หมดประจำเดือนแล้ว ยังต้องตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกอยู่ไหมคะ?

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
เห็นคลิปคุณหมอพูดถึงเรื่อง การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกหลังหมดประจำเดือน แล้วรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่น่าจะมีหลายคนเข้าใจไม่ตรงกันค่ะ

เมื่อก่อนเราเคยคิดเหมือนกันว่า พอหมดประจำเดือนแล้ว หรือถ้าไม่ได้มีเพศสัมพันธ์แล้ว ก็น่าจะไม่จำเป็นต้องตรวจคัดกรองอีก แต่พอได้ฟังคลิปนี้แล้วถึงรู้ว่า ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถหยุดตรวจได้ทันทีเพียงเพราะหมดประจำเดือนค่ะ

อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ HPV ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งปากมดลูก สามารถติดเชื้อและมีการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาต่อมาได้ ดังนั้นการพิจารณาว่ายังจำเป็นต้องตรวจหรือไม่ จึงไม่ได้ดูจากเรื่องหมดประจำเดือนเพียงอย่างเดียว

เท่าที่เข้าใจคือ การตรวจคัดกรองจะพิจารณาร่วมกับ อายุ ประวัติการตรวจที่ผ่านมา และผลตรวจเดิม รวมถึงปัจจัยเสี่ยงของแต่ละคน ด้วยค่ะ

เพราะฉะนั้นใครที่กำลังคิดว่า
“หมดประจำเดือนแล้ว อายุเยอะแล้ว คงไม่ต้องตรวจแล้วมั้ง”
อาจลองสอบถามคุณหมอก่อนดีกว่า ว่าในกรณีของตัวเองควรตรวจต่อหรือสามารถหยุดตรวจได้แล้ว

ส่วนตัวเราว่าเรื่องนี้เป็นอีกหนึ่งอย่างที่ผู้หญิงควรรู้ไว้ เพราะบางทีเราอาจเข้าใจว่า “หมดประจำเดือน = หมดความเสี่ยง” ซึ่งจริง ๆ แล้วรายละเอียดของแต่ละคนอาจไม่เหมือนกันค่ะ

เลยอยากถามเพื่อน ๆ ว่า มีใครเคยเข้าใจเหมือนเราบ้างไหมคะว่า พอหมดประจำเดือนแล้วก็ไม่จำเป็นต้องตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกอีก?

แล้วปกติคุณหมอแนะนำให้ตรวจถึงอายุเท่าไหร่ หรือมีใครได้รับคำแนะนำให้หยุดตรวจแล้วบ้างคะ?

> หมายเหตุ: กระทู้นี้แชร์ประเด็นจากคลิปเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ทั่วไป ไม่ได้ใช้แทนคำแนะนำทางการแพทย์ เกณฑ์การตรวจหรือหยุดตรวจอาจแตกต่างกันตามอายุ ประวัติการตรวจ และปัจจัยเสี่ยงของแต่ละบุคคล หากไม่แน่ใจควรปรึกษาแพทย์ค่ะ

คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 3
1.ตรวจมะเร็งปากมดลูก ปัจจุบันมี 2 วิธีคือ ตรวจเซลล์ แนะนำตรวจทุก 1-2 ปี กับตรวจไวรัส HPV ตรวจทุก 5 ปี
อายุที่หยุดตรวจได้ คือ 65 ค่ะ
ในเงื่อนไข
- ถ้าผลย้อนหลัง 10 ปีปกติ หยุดตรวจได้ แต่ถ้าไม่ครบ 10 ปีก็ตรวจไปเรื่อยๆให้ครบค่ะ
- หรือ ถ้าตรวจ ไวรัส HPV ผลปกติ 2 ครั้งติดต่อกัน (เช่น สมมติ ตรวจครั้งแรกอายุ 60 ครั้งที่ 2 อายุ 65 ผลปกติ มันก็ไม่ถึง 10 ปี)
- หรือ ตรวจเซลล์ (แปบ หรือ ทินเปรบ) ปกติ 5 ครั้งติดต่อกัน

2.ตรวจภายในเพื่อคัดกรองโรคอื่นๆทางนรีเวช
คือขึ้นขาหยั่งเฉยๆนี่แหละ ให้หมอดูและคลำ ไม่ได้เอาอะไรจากภายในไปส่งตรวจแล้บ
แนะนำตรวจทุกปีเหมือนเดิม
(อ้างอิงจาก แนวทางของราชวิทยาลัยสูติ)
แต่ส่วนตัวคิดว่า ทุกปีอาจจะถี่ไปถ้าไม่มีอาการใดๆนะคะ
คำว่าโรคอื่นๆในที่นี้ เช่น เนื้องอกมดลูก เนื้องอกรังไข่
ขึ้นกับอาการและความเสี่ยงค่ะ
เช่น เนื้องอกมดลุก จะมีอาการประจำเดือนมามากหรือปวด ปจด.
เนื้องอกรังไข่ ไม่มีอาการ แต่มักจะมาพบแพทย์เมื่อเป้นมากแล้ว
ความเสี่ยงคือ มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งรังไข่เต้านมโพรงมดลูก/สาวโสด/ไม่มีลูก
(ก็ถ้าจะว่ากันแบบกว้างๆ ก็ไปตรวจทุกปีก็ได้ หรือปีเว้นปี)
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่