สวัสดีค่ะ หนูอยากจะเล่าเรื่องหนึ่งที่บีบหัวใจและดิ่งมากและหลายครั้ง หนูอยากจะเล่าตั้งแต่แรกเลย เมื่ออายุ15ปี หนูเป็นนักเรียนธรรมดาคนหนึ่ง หนูมักจะขึ้นรถรับส่งนักเรียนในหมู่บ้านเป็นประจำ เป็นรถตู้ หนูไว้ใจเขา พ่อแม่ไว้ใจเขา และคนอื่นและเด็กๆก็ไว้ใจเขา เพราะเขาเป็นคนใจดีและมีน้ำใจมากๆ หนูนั่งรถกับเขาตั้งแต่อยู่อนุบาล ไม่เคยระแวงเขามาก่อนเลย จนถึงวันหนึ่ง เมื่ออายุ15ปี ปลายเทอม1ของม.2 หนูได้ขึ้นรถรับส่งปกติเลยค่ะ หนูมักจะนั่งข้างหลังริมหน้าต่าง ซึ่งเขาเดินมาทางหน้าต่างและพยายามเปิด เราเลยเปิดให้เพราะเผื่อจะมีอะไรจะคุย ซึ่งเขาก็คุยกับเรา เราก็คุยกับเขาเรื่องทั่วไปในชีวิตประจำวัน แต่แขนของเขาที่มาพิงขอบหน้าต่างข้างล่าง มันเลยมาโดนหน้าอกของเราพอดี ตอนแรกเราก็คิดว่าเขาไม่รู้ตัว เพราะเขาก็อายุมากแล้ว แต่ที่เรารู้สึกไม่สบายใจคือ เขาทำแบบนี้ มาหลายครั้งมากๆแล้ว หลายครั้งมากจนเราเริ่มรู้สึกว่า มันไม่ใช่ละ แต่เราก็เป็นคนคิดในแง่บวกมาก เลยไม่คิดอะไร พยายามไม่คิดอะไร อันนี้หนูไม่รู้เจตนาจริงๆ จนวันหนึ่ง เขาชวนหนูให้ไปนั่งข้างคนขับใช่ไหม แล้วคือเขามาสัมผัสหนูเว้ย มาจับมือก่อนในตอนแรก จับมือ ก็เริ่มจับแขน จับไหล่ จับขา เริ่มกอด เริ่มหอมมากขึ้น หลายเดือนจนเรารู้สึกว่ามันไม่ใช่แล้ว เลยไปบอกพ่อแม่ เราบอกแม่ก่อนเพราะไม่กล้าบอกพ่อ แม่เป็นกังวลอยู่กับพี่สาว จนต้องไปบอกพ่อในที่สุด และผลสรุปคือ ไปนั่งกับเขาเหมือนเดิมแต่ให้เราไปนั่งหลัง แต่เราก็ต้องไปนั่งหน้าอยู่ดีเลย เพราะเราเป็นเด็กที่ปฎิเสธใครไม่เป็นเลย เราเลยอดทนมาตลอด จนจบม.3เลยนะ ในระหว่างม.2-3 เราก็มีเดินกลับจากโรงเรียนไปถึงบ้านบ้าง กลับกับเพื่อนบ้าง ไรงี้ เพราะเราไม่อยากนั่งรถเขา พอจบม.3 เราก็คิดว่าจะหลุดพ้นแล้ว แต่เพราะเขายังอยู่ในหมู่บ้านและไม่ได้ส่งแค่ที่เดียว ไปส่งโรงเรียนอื่นอีก เลยน่าจะมารับเช้ามืด ซึ่ง ตอนจบม.3และเราไปเรียนม.4ที่โรงเรียนใหม่ ซึ่งเราต้องตื่นเช้ามากๆ เพื่อไปเรียน โรงเรียนที่อยู่ไกลพอสมควร แต่เราดันต้องเจอเขา ทุกคืน และมันมีแต่คนนอนอยู่ แถมเราอยู่ในที่มืดด้วยเพราะเราตื่นตี4เพื่อแต่งตัวและเดินไปรอรถตี5:35 ซึ่งเราต้องเดินสวนกับรถของเขา โดนมาเต็มๆ ตลอดเวลาที่เดินไปรอรถ เราต้องเจอเขา และเขาจะจอดและมาให้เงินเรา20บาท ต้องโดนกอด โดนหอมแก้ม โดนยัดเงินต้องกระเป๋าหน้าอกอีก จนเราไม่สบายใจ เราดิ่งมาก จนการเรียนเริ่มแย่ เริ่มไม่ไปเรียน จนมีวันหนึ่ง เราไม่ไปเรียนติดต่อกัน3วัน พ่อเราปลดล็อคประตูห้องเราที่ปกติเราจะล็อกเอาไว้เปิดเขามา และว่าเราว่า ถ้าไม่อยากเรียนก็ไปทำงาน ไปเลี้ยงควาย ตอนนั้นเราดิ่ง ดิ่งแบบสุดๆ จนนั่งร้องไห้และได้แต่โทษตัวเอง ทำไมต้องเกิดกับเราด้วย ถ้าเราตายเรื่องจะจบไหม มันดิ่งมากจนทำให้หูแว่วเลย เครียดมาก จนพอวันพรุ่งนี้เราก็ยอมไปเรียนอยู่ดี แต่มันทนไม่ไหว จนเราต้องแจ้งความเองในที่สุด เพราะเราโดนแบบนี้มาเกือบ2ปี
เรื่องคดีอนาจาร โดยสรุปว่าเป็นคดีอนาจาร เราต้องให้ปากคำ ต้องเล่าอะไรเยอะแยะ แต่รู้สึกดีมากที่ได้คุยกับตำรวจ แต่พอไปเจอผู้กอง ไปเจออัยการ เรารู้สึกดิ่งอีกครั้ง เพราะว่าเขากดดันเรามาก ต้องบอกเวลา สถานที่ วัน เดือน ปี และการกระทำ ชัดเจน เราสามารถบอกการกระทำ เดือน ปี สถานที่ และเวลาได้ แต่เราไม่สามารถบอกวันได้เลย เพราะมันหลายวันมากๆ ซึ่งอัยการต้องการวันทั้งหมด ซึ่งเราจำไม่ได้จริงๆ ข้อมูลในอินเตอร์เน็ตก็ยังขาดๆ หายๆ เพราะโทรศัพท์เราก็ความจำเต็ม เลยลบไปบ้าง ทำให้เรามองกระบวนการยุติธรรมเปลี่ยนไปเลย เหมือนกับว่าเขาไม่ได้ใจดีกว่าที่คิด เราเข้าใจว่าเขาต้องเจอคดีเยอะแยะ แต่บางที เราไม่รู้จริงๆ เราจำไม่ได้เลย ทำให้เราเครียดมาก พอโดนสอบเสร็จก็หลับไปเลย สมองล้ามากตอนไปเจออัยการ จนตอนนี้คดีก็ยังไม่จบ เราก็ยังเครียดอยู่เลย
ทำไมการจบคดีของเด็กมันยากจัง
เรื่องคดีอนาจาร โดยสรุปว่าเป็นคดีอนาจาร เราต้องให้ปากคำ ต้องเล่าอะไรเยอะแยะ แต่รู้สึกดีมากที่ได้คุยกับตำรวจ แต่พอไปเจอผู้กอง ไปเจออัยการ เรารู้สึกดิ่งอีกครั้ง เพราะว่าเขากดดันเรามาก ต้องบอกเวลา สถานที่ วัน เดือน ปี และการกระทำ ชัดเจน เราสามารถบอกการกระทำ เดือน ปี สถานที่ และเวลาได้ แต่เราไม่สามารถบอกวันได้เลย เพราะมันหลายวันมากๆ ซึ่งอัยการต้องการวันทั้งหมด ซึ่งเราจำไม่ได้จริงๆ ข้อมูลในอินเตอร์เน็ตก็ยังขาดๆ หายๆ เพราะโทรศัพท์เราก็ความจำเต็ม เลยลบไปบ้าง ทำให้เรามองกระบวนการยุติธรรมเปลี่ยนไปเลย เหมือนกับว่าเขาไม่ได้ใจดีกว่าที่คิด เราเข้าใจว่าเขาต้องเจอคดีเยอะแยะ แต่บางที เราไม่รู้จริงๆ เราจำไม่ได้เลย ทำให้เราเครียดมาก พอโดนสอบเสร็จก็หลับไปเลย สมองล้ามากตอนไปเจออัยการ จนตอนนี้คดีก็ยังไม่จบ เราก็ยังเครียดอยู่เลย