “วิธีเดิม” กับ “วิธีที่ออกแบบระบบให้ตัวเอง”
วิธีที่หลายคนคุ้นเคยคือ
ได้เงิน → จ่ายทุกอย่าง → เหลือเท่าไรค่อยเก็บ
แต่ปัญหาคือ เงินสำรองจะกลายเป็น “สิ่งที่ทำถ้ามีเหลือ”
ผมจึงมองว่าการสร้างเงินสำรองควรกลับลำดับใหม่
ได้เงิน → จัดสรรเงินสำรอง → จัดการค่าใช้จ่ายจากเงินที่เหลือ
ไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องเก็บจำนวนเท่ากันนะครับ
แต่ควรกำหนดจำนวนที่ ไม่ทำให้กระแสเงินสดในชีวิตประจำวันตึงเกินไป และสามารถทำต่อเนื่องได้
สิ่งที่ช่วยได้คือ
1. ตั้งเป้าหมาย
รู้ว่าต้องการเงินสำรองเท่าไร
2. แยกบัญชี
อย่าให้เงินสำรองปะปนกับเงินใช้จ่าย
3. จัดสรรทันทีเมื่อมีรายได้
ไม่รอถึงสิ้นเดือน
4. ทำระบบอัตโนมัติ
ถ้าบัญชีรองรับ อาจตั้งโอนเป็นประจำ
และถ้าจำนวนที่ตั้งไว้ทำไม่ได้จริง ก็ไม่ใช่เรื่องน่าอายครับ
ปรับจำนวนให้เหมาะกับสถานการณ์ แล้วทำต่อเนื่อง
สุดท้ายแล้ว การสร้างเงินสำรองไม่ได้วัดกันที่ว่า
“ใครเก็บได้เยอะที่สุด”
แต่สำคัญว่า
“ใครสร้างระบบที่ทำให้ตัวเองเก็บได้อย่างสม่ำเสมอ”
เพราะเงินสำรองคือเงินที่เราต้องการให้พร้อมในวันที่เกิดเรื่องไม่คาดคิด
แต่ยังมีอีกกลุ่มหนึ่งที่อาจเจอความท้าทายมากกว่า
คนที่รายได้แต่ละเดือนไม่เท่ากัน
ถ้าใช้วิธีเก็บเงินจำนวนเท่ากันทุกเดือน จะเหมาะหรือไม่?
หรือควรออกแบบวิธีเก็บให้สัมพันธ์กับรายได้?
S04 EP.06:
รายได้ไม่แน่นอน...สร้างเงินสำรองฉุกเฉินอย่างไร?
มาคุยกันต่อครับ