Smartwatch คู่ใจ ช่วยเตือนดื่มน้ำ ไม่ต้องกลัวขาดน้ำอีกต่อไป! (แถมวิธีใช้แอปง่ายๆ)

กระทู้สนทนา
สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวพันทิป! วันนี้ผมมีเรื่องเด็ดๆ ที่จะมาเล่าให้ฟังครับ เชื่อเลยว่าหลายคนในที่นี้ต้องเคยประสบปัญหาเดียวกัน นั่นก็คือ 'ดื่มน้ำไม่ถึงเป้าหมาย' ใช่ไหมล่ะครับ?

บางทีก็ทำงานเพลินจนลืมหายใจ...เอ้ย! ลืมดื่มน้ำครับ พอรู้ตัวอีกทีก็คอแห้งผากแล้วใช่ไหมครับ? ผมเองก็เป็นครับ แต่ตอนนี้ไม่แล้ว เพราะผมมีผู้ช่วยส่วนตัวสุดเจ๋งที่ทำให้ชีวิตการดื่มน้ำของผมเปลี่ยนไปเลยครับ!

ก่อนอื่น เรามาคุยกันสักนิดว่าทำไมการดื่มน้ำถึงสำคัญนักหนาครับ? น้ำเนี่ยมันคือน้ำหล่อเลี้ยงชีวิตเลยนะเพื่อนๆ ช่วยให้ผิวพรรณสดใส ระบบขับถ่ายดี สมองแล่นปร๋อ แถมยังช่วยควบคุมอุณหภูมิร่างกายอีกต่างหากครับ

แต่พฤติกรรมเราก็รู้ๆ กันอยู่ครับ ชอบลืมบ้าง ขี้เกียจบ้าง บางทีตั้งใจจะดื่ม แต่พอมีอะไรมาดึงความสนใจก็ลืมไปซะงั้น

แล้วสมาร์ทวอทช์ที่เราใส่อยู่ทุกวันนี้มันทำอะไรได้มากกว่าแค่ดูเวลากับนับก้าวเดินนะครับ มันเป็นฮีโร่ผู้กอบกู้การดื่มน้ำของเราได้ด้วย!

ใช่แล้วครับ! ผมกำลังพูดถึง 'แอปพลิเคชันเตือนการดื่มน้ำที่เชื่อมต่อกับสมาร์ทวอทช์' ครับ มันคือการเอาเทคโนโลยีสุดล้ำมาผสานกับปัญหาสุดคลาสสิกของมนุษย์เรานี่แหละครับ มันไม่ได้ซับซ้อนอะไรเลยครับ เหมือนมีเลขาฯ ส่วนตัวที่คอยกระซิบเตือนตลอดเวลาว่า 'เฮ้! ได้เวลาดื่มน้ำแล้วนะ' ครับ



มาดูวิธีใช้งานกันแบบ Step-by-Step ที่ใครๆ ก็ทำตามได้ง่ายๆ กันเลยครับ

1. เลือกและดาวน์โหลดแอปให้ถูกใจ

ใน App Store หรือ Play Store เนี่ย มีแอปเตือนดื่มน้ำให้เลือกเยอะแยะเลยครับ ลองหาแอปที่รีวิวดีๆ หน้าตาน่าใช้หน่อยครับ ส่วนใหญ่ก็จะมีฟังก์ชันพื้นฐานคล้ายๆ กันครับ เช่น Water Reminder, Hydro Coach หรือ WaterMinder ครับ พอเจอที่ถูกใจแล้วก็โหลดมาเลยครับ ฟรีก็มี เยอะแยะครับ



2. ตั้งค่าเบื้องต้นในแอป

เปิดแอปขึ้นมาครั้งแรก มันจะถามข้อมูลส่วนตัวเรานิดหน่อยครับ เช่น น้ำหนัก ส่วนสูง เพศ และระดับกิจกรรมในแต่ละวัน เพื่อที่แอปจะได้คำนวณ 'เป้าหมายการดื่มน้ำ' ที่เหมาะสมกับเรามากที่สุดครับ บางแอปอาจจะให้เราตั้งเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดการเตือนด้วยครับ เช่น เริ่มเตือนตั้งแต่ 8 โมงเช้า ยัน 2 ทุ่ม ก็ว่ากันไปครับ

3. เชื่อมต่อแอปเข้ากับสมาร์ทวอทช์

นี่แหละครับหัวใจสำคัญ! ส่วนใหญ่แอปพวกนี้จะมีเมนู 'Connect to Smartwatch' หรือ 'Sync with Wearable' ครับ ก็เข้าไปเลือกยี่ห้อสมาร์ทวอทช์ที่เราใช้อยู่ครับ เช่น Apple Watch, Samsung Galaxy Watch, Fitbit หรือ Wear OS ครับ ทำตามขั้นตอนไม่กี่คลิกก็เรียบร้อยแล้วครับ บางทีอาจจะต้องอนุญาตให้แอปเข้าถึงข้อมูลสุขภาพในสมาร์ทวอทช์ด้วยครับ เพื่อให้มันทำงานร่วมกันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

4. เริ่มต้นดื่มและรับการแจ้งเตือน

พอทุกอย่างพร้อมแล้ว ทีนี้แอปก็จะเริ่มทำงานแล้วครับ เมื่อถึงเวลาที่ต้องดื่มน้ำ สมาร์ทวอทช์ของคุณจะสั่นเบาๆ พร้อมโชว์การแจ้งเตือนขึ้นมาบนหน้าจอครับ ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่เห็น เพราะมันสั่นแรงพอให้เรารู้ตัวเลยครับ พอเห็นแล้วก็จัดไปเลยครับ หนึ่งแก้ว!

5. บันทึกการดื่มน้ำ

หลังจากดื่มเสร็จแล้ว ก็อย่าลืมกลับมาแตะที่สมาร์ทวอทช์ หรือเปิดแอปในมือถือเพื่อ 'บันทึก' ปริมาณน้ำที่เราดื่มเข้าไปด้วยนะครับ ส่วนใหญ่ก็จะมีตัวเลือกง่ายๆ เช่น 200ml, 300ml หรือกำหนดเองก็ได้ครับ การบันทึกนี่แหละครับที่จะทำให้แอปมันรู้ว่าเราไปถึงเป้าหมายแล้วหรือยัง และจะได้เตือนครั้งต่อไปได้ถูกต้องครับ

6. ติดตามความก้าวหน้า

แอปพวกนี้จะมีหน้าจอสรุปผลครับ ให้เราดูได้ว่าวันนี้ดื่มไปแล้วเท่าไหร่ เหลืออีกเท่าไหร่ หรือสถิติการดื่มย้อนหลังเป็นรายวัน รายสัปดาห์ หรือรายเดือนครับ เห็นกราฟสวยๆ แล้วมันก็มีกำลังใจในการดื่มต่อดีนะครับ!

ประโยชน์ของการใช้แอปเตือนดื่มน้ำกับสมาร์ทวอทช์เนี่ย มันมีเยอะกว่าที่คิดนะครับ
   ไม่ลืมดื่มน้ำอีกต่อไป ผู้ช่วยส่วนตัวของเราจะคอยเตือนไม่ให้พลาดแม้แต่หยดเดียวครับ
   สุขภาพดีขึ้น พอร่างกายได้รับน้ำเพียงพอทุกวัน ผิวพรรณก็จะเปล่งปลั่ง ระบบต่างๆ ก็ทำงานได้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดครับ
   สร้างวินัย กลายเป็นคนมีวินัยในการดูแลตัวเองไปเลยครับ
   เข้าใจพฤติกรรมการดื่มของตัวเอง รู้ว่าเราดื่มมากน้อยแค่ไหน วันไหนดื่มถึง วันไหนไม่ถึงครับ

ทริคเล็กๆ น้อยๆ เพื่อการดื่มน้ำที่ได้ผล
   ตั้งเป้าหมายที่ทำได้จริง อย่าเพิ่งตั้งสูงปรี้ดตั้งแต่แรกนะครับ ค่อยๆ ปรับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ครับ
   พกขวดน้ำส่วนตัว วางไว้ใกล้ๆ มือตลอดเวลา พอสมาร์ทวอทช์เตือนปุ๊บก็หยิบดื่มได้ทันทีครับ
   ลองปรับเสียง/การสั่น ถ้าชอบแบบไหนก็ปรับให้เหมาะสมกับตัวเองครับ ให้มันเตือนแล้วไม่รบกวนมากเกินไป แต่ก็ไม่เงียบจนเราไม่รู้ครับ

เอาล่ะครับเพื่อนๆ หวังว่าข้อมูลที่ผมนำมาฝากวันนี้จะเป็นประโยชน์และทำให้หลายคนอยากจะลองเอาไปปรับใช้กันดูนะครับ การดูแลสุขภาพง่ายๆ แค่เริ่มต้นจากการดื่มน้ำให้เพียงพอเนี่ยแหละครับ ลองใช้เทคโนโลยีที่มีอยู่ให้เป็นประโยชน์ดูนะครับ แล้วคุณจะเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในตัวเองอย่างแน่นอนครับ!

ถ้าใครลองแล้วเป็นยังไง มาเล่าสู่กันฟังบ้างนะครับ ผมรออ่านอยู่ครับ!
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่