นิยายมันก็แค่ชีวิตคนเราในอีกด้าน #1

กระทู้สนทนา
ที่ผมเลือกแท็กนิยายเพราะผมคิดว่านี่คือพื้นที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับผม โดยที่คุณก็สามารถคิดว่าเป็นนิยายก็ได้ เพราะคำว่าความจริงมันเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยจะมีแก่นสารสักเท่าไร เดี๋ยวผมจะอธิบายให้ใครก็ตามได้ฟัง โดยเฉพาะกับน้องคนนึง ส่วนตัวอยากเปิดใจเพิ่มเติมในอีกมุมนึง ซึ่งเขาก็เคยถามอะไรผมมากมาย แล้วผมก็ไม่เคยเบื่อที่จะตอบ (เว้นแต่ว่าถ้าไม่รู้จะตอบว่าอะไรจริงๆ) แต่ให้ลองคิดดูว่าเขาอาจจะถามไม่เคยถูก และในทางกลับกันผมก็อาจจะตอบไม่เคยผิด เว้นเสียแต่ว่าเราจะตระหนักได้ว่า... "มันไม่เคยเป็นข้อเท็จจริงมาเลยตั้งแต่แรก"

ผมดูรายการเรียลิตี้โชว์รายการนึง ผมไม่ได้ดูผ่านทีวีโดยตรงหรอก ผมดูผ่านที่เขาเล่าในกลุ่มเฟส มันก็ชัดเจนมากเกินพอแล้ว สรุปก็คือคนดูก็ยังประสาทรับประทานเหมือนเดิม ไม่ต่างกับเมื่อ 2 ทศวรรษที่แล้ว และผมก็ไม่รู้สึกเซอร์ไพรส์เลยสักนิด แต่สมัยนี้พัฒนาหน่อยตรงที่มันหยาบคายน้อยลง แต่มันเป็นการพูดจาอวดดีมากขึ้น ทำตัวเหมือนปัญญาชนพิมพ์เป็นหลายสิบบรรทัด และลงท้ายด้วยคำว่า "คหสต." แค่นี้แหละครับคือใจความสำคัญ และถ้ามันขึ้นว่า "คหสต." ไว้บนบรรทัดแรก ผมแนะนำเลยว่าคุณไม่ต้องไปอ่านต่อ ถ้าหากจะคาดหวังในแก่นสาร

แต่ใดๆก็ตามแต่ สุดท้ายไอ้เจ้าคำว่า "คหสต." มันก็ไม่เคยมีใครหนีพ้น แต่ที่บางคนสามารถเป็นกรรมการทรงคุณวุฒิได้ เพราะเขามีวุฒิภาวะมากพอ มีจิตวิทยามากพอ ติเพื่อเจตนาก่อให้พัฒนาหาใช่ด่าเอามันส์ และเป็นคนที่มีตรรกะสูงมาก ผมไม่รู้หรอกว่าตัวเองมีตรรกะระดับไหน แต่ผมสามารถเอาตรรกะทิ้งไปได้หมดจนเหลือศูนย์ ซึ่งมันก็ไม่ต่างกับชาวเน็ตทั่วไป เพียงแต่ว่าผมรู้ตัวแต่พวกนั้นมันยังไม่รู้ตัว และพวกมันก็ยังเชื่อว่าตัวเองมีตรรกะ งั้นผมจะบอกอะไรให้ มีคนเป็นแชมป์แล้วนะครับ แต่ก็ไม่ถูกจริตพวกเราซะอย่างจะทำไมอะ เออ ไม่เห็นจะต้องอวยตามตำแหน่งอันดับเลยนี่หว่า เกมแพ้คนไม่แพ้มีอะไรปะ

ไอ้เทคนิคทักษะอะไรต่างๆบลาๆๆ มันก็เป็นแค่เรื่องเหลวไหล ต่อให้เอาวิศวกรเสียงหรือโปรดิวเซอร์มาจาระไนเป็นคำอภิปราย อย่างเป็นทางการซะยิ่งกว่าทางการ แต่สุดท้ายมันก็แค่การจินตนาการอย่างมีชั้นเชิง เป็นแค่นิทานหลอกคนที่ฉลาดน้อยลงมาหน่อย เพราะสุดท้ายมันก็เป็นเรื่องเพ้อเจ้อทั้งเพ ตราบที่อารมณ์เรามันไม่สามัคคีซะอย่าง ไอ้ข้อเท็จจริงทั้งหลายมันก็ล้วนแต่ถูกแต่งตั้งโดยมนุษย์ทั้งหลายทั้งแหล่ มาตั้งแต่ไหนแต่ไร สมัยล้านปีก่อนมีใครรู้ไหมว่าตัวเลขคืออะไร มีใครรู้ไหมว่าดนตรีคืออะไร ก็ไม่เห็นจะมีเลยใช่ไหมล่ะ นั่นแหละที่ผมจะสื่อ "มันไม่เคยเป็นข้อเท็จจริงมาเลยตั้งแต่แรก" ทุกสิ่งทุกอย่างคือ "เรื่องสมมติที่รอความตายไปวันๆ"

เพราะฉะนั้นถ้าเราอยากจะถามเรื่องความรู้ในการร้องเพลง ผมก็พอเข้าใจได้ว่ายังหลงกับเรื่องมายา เพราะผมเองก็ยังเป็น มันสนุกดีนี่หว่าจริงไหมล่ะ แต่เราต้องมีสติให้มากขึ้น อย่าไปเอาจริงเอาจังมาก ถือซะว่าต่างคนต่างแชร์นักร้องเสียงเพราะสำหรับตัวเองก็แล้วกันนะครับ และถ้ามันเพราะเหมือนกันสำหรับเราทั้งคู่ ก็ถือว่าเป็นความโชคดีในการสนทนา ที่เป็นไปอย่างราบรื่น

และสุดท้ายผมขออธิบายเรื่องโรคออทิสติก ที่สุดท้ายผมก็หลอกตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่ามาไม่รู้กี่ทบ คิดว่าผมไม่เคยเป็นมาก่อน และคราวนี้มันก็เหมือนจะหนักกว่าตอนสมัย 14-15 ปีที่แล้ว ตอนนี้ผมไม่สามารถแยกแยะระหว่างการแต่งนิยาย กับการกระทำในชีวิตจริงได้ ผมได้ฆ่าสัตว์ไปแล้ว 6 ตัวภายในระยะเวลา 1 ปีกว่าๆ สุดท้ายแม่จับได้ แทนที่แม่จะโกรธจะเกลียดผม แต่แม่กลับเข้าใจผม และแนะนำให้ผมไปพบจิตแพทย์ ผมได้เล่าความจริงทั้งหมดที่ผมเป็นอยู่ แต่สมัยนั้นผมเล่าไม่หมดเพราะผมกลัวพ่อมากๆ (ปัจจุบันพ่อเสียชีวิต 5 ปีแล้ว) ผมก็เลยเชื่อมาตลอดว่าผมไม่น่าใช่ออทิสติกหรอก

ปัจจุบันผมจะไม่แต่งนิยาย (ที่เป็นนิยาย) อีกต่อไปแล้ว เพราะมันอาจจะบิ๊วให้ผมไปก่อเรื่องสวะๆอีก ผมยอมรับว่าเป็นสวะสังคม แต่ถ้าถามว่ารู้สึกผิดไหม ผมยังคงยืนยันคำเดิมว่า ผมไม่รู้จักถูกผิดดีเลว และผมก็พูดแบบนี้กับหมอและแม่ตลอด แต่ทั้งหมอและแม่เชื่อว่าจิตใต้สำนึกผมยังมี "ดี" อยู่ และส่วนตัวผมก็รู้สึกสงสารแม่เล็กน้อย แต่ไม่ถึงกับร้องไห้ฟูมฟายจะเป็นจะตาย

ผมเคยโกหกว่าผมเคยทำงานในสวน ทั้งๆที่ผมไม่เคยทำมาก่อนเลย ผมเอาแต่เล่นมือถือในหมู่บ้าน ซึ่งอยู่คนละจังหวัดกับสวนซะด้วย และผมก็เรียนไม่จบปริญญา แต่ไม่เป็นไร เดี๋ยวไอ้ที่ผมโกหกมันก็อาจจะกลายเป็นจริงในสักวัน เพราะแม่ก็เริ่มจ้ำจี้จ้ำไชให้ผมไปดูสวนบ่อยขึ้น (หวังดีกับผม เพราะผมเกือบจะเสียคน) และในสักวันผมก็อาจจะได้ทำงานที่นั่นจริงๆ และก็อาจจะกลายเป็นว่าลบคำโกหกไปโดยปริยาย
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่